
What is HArmonyCa? When facial contouring isn't just about "filling up," but also considering both volume and collagen.
มีช่วงหนึ่งที่หลายคนรู้สึกว่าใบหน้าเปลี่ยนไป ทั้งที่ริ้วรอยอาจยังไม่เยอะ แก้มเริ่มไม่แน่น กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าด้านข้างหย่อนลง หรือหน้าดูเหนื่อยและเสียความกระชับ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจาก “ร่องลึก” เพียงอย่างเดียว เพราะใบหน้าเปลี่ยนจากหลายองค์ประกอบพร้อมกัน ทั้ง Volume Soft Tissue โครงสร้าง คอลลาเจน และความยืดหยุ่นของผิว
HArmonyCa คือ Hybrid Injectable ที่รวม Hyaluronic Acid และ Calcium Hydroxyapatite ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ข้อสำคัญ: หลักฐานทางคลินิกที่พบส่วนใหญ่ได้ทุนจากผู้ผลิตและทำในผู้เข้าร่วมผิวขาวเป็นหลัก หน้านี้แยกให้เห็นว่าข้อมูลส่วนไหนมาจากงานวิจัย และส่วนไหนเป็นข้อมูลที่คลินิกอ้าง
Key Takeaway
- HArmonyCa เป็น Filler แบบ Hybrid ของ Allergan Aesthetics: Cross-linked HA 20 mg/mL + CaHA Microspheres 55.7% (+ Lidocaine 0.3% ในรุ่น Lidocaine)[1][2]
- งานวิจัยที่อ่าน (140, 403 และ 15 คน) ส่วนใหญ่ได้ทุนหรือเขียนโดยผู้เกี่ยวข้องกับผู้ผลิต และผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว ยังไม่พบงานในคนไทยหรือเอเชียเป็นหลัก[1][2][3]
- ในงานปี 2025 ผลดีขึ้น ~83% ที่เดือน 1–6 แล้วลดเป็น 65.9% ที่เดือน 12 ไม่ได้คงที่ตลอดปี[1]
- ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่พบก้อนบริเวณที่ฉีด 10.7% ในงานเชิงรุก[1] และ 1.2% ในงานย้อนหลัง[2] และเป็น Filler ที่ไม่ควรฉีดรอบตาหรือริมฝีปากตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง
- HArmonyCa ไม่ใช่เครื่องยกกระชับ และไม่เหมาะกับทุกคน ควรแยกก่อนว่าปัญหามาจาก Volume ความหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้าง
What is HArmonyCa?
HArmonyCa เป็น Dermal Filler แบบ Hybrid ที่รวม Hyaluronic Acid (HA) กับ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ผลิตโดย Allergan Aesthetics (AbbVie) HA ช่วยเพิ่ม Volume และพยุงเนื้อเยื่อในช่วงแรก ส่วน CaHA เป็น Microspheres ที่เชื่อว่ากระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่[1][2] แนวคิดของผลิตภัณฑ์จึงไม่ใช่แค่ “เติมให้เต็ม” แต่ดู Volume, Tissue Support, Facial Contour และคุณภาพเนื้อเยื่อร่วมกัน

ก่อนตัดสินใจฉีด ควรแยกให้ได้ก่อนว่าใบหน้าที่ดูหย่อนหรือไม่กระชับเกิดจาก Volume Loss, Soft Tissue Laxity, ไขมัน, คุณภาพผิว หรือโครงสร้างใบหน้าเป็นหลัก HArmonyCa ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
What are the ingredients in HArmonyCa?
| section | information |
|---|---|
| Hyaluronic Acid | Cross-linked HA เจล 20 mg/mL[1][2] |
| Calcium Hydroxyapatite | Synthetic CaHA Microspheres ความเข้มข้น 55.7% w/w[1][2] (ขนาดอนุภาคราว 25–45 µm ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง) |
| Lidocaine | 0.3% ในรุ่น HArmonyCa Lidocaine[1][2] |
| บรรจุภัณฑ์ | Pre-filled Syringe 1.25 mL (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง) |
| ระดับการฉีด | Subdermal และ Deep Dermal (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง) ในงานวิจัย 2025 ฉีดชั้น Deep Dermis 83.6%[1] |
| สถานะการรับรอง | งานวิจัยปี 2024 ระบุว่าใช้ได้ในหลายภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรป อิสราเอล บราซิล และแอฟริกาใต้[2] ยังไม่ได้ตรวจเลขทะเบียนในประเทศไทย |

How do HA and CaHA work differently?
