สิวคืออะไร คือภาวะที่รูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวที่สะสม และอาจอักเสบกลายเป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง หรือก้อนลึก พบได้ที่ใบหน้า หน้าอก และหลัง บทความนี้อธิบายสาเหตุ ชนิดของสิว แนวทางการรักษา วิธีลดโอกาสเกิดซ้ำ และโปรแกรม Spotless Skin ของ Fresh Code Clinic เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

Key Takeaways

  • สิวเกิดเมื่อรูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตาย และอาจอักเสบเมื่อมีแบคทีเรีย ฮอร์โมน (เช่น วัยรุ่นและช่วงประจำเดือน) และยาบางชนิดมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนความเครียดทำให้สิวที่มีอยู่แย่ลงได้
  • สิวแบ่งเป็นกลุ่มไม่อักเสบ (หัวดำ หัวขาว) และกลุ่มอักเสบ (ตุ่มแดง ตุ่มหนอง ตุ่มก้อน ซีสต์) ควรแยกชนิดก่อนเลือกวิธีดูแล และสิวที่ลึก เจ็บ หรืออาจเป็นแผลเป็นควรพบแพทย์
  • สิวไม่รุนแรงมักเริ่มด้วยผลิตภัณฑ์ทาที่เภสัชกรแนะนำ ควรใช้สม่ำเสมอราว 6-8 สัปดาห์ก่อนประเมินผล ส่วนสิวอักเสบรุนแรงหรือไม่ตอบสนองอาจต้องใช้ยาที่แพทย์สั่ง ซึ่งยากลุ่ม Isotretinoin ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น
  • ลดโอกาสเกิดซ้ำด้วยการล้างหน้าอย่างอ่อนโยนไม่เกินวันละ 2 ครั้ง เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน ไม่แกะไม่บีบ ทากันแดด และไม่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อย หากมีรอยสิวตามมา โปรแกรม Spotless Skin ของคลินิกดูแลทั้งสิวและรอยต่อเนื่อง ตามการประเมินของแพทย์

สิว คืออะไร ? และสาเหตุของการเกิดสิว

สิวเป็นปัญหาผิวที่คนส่วนใหญ่เคยเจอ บางคนหายไปเมื่อพ้นวัยรุ่น แต่บางคนเป็นๆ หายๆ นานหลายปีและทิ้งรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวไว้จนกระทบความมั่นใจ

สิว (Acne) คือภาวะผิวหนังที่ตั้งแต่มีตุ่มเล็กๆ ไม่กี่เม็ด ไปจนถึงก้อนลึกที่เจ็บ พบบ่อยที่ใบหน้า หน้าอก และหลัง และอาจกระทบสุขภาพใจได้ด้วย[1] รูขุมขนจะอุดตันจากน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตาย และเมื่อมีแบคทีเรียเข้ามาเกี่ยวข้องก็เกิดการอักเสบและหนอง[1] ความรุนแรงต่างกันในแต่ละคน หากต้องการดูแนวทางของคลินิก ดูได้ที่ หน้ารักษาสิว[8]

Causes of acne

Causes of acne

สิวไม่ได้มีสาเหตุเดียว ปัจจัยที่แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ระบุไว้ ได้แก่

  • clogged pores น้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายสะสมจนอุดรูขุมขน แล้วอาจอักเสบเมื่อมีแบคทีเรีย[1]
  • ต่อมไขมันและฮอร์โมน ในวัยรุ่น ฮอร์โมนแอนโดรเจนทำให้ต่อมไขมันโตขึ้นและผลิตน้ำมันมากขึ้น จึงอุดรูขุมขนได้ง่ายขึ้น[2] การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงประจำเดือน วัยหมดประจำเดือน และการตั้งครรภ์ก็เกี่ยวข้อง รวมถึงภาวะบางอย่าง เช่น ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) และโรคโรซาเซีย[1]
  • ยาบางชนิดและผลิตภัณฑ์ที่มันมาก ยาบางชนิดและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือผมที่มันอาจเกี่ยวข้อง[1] รวมถึงเครื่องสำอางที่มัน หรือผลิตภัณฑ์แต่งผมอย่างโพเมด[2]
  • พันธุกรรม หากพ่อแม่หรือญาติใกล้ชิดเคยเป็นสิวรุนแรงจนเกิดแผลเป็น ความเสี่ยงจะสูงขึ้น[2]
  • ความเครียด การนอน และบางพฤติกรรม ความเครียดไม่ได้ทำให้เกิดสิวโดยตรง แต่ทำให้สิวที่มีอยู่แย่ลงได้ ส่วนการนอนไม่พอ อาหารบางชนิด และการสูบบุหรี่ ก็อาจทำให้สิวแย่ลงหรือเกี่ยวข้องกับสิวที่รุนแรงกว่า[2]

