什么是面颊填充剂?应该注射在哪里?

ฟิลเลอร์แก้มส้มคือการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA Filler) ที่บริเวณแก้มด้านหน้าซึ่งนูนขึ้นเวลายิ้ม เพื่อเติมปริมาตรให้กลางใบหน้า บทความนี้อธิบายว่าแก้มส้มอยู่ตรงไหน ฉีดที่ชั้นใด โดยตรวจกับงานทบทวนและข้อมูลของ FDA ที่เปิดอ่านได้ รวมถึงความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน อาการเตือนที่ต้องไปพบแพทย์ทันที และข้อจำกัดของหลักฐาน เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

要点总结

  • ฟิลเลอร์แก้มส้มเน้นเติมปริมาตรกลางใบหน้า ไม่ใช่การกระชับผิวโดยตรง งานทบทวนระบุว่าฟิลเลอร์เติมปริมาตรและแก้ไขรูปทรงได้ทันที ส่วนการกระชับผิวมักมาจากเครื่องพลังงานซึ่งเห็นผลทีละน้อย
  • แพทย์อาจวางฟิลเลอร์ทั้งชั้นลึกเพื่อพยุงโครงสร้างและชั้นตื้นเพื่อปรับรูปทรง โดยเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับแต่ละชั้น แต่งานทบทวนระบุว่าคำแนะนำส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ของแพทย์และรายงานผู้ป่วย ยังไม่มีงานทดลองแบบสุ่มรองรับ
  • ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดคือฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด FDA ระบุว่าอาจทำให้เนื้อเยื่อตาย มองเห็นผิดปกติจนถึงตาบอด หรือเกิดโรคหลอดเลือดสมอง แม้โอกาสเกิดจะต่ำ แต่ผลอาจร้ายแรงและอาจเป็นถาวร
  • ปวดผิดปกติ ตามัวหรือมองเห็นเปลี่ยน ผิวบริเวณที่ฉีดเป็นสีขาว เทา หรือน้ำเงินคล้ำ หรืออาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง เป็นสัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการ

ฟิลเลอร์แก้มส้มคืออะไร และ HA Filler คืออะไร

คลินิกอธิบายว่า ฟิลเลอร์แก้มส้ม คือการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA Filler) เข้าที่บริเวณแก้มด้านหน้า ช่วงระหว่างใต้ตากับเหนือมุมปาก เพื่อให้ใบหน้าดูอิ่มและมีมิติตามทรงแก้มที่นูนกลมคล้ายผลส้ม[1]

สำหรับคำถามที่ค้นหาบ่อยว่า HA Filler คืออะไร หน้าบริการของคลินิกอธิบายว่าเป็นสารเติมเต็มที่ผลิตขึ้นให้เลียนแบบกรดไฮยาลูรอนิกที่มีอยู่ในร่างกาย ใช้เติมโครงสร้างผิวส่วนที่ลดลงตามอายุ[2] ด้านหน่วยงานกำกับของสหรัฐฯ FDA จัดฟิลเลอร์เป็นอุปกรณ์การแพทย์ชนิดฉีดเข้าใต้ผิว ที่ได้รับอนุมัติให้ช่วยให้ใบหน้าดูเรียบหรือเต็มขึ้น รวมถึงการเพิ่มปริมาตรที่แก้ม และระบุว่าการฉีดฟิลเลอร์ควรถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ ไม่ใช่เพียงงานเสริมความงาม[3]

คำว่า “แก้มส้ม” เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกทรงแก้มนี้ ส่วนงานทบทวนทางการแพทย์ที่เปิดอ่านใช้คำว่าบริเวณกลางแก้ม (midcheek) หรือกลางใบหน้า (midface) ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริเวณโหนกแก้มและร่องกลางแก้ม[4] ข้อดีที่แหล่งอ้างอิงกล่าวถึงคือฟิลเลอร์ HA สลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส จึงใช้จัดการเมื่อฉีดเกินหรือเมื่อเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน[4][5]

แก้มส้มอยู่ตรงไหน และเปลี่ยนไปตามวัยอย่างไร

คลินิกอธิบายตำแหน่งแก้มส้มไว้ดังนี้[1]