- HA เพิ่ม Volume และพยุง Soft Tissue จึงเห็น Contour เปลี่ยนได้ตั้งแต่ช่วงแรก
- CaHA เป็นส่วนที่คาดว่ากระตุ้นคอลลาเจน ผลค่อย ๆ พัฒนาหลังทำ ไม่ได้เกิดทั้งหมดทันที
หลักฐานด้านการกระตุ้นคอลลาเจนยังจำกัด งาน 15 คนที่ใช้ Ultrasound พบความหนาของชั้นผิวหนังแท้ฝั่งที่ฉีดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 90 และ 120 วัน[3] แต่ผู้เขียนงานขนาดใหญ่ปี 2025 เองระบุว่ายังต้องมีหลักฐานเพิ่ม เช่นข้อมูลทางจุลพยาธิวิทยา จึงจะยืนยันฤทธิ์ Biostimulatory ได้แน่ชัด[1]
How does HArmonyCa work?
มองได้เป็น 2 ระยะ
- ระยะแรก: Volume และ Support HA เจลอยู่ในตำแหน่งที่แพทย์วาง ช่วยเพิ่ม Volume และ Support จึงเห็น Contour เปลี่ยนได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ช่วงทันทีหลังฉีดอาจมีบวมร่วมด้วย ภาพทันทีหลังทำจึงไม่ควรถือเป็นผลลัพธ์สุดท้าย
- ระยะต่อมา: Progressive Remodeling CaHA เกี่ยวข้องกับ Biostimulation การเปลี่ยนแปลงจึงค่อย ๆ พัฒนาตามเวลา ในงานปี 2025 การเคลื่อนของผิวที่วัดด้วยภาพ 3 มิติสูงสุดที่เดือน 3–6{c(1)}
การประเมินผลจึงควรดูเป็น Timeline ไม่ใช่ดูเฉพาะภาพ Before–After ทันทีหลังฉีด
HArmonyCa ช่วยอะไรได้บ้าง และเหมาะกับใคร?
เป้าหมายหลักคือการดูแล Facial Soft Tissue เช่น เพิ่ม Volume ช่วยพยุงเนื้อเยื่อ ปรับ Contour ดูแล Midface Volume Loss และเพิ่ม Definition ในบริเวณที่เหมาะสม ในงานปี 2025 ผู้ที่มี Midface Volume Deficit ระดับปานกลางถึงรุนแรง 140 คน ผู้ประเมินให้ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ 82.8% ที่เดือน 1[1]
ควรอ่านผลนี้พร้อมข้อจำกัด: เป็นงานแบบเปิดเผย (Open-label) ไม่มีกลุ่มควบคุม ทำที่ฝรั่งเศส 2 ศูนย์ อายุกลาง 59 ปี ผู้หญิง 87% คนผิวขาว 96.4% และผิว Fitzpatrick I–IV เท่านั้น และได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิต[1] ยังไม่พบงานที่ทดสอบในคนไทยหรือเอเชียเป็นหลัก
แยกสาเหตุของใบหน้าก่อน
- Volume Loss แก้มแบนหรือดูเหนื่อย Injectable ที่มี Volume Component พิจารณาได้
- Soft Tissue Laxity อาจต้องดูทั้ง Volume Support และระดับความหย่อน บางคนต้องใช้เครื่องยกกระชับร่วมหรือแทน
- Lower Face หนักจากไขมัน การเติม Volume เพิ่มอาจไม่ช่วย ควรประเมิน Treatment อื่นก่อน
- โครงสร้างกระดูก คางสั้น Jawline ไม่ชัด หรือ Projection น้อยมาแต่เดิม ต้องดู Structure และ Proportion มากกว่าดูแค่ความหย่อน
Who is HArmonyCa suitable for?