AAD ระบุด้วยว่านักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจทั้งหมดว่าทำไมบางคนเป็นสิวง่ายกว่าคนอื่น[2] สิวพบได้เกือบทุกวัย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วัยรุ่น

How many types of acne are there?

สิวมีกี่ประเภท สิวอุดตันและสิวอักเสบ

การแยกชนิดของสิวสำคัญ เพราะแต่ละชนิดต้องดูแลต่างกัน การจัดกลุ่มแบบไม่อักเสบและอักเสบด้านล่างเป็นการจัดเพื่อให้ใช้งานง่าย ส่วนลักษณะของตุ่มแต่ละชนิดอ้างอิงจาก NHS[1]

กลุ่มชนิดลักษณะที่เห็น
ไม่อักเสบสิวหัวดำ (Blackheads)จุดสีเข้ม มักแบนราบ
ไม่อักเสบสิวหัวขาว (Whiteheads)ตุ่มเล็กสีเดียวกับผิว
อักเสบตุ่มแดง (Papules)ตุ่มนูน ดูชมพูหรือแดงบนผิวสีอ่อน และอาจเป็นสีน้ำตาลหรือม่วงบนผิวสีเข้ม
อักเสบตุ่มหนอง (Pustules)ตุ่มนูนที่มีหนอง
อักเสบตุ่มก้อนและซีสต์ (Nodules / Cysts)ก้อนใหญ่ใต้ผิว บางครั้งเจ็บ และอาจรวมกันเป็นก้อนเดียว

สิวที่หายแล้วอาจทิ้งแผลเป็นได้ ทั้งเป็นหลุมตื้นหรือเป็นรอย[1] NHS แนะนำให้พบแพทย์หากสิวเป็นจำนวนมาก ลึก เจ็บ หรืออาจเป็นแผลเป็น มีสัญญาณติดเชื้อ เช่น ผิวร้อน บวม แดง หรือสิวกระทบสุขภาพใจ[1]

Methods of treating acne.

หัวใจของการรักษาคือรู้ว่าสิวของคุณเป็นชนิดไหน เพราะวิธีที่ไม่ตรงกับชนิดของสิวอาจทำให้หายช้าหรือเกิดซ้ำ ตารางนี้สรุปแนวทางที่แหล่งข้อมูลระบุไว้ตามสถานการณ์

สถานการณ์แนวทางที่พบในแหล่งข้อมูลใครเป็นผู้ดูแล
สิวไม่รุนแรงผลิตภัณฑ์ที่มี benzoyl peroxide หรือ salicylic acid และรีติโนลหรือเรตินอยด์ ใช้สม่ำเสมอราว 6-8 สัปดาห์ก่อนประเมินผล[1][4][5]ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์
สิวหลายเม็ด ลึก เจ็บ หรือไม่ดีขึ้นด้วยการดูแลเองยาทากลุ่มเรตินอยด์หรือยาปฏิชีวนะ และยากินบางกลุ่มที่แพทย์พิจารณา เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม[1]แพทย์
สิวอักเสบรุนแรง เกิดซ้ำ หรืออาจเป็นแผลเป็นอาจพิจารณา Isotretinoin ซึ่งต้องตรวจและติดตามโดยแพทย์เท่านั้น[1][6]แพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สิวอุดตันที่ไม่ตอบสนองต่อยาทาการกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา[7]แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