  • 它位于眼下区域和上唇之间。
  • เป็นตำแหน่งที่แก้มนูนขึ้นเวลายิ้ม
  • เมื่ออายุเพิ่มหรือไขมันหน้าแก้มลดลง บริเวณนี้อาจตอบ ทำให้ดูโทรม แก่ หรือเห็นร่องลึก

งานทบทวนใน JPRAS Open (Hong และคณะ) อธิบายชั้นเนื้อเยื่อบริเวณโหนกแก้มจากตื้นไปลึกว่า ได้แก่ ผิวหนัง ไขมันแก้มชั้นตื้น กล้ามเนื้อรอบดวงตา ไขมันแก้มชั้นลึก (รวมถึงไขมันใต้กล้ามเนื้อรอบตา หรือ SOOF) กล้ามเนื้อแสดงสีหน้า ไขมันที่อยู่ติดเยื่อหุ้มกระดูก เยื่อหุ้มกระดูก และกระดูก โดยมีเอ็นยึดผิว (zygomatico-cutaneous ligament) ทอดจากชั้นลึกขึ้นมายึดผิว และเป็นแนวเดียวกับร่องกลางแก้ม[4]

ผู้เขียนอธิบายว่าเมื่ออายุมากขึ้น ไขมันชั้นลึกบริเวณกลางแก้มใต้แนวเอ็นมีแนวโน้มฝ่อและยุบ ขณะที่ไขมันชั้นตื้นสูญเสียปริมาตรและการพยุงจนหย่อน ทำให้เห็นความต่างระหว่างบริเวณเหนือและใต้แนวเอ็นชัดขึ้น[4] จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์ต้องแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาของแต่ละคนมาจากชั้นใด ไม่ใช่เพียงเติมฟิลเลอร์ลงในที่ที่ดูแบน

ฟิลเลอร์แก้มส้มช่วยอะไรได้บ้าง และหลักฐานเป็นอย่างไร

คลินิกระบุประโยชน์ของฟิลเลอร์แก้มส้มไว้หลายข้อ[1] ตารางด้านล่างเทียบข้อที่คลินิกระบุกับสิ่งที่งานทบทวนที่เปิดอ่านได้กล่าวถึง เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันผลของแต่ละคน

ประโยชน์ที่คลินิกระบุสิ่งที่แหล่งอ้างอิงระบุ你需要知道的事
เติมแก้มให้อิ่มและมีมิติ เหมาะกับคนหน้าแบนหรือแก้มตอบงานทบทวนระบุว่าฟิลเลอร์ให้การเติมปริมาตรและแก้ไขรูปทรงได้ทันที[4]FDA ระบุว่าอาการบวมและช้ำพบได้บ่อยหลังฉีด และหลายอย่างหายภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์[3]
ยกกระชับผิวกลางหน้า ลดความหย่อนโดยไม่ต้องผ่าตัดฟิลเลอร์เน้นเติมปริมาตร ส่วนการกระชับผิวมักมาจากเครื่องพลังงานซึ่งให้ผลเพิ่มขึ้นทีละน้อย[4]งานทบทวนยกตัวอย่างว่า หากผิวหนังตาล่างหย่อนเกิน 1 ซม. ในการทดสอบดึงผิว การรักษาแบบไม่ผ่าตัดอาจกระชับได้จำกัด[4]
ลดร่องใต้ตาและร่องแก้มการวางฟิลเลอร์ตามชั้นกายวิภาคอาจช่วยแก้ร่องกลางแก้มและโพรงใต้ตา[4]หลักฐานส่วนใหญ่เป็นรายงานกลุ่มผู้ป่วย ไม่พบงานทดลองแบบสุ่ม และหากถุงไขมันใต้ตายื่นชัดเวลายิ้ม อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย[4]
ทำให้ดูอ่อนเยาว์ เพิ่มวอลุ่มแบบธรรมชาติการเลือกชั้นฉีดและเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับแต่ละชั้นช่วยให้ผลคาดเดาได้มากขึ้น[4]งานที่รวบรวมส่วนใหญ่ใช้คะแนนจากแพทย์และภาพถ่าย ไม่ค่อยใช้แบบประเมินที่ผู้รับบริการรายงานเอง[4]
เพิ่มความสมดุลของใบหน้าไม่พบแหล่งอ้างอิงที่วัดข้อนี้โดยตรงในงานที่เปิดอ่านครั้งนี้เป็นข้อที่คลินิกระบุ ควรให้แพทย์อธิบายเป้าหมายและภาพจำลองที่เป็นไปได้ก่อนตัดสินใจ[1]

ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มตรงไหน ฉีดชั้นไหน

คลินิกอธิบายว่าแพทย์จะฉีดบริเวณกลางแก้มหรือกลางใบหน้า (mid-cheek หรือ mid-face) ใต้โหนกแก้ม ซึ่งสัมพันธ์กับจุดยึดของผิว และอาจใช้เทคนิคฉีดลึกถึงชั้นกระดูกเพื่อยกผิว ร่วมกับฉีดตื้นเป็นบางจุดเพื่อความนุ่มนวล[1] หน้าบริการระบุว่าแพทย์วิเคราะห์รูปหน้าด้วยแนวคิด MD Codes ซึ่งรวบรวมจุดสำคัญ 8 จุดบนใบหน้าก่อนฉีด[2] ในแหล่งอิสระที่เปิดอ่านครั้งนี้ไม่พบงานที่ประเมินแนวคิดนี้โดยตรง

ชั้นลึก เพื่อพยุงโครงสร้าง

งานทบทวนของ Hong และคณะอธิบายว่าการพยุงโครงสร้างวางฟิลเลอร์ที่ชั้นไขมันแก้มส่วนลึกและ SOOF โดยเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่แข็งและยึดเกาะกันดี (ค่า G′ และ cohesivity สูง) เพื่อให้คงรูปทรงโดยใช้ปริมาณน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น[4]

ชั้นตื้น เพื่อปรับรูปทรง

ส่วนการเกลี่ยรูปทรงชั้นตื้น งานเดียวกันแนะนำเนื้อฟิลเลอร์ที่นุ่มกว่าและยืดหยุ่นกว่า เพื่อให้เข้ากับเนื้อเยื่อที่บางและขยับได้ และลดโอกาสเกิดผิวไม่เรียบ[4]

เข็มทู่ ปริมาณต่อครั้ง และข้อจำกัดของหลักฐาน

สำหรับร่องกลางแก้มที่ทอดยาว เทคนิคที่งานทบทวนอธิบายคือใช้เข็มทู่ (cannula) ขนาด 21G หรือ 23G ลอดใต้ร่องเพื่อคลายแนวพังผืดบางส่วน แล้วฉีดแบบลากเข็มถอยหลังเป็นเส้น พร้อมหยุดดูผลทุกครั้งที่ฉีดไป 0.1–0.2 มล. เพื่อป้องกันการเติมเกิน และเริ่มด้วยปริมาณน้อยก่อนแล้วค่อยเติมเป็นระยะ[4] ผู้เขียนระบุว่าในผู้ป่วยชาวเอเชียมักมีเนื้อเยื่อพังผืดหนาแน่นกว่า จึงควรใช้แรงดันต่ำ ปริมาณต่อจุดน้อย และวางชั้นตื้นมากขึ้น[4]

ด้านความปลอดภัย งานทบทวนภาพรวมของภาวะตาบอดจากฟิลเลอร์ระบุแนวทางป้องกันที่ใช้กันว่า ควรใช้เข็มทู่และกระบอกฉีดขนาดเล็ก ฉีดที่ชั้นติดกระดูกหรือชั้นตื้น เพราะชั้นใต้ผิวหนังเป็นชั้นที่มีหลอดเลือดมาก ดูดย้อนก่อนฉีด ฉีดช้า ใช้แรงดันน้อย และฉีดทีละปริมาณน้อย[5] อย่างไรก็ตาม รายงานผู้ป่วยในงานเดียวกันที่ระบุอุปกรณ์ฉีดมีทั้งเข็มคม (13 จาก 23 ราย) และเข็มทู่ (10 จาก 23 ราย) จึงไม่ควรเข้าใจว่าการใช้เข็มทู่ตัดความเสี่ยงได้ทั้งหมด[5]