พิจารณาได้ในผู้ที่ Midface เริ่มสูญเสีย Volume แก้มด้านข้างไม่แน่นเหมือนเดิม Contour หรือ Jawline เริ่มไม่ชัด และต้องการทั้ง Volume กับ Collagen Biostimulation ไม่ได้ต้องการเติมร่องเฉพาะจุดอย่างเดียว อายุไม่ควรเป็นเกณฑ์หลัก เพราะคนอายุเท่ากันมี Bone Support ไขมัน ความหนาผิว และระดับความหย่อนต่างกัน
ฉีดบริเวณไหนได้ ไม่ควรฉีดบริเวณไหน และต้องใช้กี่ cc?
HArmonyCa มีข้อบ่งใช้สำหรับ Facial Soft Tissue Augmentation ต้องฉีดตามระดับที่ผลิตภัณฑ์กำหนด ในงานปี 2025 ใช้ Cheek เป็นบริเวณหลักและ Jawline เป็นบริเวณเสริม[1] ส่วนงานย้อนหลังปี 2024 บริเวณที่ฉีดบ่อยคือ Malar (71.2%) และ Mandible (69.7%)[2]
- Midface / Cheek ดูแล Midface Volume Deficit และ Tissue Support
- Lateral Face วาง Support และ Contour ตาม Anatomy ผู้เขียนงานปี 2024 ระบุว่าการฉีด Lateral Face ปลอดภัยและง่ายกว่า[2]
- Jawline ตามข้อบ่งใช้และแผนของแพทย์ ตำแหน่งเดียวกันไม่ได้แปลว่าทุกคนใช้ Injection Pattern เดียวกัน
บริเวณไหนไม่ควรฉีด?
HArmonyCa ไม่ควรใช้เหมือน HA Filler ทุกตำแหน่ง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง ไม่ควรฉีดบริเวณหว่างคิ้ว (Glabella) รอบดวงตา (Periocular) ริมฝีปากและรอบปาก บริเวณที่มี Foreign Body หลอดเลือด หรือที่มีหลอดเลือดหนาแน่น ชั้น Epidermis และ Superficial Dermis และบริเวณที่อักเสบหรือติดเชื้อ ดังนั้นใต้ตาลึก ริมฝีปากบาง หรือร่องรอบปาก ไม่ได้แปลว่า HArmonyCa เป็นตัวเลือกที่เหมาะ ควรประเมินเพื่อเลือก Product และ Technique ที่ตรงกับ Anatomy
How many cc of HarmonyCa are needed?
ไม่ควรกำหนดจากอายุหรือ Before–After ของคนอื่น จำนวนที่ใช้ขึ้นกับพื้นที่ ขนาดใบหน้า Volume Loss เดิม Proportion ระดับความหย่อน ความสมมาตร Injection Plane และเป้าหมาย เพื่อให้เห็นภาพ: ในงานปี 2025 (Midface Volume Deficit ระดับปานกลางถึงรุนแรง) ใช้ค่ากลาง 3.5 mL ในครั้งแรก และ 62.9% มีการเติม (Touch-up) ที่ 2 สัปดาห์ ค่ากลาง 1.3 mL[1] ส่วนงานย้อนหลังปี 2024 ใช้เฉลี่ย 2.2 mL ต่อครั้ง[2] ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ปริมาณมาตรฐาน และไม่ได้แปลว่าใช้เยอะกว่า = ผลดีกว่า
HArmonyCa, does it hurt?