ผลิตภัณฑ์ทาและเรตินอยด์

สิวไม่รุนแรงมักเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่เภสัชกรแนะนำ เช่น ที่มี benzoyl peroxide หรือ salicylic acid[1] ส่วนเรตินอยด์และเรตินอลเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและลดการอักเสบที่ทำให้สิวแย่ลง เรตินอยด์แรงกว่าและมักต้องมีใบสั่งแพทย์ ขณะที่เรตินอลอ่อนกว่าและหาซื้อได้ทั่วไป[5] อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคือแดง แห้ง ลอก ซึ่งมักอยู่ราว 3-4 สัปดาห์ ควรเริ่มความถี่ต่ำ เช่น สัปดาห์ละครั้ง และทากันแดดทุกวัน[5]

AAD แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่ และสิวมักใช้เวลา 3-4 เดือนจึงสงบชัดเจน การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อยอาจทำให้ผิวระคาย และควรทาผลิตภัณฑ์เป็นชั้นบางในบริเวณที่มักเกิดสิว ไม่ใช่เฉพาะเม็ดที่เห็น[4]

ยากินและ Isotretinoin

สิวที่หลายเม็ด ลึก หรือไม่ตอบสนองต่อยาทา แพทย์อาจพิจารณายากิน เช่น ยาปฏิชีวนะ หรือยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมในบางราย[1] ส่วน Isotretinoin เป็นยากลุ่มวิตามินเอชนิดกินที่ใช้กับสิวรุนแรง สิวที่ดื้อต่อการรักษาอื่น หรือสิวที่ทิ้งแผลเป็น ยานี้เป็นยาควบคุมพิเศษในประเทศไทย ซื้อเองไม่ได้ และมีผลข้างเคียงสำคัญ เช่น ผิวและตาแห้ง ผิวไวต่อแดด ตับและไขมันในเลือดผิดปกติ และอันตรายมากต่อทารกในครรภ์ จึงต้องตรวจและติดตามโดยแพทย์ทุกราย[6] บทความของคณะเภสัชศาสตร์ มหิดล ที่อ้างอิงเผยแพร่เมื่อปี 2010 ควรตรวจสอบแนวทางล่าสุดกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ

Procedure

การกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญช่วยเอาสิวอุดตันที่ไม่ตอบสนองต่อยาทาออกได้ บทความของคลินิกผิวหนังรายหนึ่งในสหรัฐฯ ระบุว่าทำภายใต้สภาพปลอดเชื้อ และเตือนว่าการบีบเองอาจทำให้เกิดแผลเป็น ติดเชื้อ และสิวแย่ลง[7] แหล่งนี้เป็นบล็อกของคลินิกที่ให้บริการนี้เอง จึงควรอ่านด้วยความระมัดระวัง และ AAD ก็แนะนำเช่นกันว่าไม่ควรแกะ บีบ เพราะทำให้การอักเสบลึกขึ้นและเสี่ยงเกิดรอย[3][4]

เมื่อสิวสงบแล้ว รอยแดงและรอยดำที่เหลือสามารถให้แพทย์ประเมินเรื่องเลเซอร์ได้ ซึ่งต้องดูความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

How to prevent acne from recurring.

การป้องกันระยะยาวขึ้นกับการดูแลผิวสม่ำเสมอและนิสัยประจำวัน หลักๆ ที่ AAD และ NHS แนะนำมีดังนี้