งานทบทวนของ Hong และคณะสรุปเองว่าคำแนะนำเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ ข้อมูลเป็นรายงานกลุ่มผู้ป่วยที่แตกต่างกัน ไม่มีงานทดลองแบบสุ่ม และติดตามผลระยะยาวได้จำกัด[4]

ความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน อาการเตือน และสิ่งที่ต้องทำทันที

FDA ระบุว่าความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดของฟิลเลอร์คือการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ทำให้หลอดเลือดอุดตันและเนื้อเยื่อขาดเลือด แม้โอกาสเกิดจะต่ำ แต่ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงและอาจเป็นถาวร เช่น เนื้อเยื่อตาย การมองเห็นผิดปกติจนถึงตาบอด และโรคหลอดเลือดสมอง[3] งานทบทวนปี 2014 เสริมว่าอุบัติการณ์จริงยังไม่ทราบ เพราะแพทย์รายงานไม่ครบ[7]

บริเวณแก้มก็มีหลอดเลือดที่เกี่ยวข้อง งานทบทวนภาวะสูญเสียการมองเห็นหลังฉีดฟิลเลอร์ระบุว่า หลอดเลือดแดง zygomaticofacial และ infraorbital ที่กลางแก้มเป็นตัวอย่างของบริเวณเสี่ยง และสรุปว่าทุกบริเวณของใบหน้ามีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้ แม้แพทย์ที่มีประสบการณ์ก็อาจพบ[5] ในรายงานที่รวบรวม บริเวณที่ฉีดที่พบบ่อยกว่าคือจมูก หน้าผาก และระหว่างคิ้ว[5][6] ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัดส่วนในกลุ่มผู้ป่วยที่มีรายงาน ไม่ใช่ความเสี่ยงต่อการฉีดหนึ่งครั้ง และไม่ได้แปลว่าแก้มปลอดภัยกว่าบริเวณอื่น

你应该注意的警告信号。

综合征符合来源规定的特性。
异常疼痛美国食品药品监督管理局建议,如果在注射过程中或注射后不久出现任何异常疼痛,应立即就医。[3] ในรายงานผู้ป่วยภาวะสูญเสียการมองเห็น พบอาการปวดร้อยละ 31.2 (กลุ่มปี 2018–2023) และปวดตาร้อยละ 38.4 (กลุ่มถึงปี 2020)[5][6]
视觉和眼睛การมองเห็นเปลี่ยน ตามัว หนังตาตก (ร้อยละ 56.2 ในงานปี 2024) และตากลอกไม่ได้ตามปกติ (ร้อยละ 44.1)[3][6]
皮肤颜色变化注射部位的皮肤会变成白色、灰色或蓝色。[3] 2014 年的一项评论指出,可能会出现皮肤苍白、网状青斑、血液回流缓慢和紫红色变色,随后出现水疱和皮肤脱落。[7]
类似于中风。突然出现说话困难、面部、手臂或腿部麻木或无力、行走困难、面部下垂、剧烈头痛、头晕或意识混乱等症状。[3] ในรายงานปี 2018–2023 พบลักษณะคล้ายโรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 19.2[6]

เรื่องผลลัพธ์ งานทบทวนปี 2024 ที่รวมรายงานผู้ป่วยที่ระบุผลการมองเห็น 318 ราย พบว่าฟื้นเต็มที่ร้อยละ 6.0 ฟื้นบางส่วนร้อยละ 25.8 และไม่ฟื้นร้อยละ 68.2 และไม่พบว่าวิธีรักษาใดสัมพันธ์กับการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ[6] งานทบทวนอีกฉบับระบุว่ายังไม่มีวิธีรักษาที่มีหลักฐานรองรับชัดเจน และผู้เขียนระบุว่าเป้าหมายคือคืนเลือดไปเลี้ยงตาให้เร็วที่สุด เพราะหลังประมาณ 90 นาทีความเสียหายของจอประสาทตาอาจกลับคืนไม่ได้[5] 因此,你不应该坐等症状自行消失。

如果出现警告信号,您应该怎么做?