รุ่น Lidocaine มี Lidocaine 0.3% ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะฉีด แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่รู้สึกเลย ในงานปี 2025 คะแนนความเจ็บขณะฉีดเฉลี่ย 4.4 จาก 10 หลังการฉีดครั้งแรก (ผู้เข้าร่วม 35.7% ได้ยาชาก่อนฉีด) และ 3.1 หลังการเติม[1]
ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บที่จุดเข้า แรงกด ความแน่นใต้ผิว หรือตึงบริเวณที่วางผลิตภัณฑ์ ระดับความรู้สึกต่างกันตามความไวต่อความเจ็บ บริเวณ เทคนิค ปริมาณ และการใช้เข็มหรือ Cannula แพทย์อาจพิจารณาระงับความรู้สึกเพิ่มหรือใช้น้ำแข็งตามความเหมาะสม (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง)
HArmonyCa เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลควรแบ่งเป็นผลช่วงแรกจาก HA กับผลที่พัฒนาตามเวลา หลังฉีดอาจเห็น Contour เปลี่ยนได้เลย แต่มีบวมร่วมด้วย จึงไม่ควรใช้ภาพทันทีหลังทำเป็น Final Result ในงานปี 2025 สัดส่วนที่ผู้ประเมินให้ว่าดีขึ้นสูงสุดที่เดือน 3 (84.8%) และใกล้เคียงเดิมถึงเดือน 6 (82.7%)[1]
How long can HArmonyCa survive?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับอายุ Anatomy Volume Deficit เดิม ปริมาณ ตำแหน่ง เทคนิค และการเปลี่ยนแปลงตามวัยหลังทำ
งานปี 2025 ติดตามถึงเดือน 12 ผู้เขียนสรุปว่าผลอยู่ได้ราว 1 ปี แต่ตัวเลขที่รายงานไม่ได้คงที่:[1]
| เวลา | ผู้ประเมินให้ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ (Midface Volume Deficit Scale) |
|---|---|
| เดือน 1 | 82.8% |
| เดือน 3 | 84.8% |
| เดือน 6 | 82.7% |
| เดือน 9 | 74.8% |
| เดือน 12 | 65.9% (32.6% ไม่เปลี่ยนจากก่อนทำ) |
คือผลคงใกล้เคียงเดิมถึงเดือน 6 แล้วลดลงเมื่อถึงเดือน 12 (ผู้เข้าร่วม 140 คน ส่วนใหญ่ผิวขาว) จึงไม่ควรตีความว่าทุกคนอยู่ครบ 12 เดือน และไม่ควรกำหนดตายตัวว่า “ครบ 12 เดือนต้องฉีดใหม่” การนัดติดตามแล้วประเมิน Volume, Contour และเป้าหมายอีกครั้งเหมาะกว่า
HArmonyCa ต่างจาก HA Filler, Sculptra และเครื่องยกกระชับอย่างไร?
HArmonyCa เองก็อยู่ในกลุ่ม Dermal Filler แต่ Composition ต่างจาก HA Filler ที่มี HA เป็นองค์ประกอบหลัก
| HArmonyCa | HA Filler ทั่วไป | |
|---|---|---|
| องค์ประกอบ | HA + CaHA | HA เป็นหลัก |
| ผลช่วงแรก | Volume จาก HA | ตาม Rheology ของแต่ละรุ่น |
| Biostimulation | มี CaHA (หลักฐานยังจำกัด) | คุณสมบัติต่างกันตามผลิตภัณฑ์ |
| บริเวณที่ใช้ | Not suitable for the eye area and lips. | บางรุ่นออกแบบสำหรับพื้นที่เฉพาะ เช่น ร่อง ริมฝีปาก |
จึงไม่ควรถามว่า “HArmonyCa ดีกว่าฟิลเลอร์ไหม?” แต่ถามว่าปัญหาของใบหน้าต้องการคุณสมบัติแบบไหน หากต้องการ Projection หรือแก้ร่องเฉพาะจุด HA Filler บางประเภทอาจตรงกว่า
Read more about the Filler program.
HArmonyCa กับ Sculptra
ทั้งคู่เกี่ยวข้องกับ Collagen Biostimulation แต่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน HArmonyCa ใช้ HA + CaHA โดย HA ให้ Volume ช่วงแรก ส่วน Sculptra ใช้ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) เน้นกระตุ้นการตอบสนองของคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ยังไม่พบงานที่เปรียบเทียบสองตัวนี้โดยตรง การเลือกจึงควรดูว่าต้องการ Immediate Volume มากแค่ไหน บริเวณ Anatomy Volume เดิม คุณภาพเนื้อเยื่อ และ Timeline ที่ต้องการ ไม่ใช่ว่าตัวไหน “กระตุ้นคอลลาเจนแรงกว่า”
Read more about the Sculptra program.
HArmonyCa กับเครื่องยกกระชับ
HArmonyCa ไม่ใช่เครื่องยกกระชับ แต่เป็น Injectable ขณะที่ Ulthera Prime ใช้ Microfocused Ultrasound with Visualization และ XTherma / Oligio X ใช้ Monopolar RF ทั้งหมดทำงานด้วยกลไกต่างกัน
- ปัญหาหลักคือ Volume Loss Injectable มีบทบาทมากกว่า
- ปัญหาหลักคือ Tissue Laxity โดยไม่ต้องการเพิ่ม Volume ควรประเมิน Energy-Based Device
- มีทั้งสองอย่าง บางเคสเหมาะกับ Combination Treatment แต่ต้องวางลำดับและช่วงเวลาให้เหมาะสม
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง ควรเว้นช่วงจาก Ultrasound-based Treatment, Laser หรือ Peeling ประมาณ 4 สัปดาห์ จึงควรให้แพทย์เป็นผู้วางลำดับเมื่อทำหลายหัตถการ
What is Harmony Shine?