  • Wash your face gently. ไม่เกินวันละ 2 ครั้ง และหลังเหงื่อออกมาก ใช้คลีนเซอร์อ่อนโยนและล้างด้วยมือ ไม่ขัดแรง[3][4]
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน มองหาสูตร non-comedogenic และไม่มีแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ แอสตริงเจนต์ และสครับที่ทำให้ผิวแห้งและระคาย[1][3][4]
  • ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน แม้เป็นสูตรที่ไม่อุดตันก็ยังทำให้เกิดสิวได้หากทิ้งไว้ข้ามคืน และไม่ควรใช้อุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับผู้อื่น[1][4]
  • ดูแลผมและสิ่งที่สัมผัสหน้า หากผมมัน ควรสระถี่ขึ้นและไม่ให้ผมปรกหน้า ลดการจับหน้า และสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเมื่อเหงื่อออก[1][3]
  • ทากันแดดทุกวัน เลือก broad-spectrum SPF 30 ขึ้นไป กันน้ำ และไม่อุดตันรูขุมขน เพราะยารักษาสิวบางชนิดทำให้ผิวไวต่อแดด และการอาบแดดอาจทำให้สิวแย่ลง[3]
  • ไม่แกะ ไม่บีบ เพราะทำให้หายช้า และเสี่ยงเป็นแผลเป็นและรอยดำ[3][4]
  • ไม่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อย และเมื่อซับเหงื่อ ให้ซับเบาๆ ด้วยผ้าสะอาด ไม่ถูแรง[4]
  • นอนให้พอและจัดการความเครียด เพราะความเครียดทำให้สิวที่มีอยู่แย่ลงได้[2]

หากทำตามนี้แล้วสิวยังไม่ดีขึ้น AAD แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนัง[3]

Say goodbye to acne with the Spotless Skin program at Fresh Code Clinic.

Say goodbye to acne with the Spotless Skin program at Fresh Code Clinic.

สำหรับคนที่ดูแลเองแล้วผิวยังไม่ดีขึ้น หรือมีทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ และรอยแดงรอยดำสะสม คลินิกมีโปรแกรม Spotless Skin ที่รวมการดูแลไว้ในแผนเดียว ไม่ต้องแยกไปหลายที่ โปรแกรมนี้แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน

ขั้นตอนดูแลอะไรข้อมูลจากหน้าบริการของคลินิก
1. เคลียร์สิวสิวอุดตันและสิวอักเสบบนใบหน้าแพทย์ประเมินสิวที่ยังอยู่ แล้วเลือกวิธีที่เหมาะ[8]
2. Discovery Picoรอยดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหมองคล้ำเลเซอร์พิโควินาทีหลายโหมด โหมดสำหรับเม็ดสีใช้กับรอยดำจากสิวได้ ปัญหาเล็กน้อยอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังราว 1-2 ครั้ง ปัญหาซับซ้อนอาจต้องราว 5-6 ครั้งขึ้นไป[9]
3. Dual Yellow Plus+รอยแดง การระคายเคือง และผิวสดใสเลเซอร์สองความยาวคลื่น แสงเหลือง 578 nm เหมาะกับปัญหาสีแดง ส่วนแสงเขียว 511 nm ใช้กับปัญหาเม็ดสี[10]
4. Vitacoolฟื้นฟูผิวหลังทำผสานการทำความเย็นกับแสงบำบัดเพื่อนำสารอาหารเข้าสู่ผิว และในโปรแกรมรักษาสิวถูกใช้เพื่อความสบายผิวและเติมความชุ่มชื้น[8][11]

โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่อยากดูแลทั้งตัวสิว รอยที่ตามมา และสุขภาพผิวโดยรวมในแผนเดียว หน้าบริการไม่ได้ระบุราคา จำนวนครั้ง หรือช่วงห่างของโปรแกรม ซึ่งขึ้นกับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ ไม่มีหัตถการใดรับประกันว่ารอยจะหายหมดในครั้งเดียว[8][9]

Why choose Spotless Skin treatment at Fresh Code Clinic?

คลินิกเริ่มจากประเมินปัญหาหลักของผิวก่อน เพราะหลายคนมีทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ รอยดำ รอยแดง และผิวไม่เรียบพร้อมกัน แล้วจึงเลือกว่าจะเริ่มที่สิว รอย หรือการฟื้นฟูผิว หากสิวยังอักเสบอยู่ แพทย์มักให้ความสำคัญกับการควบคุมสิวก่อน เพื่อไม่ให้เกิดรอยใหม่ตามมา

นอกจาก Spotless Skin คลินิกยังมีโปรแกรมรักษาสิว Acne Code 4 แพ็กเกจ ได้แก่ Acne Exit, Acne Clear, Acne Clear Plus และ Acne Clear Dual ให้เลือกตามลักษณะสิวและผิว โดยไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่เข้มข้นที่สุดเสมอไป[8]

FAQ (Frequently Asked Questions)

Q: สิวคืออะไร เกิดจากอะไร ?