  1. 立即告知注射医生停止注射。美国食品药品监督管理局(FDA)指出,如果接受注射者出现皮肤苍白、视力改变、类似中风的症状或异常疼痛,必须立即停止注射。[3]
  2. หากมีอาการทางตา เช่น ปวดตา ตามัว มองไม่เห็น หรือมีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือพบจักษุแพทย์ทันที งานทบทวนระบุว่าภาวะสูญเสียการมองเห็นจากฟิลเลอร์ต้องส่งต่อจักษุแพทย์โดยด่วน[3][5]
  3. หากผิวเปลี่ยนสีหรือเจ็บผิดปกติ ให้กลับไปหาแพทย์ผู้ฉีดหรือแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว งานทบทวนระบุว่าการรู้เร็วและให้ไฮยาลูโรนิเดสทันทีเป็นหัวใจของการรักษา และการเข้าแทรกแซงเร็วมีแนวโน้มลดความเสียหาย[7]

สำหรับความเสี่ยงของฟิลเลอร์บริเวณใกล้ดวงตา อ่านเพิ่มได้ที่บทความ 眼部注射填充物真的会导致失明吗?

ก่อนตัดสินใจ อยู่ได้นานแค่ไหน ผลข้างเคียง และคำถามที่ควรถามแพทย์

ฟิลเลอร์แก้มส้มอยู่ได้นานแค่ไหน

คลินิกระบุว่าอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลตัวเอง[1] FDA ระบุว่าระยะเวลาที่ผลคงอยู่ขึ้นกับวัสดุฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด[3] งานศึกษาด้วย MRI ในผู้ป่วย 33 คนที่ฉีดฟิลเลอร์ HA ที่กลางใบหน้า ตรวจพบเจลในทุกคนแม้ผ่านไปอย่างน้อย 2 ปี และรายหนึ่งพบนานถึง 15 ปี[8] แต่การตรวจพบเจลไม่เท่ากับยังเห็นผลต่อรูปหน้า และเป็นงานขนาดเล็ก จึงยังไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน

ผลข้างเคียงทั่วไป

FDA ระบุว่าผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือช้ำ แดง บวม เจ็บ กดเจ็บ คัน และผื่น ส่วนที่พบน้อยกว่าคือก้อนนูนใต้ผิว การติดเชื้อ และการแพ้ โดยผลข้างเคียงส่วนใหญ่เกิดไม่นานหลังฉีดและหายภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ แต่บางกรณีอาจเกิดขึ้นหลังฉีดไปแล้วหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหลายปี[3]

คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนฉีด

  • ผู้ฉีดคือใคร และมีประสบการณ์ด้านผิวหนังหรือศัลยกรรมตกแต่งหรือไม่ FDA แนะนำให้เลือกผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตและมีประสบการณ์ด้านนี้[3]
  • ใช้ฟิลเลอร์ชนิดใด ขอฉลากหรือเอกสารกำกับของผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละตัวได้รับอนุมัติสำหรับบริเวณต่างกัน[3]
  • จะฉีดที่ชั้นใด ใช้เข็มคมหรือเข็มทู่ และเพราะเหตุใด[4][5]
  • มีแผนรับมือและพร้อมให้ไฮยาลูโรนิเดสหรือส่งต่อผู้ป่วยทันทีหรือไม่หากเกิดอาการเตือน FDA ระบุว่าผู้ฉีดควรมีแผนนี้[3][4]
  • 个人注意事项包括该区域皮肤发炎或感染、出血性疾病、严重过敏史、怀孕或哺乳等情况,FDA 已声明这些情况应告知医生,或者其安全性仍不明确。[3]

请阅读我们文章,了解更多关于填充剂在其他领域的应用。 寺庙填充物 和 ฟิลเลอร์คาง

常见问题解答

Q: ฟิลเลอร์แก้มส้มคืออะไร ?