นอกจากใช้ HArmonyCa อย่างเดียว Fresh Code Clinic มีโปรแกรม HArmony Shine ที่ใช้ HArmonyCa ร่วมกับ NCTF เพื่อดูแลทั้งโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวในแผนเดียว
- HArmonyCa ดูแล Volume, Tissue Support, Contour และความแน่นของเนื้อเยื่อ
- NCTF เป็น Injectable Skin Treatment ที่เน้นความชุ่มชื้นและลักษณะผิวโดยรวม (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NCTF)
เหมาะกับผู้ที่มีทั้งปัญหารูปหน้าและคุณภาพผิว เช่น เริ่มสูญเสีย Volume Contour ไม่ชัด เนื้อเยื่อไม่แน่น และผิวดูแห้งหรือขาดความสดใส แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่สนใจ HArmonyCa ต้องทำ HArmony Shine บางคนต้องการ HArmonyCa อย่างเดียว บางคนเหมาะกับ HA Filler หรือเครื่องยกกระชับ


How much does HArmonyCa cost?
ราคาเปลี่ยนตามจำนวน Syringe และโปรโมชั่นแต่ละช่วง เวลาเปรียบเทียบไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขสุดท้าย
- ได้กี่ Syringe หนึ่ง Syringe มี 1.25 mL (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง) ควรเช็กว่า Package ที่เทียบให้ปริมาณเท่ากันหรือไม่
- ฉีดบริเวณไหน Treatment Area มีผลต่อปริมาณและการออกแบบ
- ใครเป็นผู้ประเมินและฉีด ต้องเข้าใจ Facial Anatomy, Vascular Anatomy, Injection Plane และลักษณะผลิตภัณฑ์
- HArmonyCa เหมาะกับปัญหาหรือไม่ ถ้าปัญหาหลักไม่ต้องการ Volume หรือ Biostimulation แบบนี้ โปรโมชั่นดีก็ไม่ได้แปลว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
ฉีด HArmonyCa ที่ไหนดี และที่ Fresh Code Clinic ต่างอย่างไร?
ราคาและจำนวน Syringe เปรียบเทียบได้ แต่ไม่ควรเป็นข้อมูลทั้งหมด ก่อนเลือกคลินิกควรดูว่า
- มีการประเมิน Facial Anatomy ก่อนฉีดและแยก Volume Loss ไขมัน และความหย่อนได้
- อธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือก HArmonyCa ฉีดบริเวณไหน เป้าหมายอะไร
- ใช้ผลิตภัณฑ์ตามข้อบ่งใช้ ไม่ใช้ปริมาณเดียวกับทุกคน
- ซักประวัติ อธิบาย Contraindications และภาวะแทรกซ้อนได้
- มีแผนติดตามผล
- แนะนำ Treatment อื่นแทนได้ หากเหมาะกว่า
Consultation ที่ดีไม่ควรเริ่มจาก “จะขายกี่หลอด” แต่ควรเริ่มจาก “ปัญหาของใบหน้านี้คืออะไร”
HArmonyCa ที่ Fresh Code Clinic ออกแบบตาม Facial Anatomy
ตามที่คลินิกระบุ การวาง Injectable ไม่ได้เริ่มจากกำหนดว่าทุกคนต้องใช้จำนวนเท่ากัน แต่ประเมินก่อนว่าความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าเกิดจากอะไร
- Volume Loss ประเมินว่าบริเวณใดต้องการ Support และบริเวณใดไม่ควรเพิ่ม
- Tissue Laxity แยกว่า Injectable อย่างเดียวพอหรือควรใช้ Energy-Based Lifting ร่วม
- Lower Face มีเนื้อหรือไขมันมาก การเพิ่ม Volume ผิดตำแหน่งอาจทำให้หน้าดูหนักขึ้น จึงระวัง Placement เป็นพิเศษ
- The face is quite thin. ต้องคำนึงถึง Soft Tissue Coverage, Proportion และ Injection Plane
- ต้องการแก้ร่องหรือ Projection เฉพาะจุด บางตำแหน่ง HA Filler อาจตรงกับเป้าหมายมากกว่า