สิวเกิดเมื่อรูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตาย และอาจอักเสบเมื่อมีแบคทีเรีย ฮอร์โมน พันธุกรรม ยาบางชนิด และผลิตภัณฑ์ที่มันก็เกี่ยวข้อง ความเครียดไม่ได้ทำให้เกิดสิวโดยตรงแต่ทำให้สิวที่มีอยู่แย่ลงได้

Q: สิวมีกี่ประเภท ?

แบ่งง่ายๆ เป็นกลุ่มไม่อักเสบ คือสิวหัวดำและสิวหัวขาว และกลุ่มอักเสบ คือตุ่มแดง ตุ่มหนอง ตุ่มก้อน และซีสต์ ซึ่งสิวที่ลึกและเจ็บมีโอกาสเป็นแผลเป็น ควรพบแพทย์

Q: ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวนานแค่ไหนถึงเห็นผล ?

AAD แนะนำให้ใช้อย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่ และสิวมักใช้เวลา 3-4 เดือนจึงสงบชัดเจน การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อยอาจทำให้ผิวระคาย

Q: ควรไปพบแพทย์เมื่อไร ?

เมื่อดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้น สิวเป็นจำนวนมาก ลึก เจ็บ หรืออาจเป็นแผลเป็น มีสัญญาณติดเชื้อ เช่น ผิวร้อน บวม แดง หรือสิวกระทบสุขภาพใจ

Q: Isotretinoin ซื้อกินเองได้ไหม ?

ไม่ควร ยานี้เป็นยาควบคุมพิเศษในประเทศไทยและมีผลข้างเคียงสำคัญ รวมถึงอันตรายต่อทารกในครรภ์ จึงต้องตรวจและติดตามโดยแพทย์ทุกครั้ง

Q: Spotless Skin ต่างจากการรักษาสิวทั่วไปอย่างไร ?

Spotless Skin เป็นโปรแกรมของคลินิกที่รวมการดูแลสิว รอยดำ รอยแดง และการฟื้นฟูผิวไว้ใน 4 ขั้นตอน โดยแพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเลือกว่าจะเริ่มที่ขั้นตอนไหน หากสิวยังอักเสบอยู่มักควบคุมสิวก่อน

summarize

สิวเกิดจากรูขุมขนอุดตันร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ฮอร์โมน แบคทีเรีย ยา และพฤติกรรมบางอย่าง และมีหลายชนิดที่ต้องดูแลต่างกัน สิวไม่รุนแรงเริ่มจากผลิตภัณฑ์ทาที่ใช้สม่ำเสมอราว 6-8 สัปดาห์ ส่วนสิวลึก อักเสบรุนแรง หรือไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ การล้างหน้าอ่อนโยน ไม่แกะไม่บีบ ทากันแดด และไม่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อยช่วยลดโอกาสเกิดซ้ำ ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ประเมินสภาพผิวเป็นรายเคส แล้วเลือกว่าจะเริ่มที่สิว รอย หรือการฟื้นฟูผิวในโปรแกรม Spotless Skin

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากสิวรุนแรงหรือไม่แน่ใจว่าควรเริ่มดูแลอย่างไร ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

Fresh Code Clinic Team

Fresh Code Clinic is a beauty lifestyle clinic located in Sukhumvit Soi 5, near BTS Nana. It offers skin care services, acne treatment, laser treatments, skin tightening, fillers, and Botox, all provided by a team of expert doctors with personalized care tailored to each individual's skin condition.

19 Sukhumvit Soi 5, near BTS Nana, Exit 1. Parking available. Open daily 11:00 AM – 8:00 PM. Tel: 02-253-2236, 083-626-4264

References