คลินิกอธิบายว่าคือการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิดเข้าที่บริเวณแก้มด้านหน้า ช่วงระหว่างใต้ตากับเหนือมุมปาก เพื่อเติมปริมาตรให้ใบหน้าดูอิ่มและมีมิติ ส่วนผลลัพธ์ขึ้นกับโครงสร้างใบหน้าและการประเมินของแพทย์ในแต่ละคน

Q: HA Filler คืออะไร ?

HA Filler คือสารเติมเต็มที่มีไฮยาลูรอนิกแอซิดเป็นส่วนประกอบหลัก ผลิตขึ้นให้คล้ายสารที่มีในร่างกาย FDA จัดฟิลเลอร์เป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ควรฉีดโดยผู้ได้รับอนุญาตและมีประสบการณ์ ฟิลเลอร์ HA สลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเมื่อจำเป็น

Q: ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้มตรงไหน ?

คลินิกอธิบายว่าฉีดที่บริเวณกลางแก้มใต้โหนกแก้ม งานทบทวนระบุว่าอาจวางฟิลเลอร์ทั้งชั้นลึก (พยุงโครงสร้าง) และชั้นตื้น (ปรับรูปทรง) โดยเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับแต่ละชั้น ตำแหน่งและชั้นที่เหมาะจริงให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน

Q: ฟิลเลอร์แก้มส้มอยู่ได้นานแค่ไหน ?

คลินิกระบุว่าอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์และการดูแลตัวเอง FDA ระบุว่าระยะเวลาขึ้นกับวัสดุและบริเวณที่ฉีด งาน MRI ขนาดเล็กตรวจพบเจลที่กลางใบหน้านานอย่างน้อย 2 ปี แต่การตรวจพบเจลไม่เท่ากับยังเห็นผล จึงไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน

Q: ฉีดฟิลเลอร์แก้มแล้วมีอาการแบบไหนต้องไปพบแพทย์ทันที ?

如果您出现异常疼痛、视力模糊或改变、注射部位皮肤变白、变灰或变蓝,或出现类似中风的症状(例如说话困难、面部下垂、手臂或腿部无力或剧烈头痛),请立即就医并告知注射人员。不要等待观察症状是否出现。

Q: ฟิลเลอร์แก้มช่วยลดร่องใต้ตาและร่องแก้มได้ไหม ?

คลินิกระบุว่าช่วยได้ และงานทบทวนระบุว่าการวางฟิลเลอร์ตามชั้นกายวิภาคอาจช่วยแก้ร่องกลางแก้มและโพรงใต้ตา แต่หลักฐานส่วนใหญ่เป็นรายงานกลุ่มผู้ป่วย และบางสาเหตุ เช่น ถุงไขมันใต้ตาที่ยื่นชัด อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย ควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุก่อน

总结

ฟิลเลอร์แก้มส้มคือการฉีด HA Filler ที่แก้มด้านหน้าเพื่อเติมปริมาตรกลางใบหน้า แพทย์อาจวางฟิลเลอร์ทั้งชั้นลึกและชั้นตื้นตามสาเหตุของแต่ละคน แต่หลักฐานด้านเทคนิคส่วนใหญ่ยังมาจากประสบการณ์และรายงานผู้ป่วย ขณะที่ความเสี่ยงฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือดแม้พบไม่บ่อยก็อาจทำให้เนื้อเยื่อตาย ตาบอด หรือเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ ผู้ที่มีอาการปวดผิดปกติ ตามัว ผิวเปลี่ยนสี หรืออาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมองหลังฉีด ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้า สาเหตุของแก้มตอบ และเป้าหมายของแต่ละคนก่อนวางแผนฉีด ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน

Fresh Code Clinic 团队

Fresh Code Clinic是一家位于素坤逸路5巷(靠近BTS Nana站)的美容生活方式诊所。诊所提供皮肤护理、痤疮治疗、激光治疗、皮肤紧致、填充剂和肉毒杆菌注射等服务,所有服务均由专家医生团队提供,并根据每位顾客的皮肤状况量身定制个性化护理。

地址:素坤逸路5巷19号,靠近BTS Nana站1号出口。提供停车位。营业时间:每日上午11:00至晚上8:00。电话:02-253-2236,083-626-4264

参考