ข้อควรรู้ก่อนฉีด ผลข้างเคียง และการดูแลหลังฉีด
ควรแจ้ง Medical History และหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้า ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้าง มี Contraindications และ Precautions เช่น การติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด โรคผิวหนังบริเวณนั้น แนวโน้มเกิด Keloid หรือ Hypertrophic Scar ภาวะแผลหายผิดปกติ เลือดออกง่าย ประวัติ Anaphylaxis หรือแพ้รุนแรงหลายชนิด แพ้ Lidocaine กลุ่ม Amide โรคภูมิต้านตนเอง ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และอายุต่ำกว่า 18 ปี การอ่าน Checklist บนเว็บไซต์ไม่สามารถแทน Consultation ได้ ควรให้แพทย์ตรวจกับเอกสารกำกับฉบับจริง
หลังฉีดต้องพักหน้าไหม ผลข้างเคียงและความเสี่ยง
หลังฉีดพบ Injection-site Reaction ได้บ่อย ในงานปี 2025 พบ 95.7% หลังฉีดครั้งแรก ที่พบบ่อยคือกดเจ็บ (87.0%) เจ็บหลังฉีด (73.7%) และรู้สึกแข็ง (71.0%) ส่วนใหญ่ระดับน้อยถึงปานกลางและหายภายใน 2 สัปดาห์ ผลข้างเคียงที่เกี่ยวกับการรักษาที่พบบ่อยคือเจ็บบริเวณฉีด (11.4%) ก้อนบริเวณที่ฉีด (10.7%) และปวดศีรษะ (7.1%) ไม่พบเหตุไม่พึงประสงค์ร้ายแรงที่เกี่ยวกับการรักษา แต่ในผู้เข้าร่วม 6 คนยังมีเหตุไม่พึงประสงค์ระดับน้อย 8 เหตุการณ์ (ส่วนใหญ่เป็นก้อน) ค้างอยู่เมื่อสิ้นสุดการศึกษา[1]
งานทบทวนเวชระเบียน 403 คนปี 2024 พบเหตุไม่พึงประสงค์ 4.7% และที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 2.7% ได้แก่ ก้อน (1.2%) ผิวแข็ง (1.0%) และบวม (0.7%) ไม่มีรายงานภาวะแทรกซ้อนด้านหลอดเลือด ก้อนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไม่อักเสบและส่วนใหญ่หายภายในไม่กี่เดือน บางรายใช้การนวด[2] สองงานได้ตัวเลขก้อนต่างกันมาก (10.7% กับ 1.2%) ผู้เขียนงานย้อนหลังระบุเองว่าการดึงข้อมูลจากเวชระเบียนอาจทำให้ประเมินเหตุไม่พึงประสงค์ต่ำเกินไป และผู้ฉีดมีประสบการณ์สูง[2] ทั้งสองงานได้ทุนจากผู้ผลิต
ผู้เขียนงานปี 2024 แนะนำให้ลดโอกาสเกิดก้อนด้วยการฉีดแบบ Retrograde ช้า ๆ หลีกเลี่ยง Bolus ฉีดในชั้น Deep Dermal หรือ Subdermal และนัดติดตามที่ 15–20 วันเพื่อแก้การสะสมของผลิตภัณฑ์ด้วยการนวด[2]
ดังนั้นไม่ควรสื่อว่า “ไม่มี Downtime” โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้นแบบการผ่าตัด แต่อาจมีบวม แดง เจ็บ กดเจ็บ หรือรอยช้ำในช่วงแรก ควรเผื่อเวลาก่อนงานสำคัญ
Filler ทุกชนิดมีความเสี่ยงที่พบน้อยแต่ร้ายแรง เช่น ติดเชื้อ ก้อนเรื้อรัง Granuloma การย้ายตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ เนื้อเยื่อตาย และภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ในยุโรปที่คลินิกอ้างถึงระบุว่าอาจรวมถึงตาบอด หากหลังฉีดปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีดหรือเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว ผิวเป็นลายผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป ควรติดต่อแพทย์ทันที
Frequently Asked Questions about HArmonyCa
HArmonyCa คือฟิลเลอร์ไหม และต่างจาก HA Filler อย่างไร?
