Ulthera Prime vs Oligio X เป็นสองเครื่องยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่หลายคนคิดว่าใช้แทนกันได้ แต่ Ulthera Prime ใช้อัลตราซาวด์โฟกัส (MFU-V) ส่งพลังงานเป็นจุดที่ความลึกเลือกได้ ส่วน Oligio X ใช้ Monopolar RF ให้ความร้อนกระจายในเนื้อเยื่อ บทความนี้เปรียบเทียบเทคโนโลยี ความสำคัญของชั้น SMAS ความรู้สึกระหว่างทำ ระยะเวลาที่เห็นผล เหมาะกับใคร และทำร่วมกันได้หรือไม่ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

Key Takeaways

  • Ulthera Prime ใช้อัลตราซาวด์โฟกัส MFU-V ส่งพลังงานเป็นจุดที่ความลึกเลือกได้ 1.5, 3.0 และ 4.5 mm ส่วน Oligio X ใช้ Monopolar RF 6.78 MHz ให้ความร้อนกระจายในเนื้อเยื่อด้วยลำดับ G, X, G ต่างกันที่วิธีส่งพลังงาน ไม่ได้หมายความว่าเครื่องใดดีกว่าในทุกกรณี
  • SMAS เป็นชั้นลึกที่ศัลยแพทย์ให้ความสำคัญในการผ่าตัดดึงหน้า Ulthera Prime ส่งพลังงานถึงระดับที่สัมพันธ์กับ SMAS ส่วนหน้าบริการ Oligio X ไม่ได้ระบุความลึกเป็นมิลลิเมตร และไม่ได้อ้างว่าลดไขมัน
  • ทั้งสองเครื่องพิจารณากับความหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง การเลือกขึ้นกับโครงหน้า ความหนาเนื้อเยื่อ ปริมาณไขมัน และเป้าหมาย หากปัญหาหลักคือไขมัน การยกกระชับอย่างเดียวอาจไม่พอ
  • ผลต่างกันในแต่ละคน และไม่พบงานเปรียบเทียบสองเครื่องโดยตรง ระยะ 8 เดือนถึง 1 ปีของ Oligio X เป็นข้อมูลจากผู้ผลิต ส่วน Ulthera Prime ไม่มีตัวเลขตายตัว และทำร่วมกันได้ตามการประเมินของแพทย์

Ulthera Prime และ Oligio X คืออะไร ? เทคโนโลยีที่ใช้ต่างกันอย่างไร

สองเครื่องนี้ถูกพูดถึงบ่อยในกลุ่มยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด ทั้งคู่ไม่ใช้เข็มและไม่มีแผลผ่าตัด แต่ทำงานต่างกันตั้งแต่ชนิดพลังงาน ความรู้สึกระหว่างทำ ไปจนถึงปัญหาที่แต่ละเครื่องเหมาะจะดูแล

Ulthera Prime หรือ Ultherapy PRIME ใช้ Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปหลายระดับความลึก และให้แพทย์เห็นภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ขณะทำ[1] ระบบนี้ผลิตโดย Merz Aesthetics[5]

Oligio X เป็นเครื่อง Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz กำลังสูงสุด 400W พัฒนาต่อจาก Oligio รุ่นเดิม โดยเพิ่ม GXG Dual Mode ที่ส่งพลังงานเป็นลำดับ G Mode, X Mode และ G Mode อีกครั้ง พร้อมระบบ Cooling ความร้อนจาก RF ช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่[6][7]

เทคโนโลยีที่ใช้ต่างกันอย่างไร ?

เทคโนโลยีที่ใช้ต่างกันอย่างไร Ulthera Prime และ Oligio X
จุดเปรียบเทียบUlthera Prime (MFU-V)Oligio X (Monopolar RF)
ชนิดพลังงานอัลตราซาวด์โฟกัส[1]คลื่นวิทยุ 6.78 MHz กำลังสูงสุด 400W[6]
การส่งพลังงานเป็นจุดโฟกัส ณ ความลึกที่เลือก คือ 1.5, 3.0 และ 4.5 mm[1][3]ความร้อนกระจายเป็นบริเวณในเนื้อเยื่อ ด้วยลำดับ G, X, G หน้าบริการไม่ระบุความลึกเป็นมิลลิเมตร[6]
สิ่งที่แพทย์เห็นหรือวัดขณะทำภาพเนื้อเยื่อแบบเรียลไทม์[1]Real-time impedance feedback วัดความต้านทานของผิวระหว่างทำ ไม่ใช่ภาพเนื้อเยื่อ[6]
การดูแลผิวชั้นนอกพลังงานโฟกัสลงลึกโดยส่วนใหญ่เลี่ยงผิวหนังชั้นนอก[3]ระบบ Cooling ปกป้องผิวชั้นนอก ผู้ผลิตระบุว่า Cooling Power เพิ่ม 2.25 เท่าจากรุ่นเดิม[6][7]
บริเวณที่หน้าบริการกล่าวถึงแก้ม กรอบหน้า คิ้ว ใต้คาง และลำคอ[1]แก้มส่วนล่าง กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอ[6]