Does HArmonyCa really stimulate collagen production?
HArmonyCa เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
HArmonyCa หนึ่งหลอดมีกี่ cc และต้องใช้กี่หลอด?
HArmonyCa ฉีดใต้ตาหรือริมฝีปากได้ไหม?
HArmonyCa ทำให้หน้าใหญ่หรือทำให้หน้าเรียวไหม?
HArmonyCa กับ Sculptra หรือ Ulthera Prime แบบไหนดีกว่า และทำร่วมกันได้ไหม?
HArmonyCa มีผลข้างเคียงอะไร และต้องพักหน้ากี่วัน?
In summary, who is HArmonyCa suitable for?
ถ้าใบหน้าเริ่มสูญเสีย Volume แก้มและเนื้อเยื่อไม่แน่นเหมือนเดิม Contour เริ่มเปลี่ยน หรืออยากดูแล Volume และ Collagen ไปพร้อมกัน HArmonyCa เป็นหนึ่ง Injectable ที่นำมาพิจารณาได้ จุดสำคัญคือรวม HA และ CaHA ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว
แต่หลักฐานที่พบส่วนใหญ่ได้ทุนจากผู้ผลิต ทำในคนผิวขาวเป็นหลัก[1][2] ผลที่เดือน 12 ลดลง[1] และมีโอกาสเกิดก้อนบริเวณที่ฉีด[1][2] ไม่ใช่ทุกคนควรใช้ HArmonyCa ก่อนตัดสินใจว่าควรฉีดหรือไม่ ต้องใช้กี่ Syringe และควรเลือก HArmonyCa, HA Filler หรือเครื่องยกกระชับ ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาเกิดจาก Volume Loss, Soft Tissue Laxity, ไขมัน หรือโครงสร้างกระดูก
Consult with a specialist about your skin problems.
Still unsure if HArmonyCa is right for your face?
ถ้ากำลังลังเลระหว่าง HArmonyCa, HA Filler, Collagen Biostimulator, Ulthera Prime, Oligio X หรือ XTherma ส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเพื่อประเมินเบื้องต้น หรือเข้ามาประเมิน Facial Anatomy ที่ Fresh Code Clinic ก่อนได้
Add LINE @freshcodeclinic Consult a doctor.
- Address: 19 Sukhumvit Soi 5, BTS Nana Exit 1 (Parking available)
- telephone: 083-626-4264
- Opening hours: Open daily 11:00–20:00
References
- Gritti A, Salomon M, Elmaleh L, Kerson G, Schumacher A. A Prospective, Open-Label, Post Marketing Study of the Safety and Effectiveness of a Hyaluronic Acid and Calcium Hydroxyapatite Hybrid Injectable. J Cosmet Dermatol. 2025;24(9):e70430. (140 คน ฝรั่งเศส 2 ศูนย์ ติดตาม 12 เดือน ไม่มีกลุ่มควบคุม; ทุนและผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นพนักงานของ Allergan/AbbVie) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12434560/
- Braz A, Colucci L, Macedo de Oliveira L, et al. A Retrospective Analysis of Safety in Participants Treated with a Hybrid Hyaluronic Acid and Calcium Hydroxyapatite Filler. Plast Reconstr Surg Glob Open. 2024;12(2):e5622. (ทบทวนเวชระเบียน 403 คน บราซิล; ทุนจาก Allergan/AbbVie และผู้เขียนมีความสัมพันธ์กับบริษัท) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10860969/
- Bravo BSF, de Almeida TSC, de Carvalho RM, et al. Dermal Thickness Increase and Aesthetic Improvement with Hybrid Product Combining Hyaluronic Acid and Calcium Hydroxyapatite: A Clinical and Sonographic Analysis. Plast Reconstr Surg Glob Open. 2023;11(6):e5055. (15 คน ศูนย์เดียว ติดตาม 120 วัน; ผู้เขียนคนแรกเป็นที่ปรึกษาของ Merz, Allergan, L'Oréal) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10270556/
The information on this page is general and not medical advice. Treatment outcomes and suitability vary from person to person. Consult a doctor before making any decisions.