ในภาพกว้าง เทคโนโลยี RF และอัลตราซาวด์โฟกัสต่างให้ความร้อนในเนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน และงานทบทวนระบุว่าไม่ได้มีไว้แทนการผ่าตัด[9] การเลือกจึงควรดูว่าปัญหาของคุณคืออะไรและอยู่ในชั้นไหน ไม่ใช่ดูว่าเครื่องใดฟังดูแรงกว่า

SMAS คืออะไร ทำไมสำคัญกับการยกกระชับใบหน้า ?

SMAS คืออะไร ทำไมสำคัญกับการยกกระชับใบหน้า

SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้า เป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ให้ความสำคัญเมื่อวางแผนผ่าตัดดึงหน้า และอยู่ใกล้เส้นทางของเส้นประสาทใบหน้า[4] เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างหลายชั้นของใบหน้าเปลี่ยนไปพร้อมกัน ทั้งผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ และเอ็นพยุงใบหน้า ไม่ได้มาจากผิวเพียงอย่างเดียว[1]

Ulthera Prime ส่งพลังงานถึงระดับ 4.5 mm ซึ่งหน้าบริการระบุว่าสัมพันธ์กับชั้น SMAS หรือ Platysma ในบริเวณที่เหมาะสม แต่ความลึกของ SMAS ต่างกันในแต่ละส่วนของใบหน้า จึงไม่ควรใช้ 4.5 mm เหมือนกันทั้งหน้า[1] งานทบทวนก็ระบุว่าหัวส่งพลังงานราว 4.5 mm สัมพันธ์กับ SMAS แต่ผลโดยทั่วไปอยู่ระดับปานกลางและไม่เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า[3]

ส่วน Oligio X หน้าบริการอธิบายว่า X Mode ให้ความร้อนลึกกว่า G Mode และใช้กับแก้มส่วนล่าง กรอบหน้า และใต้คาง แต่ไม่ได้ระบุความลึกเป็นมิลลิเมตรและไม่ได้บอกว่าถึงชั้น SMAS จึงไม่ควรตีความว่าเป็นการยกกระชับระดับเดียวกัน[6]

Ulthera Prime กับ Oligio X เหมาะกับใคร ?

Ulthera Prime กับ Oligio X เหมาะกับใคร
ประเด็นUlthera PrimeOligio X
ปัญหาที่มักพิจารณาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วดูต่ำลง ผิวใต้คางและลำคอหย่อน[1]แก้มส่วนล่างหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด ผิวใต้คางหรือลำคอไม่แน่น[6]
ระดับความหย่อนน้อยถึงปานกลาง[1] งานทบทวนระบุว่าผู้ที่มีดัชนีมวลกายต่ำกว่า 30 มักตอบสนองดี[3]น้อยถึงปานกลาง[6]
ข้อควรประเมินเพิ่มใบหน้าผอมหรือปริมาตรน้อยต้องประเมินอย่างระมัดระวัง ไม่ได้ลดไขมันเป็นหลัก[1]ถ้าเหนียงมาจากไขมันมาก การยกกระชับอย่างเดียวอาจไม่พอ[6]

หน้าบริการของทั้งสองเครื่องย้ำตรงกันว่าอายุอย่างเดียวไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน ความหนาของผิว ปริมาณไขมัน โครงสร้างกระดูก และระดับความหย่อนต่างกันในแต่ละคน และโครงสร้างกระดูกจำกัดสิ่งที่เครื่องยกกระชับเปลี่ยนได้[1][6]

เรื่องไขมัน มีการเล่ากันว่า Oligio X เหมาะกับคนที่มีไขมันแก้มหรือเหนียง แต่หน้าบริการของคลินิกและหน้าผู้ผลิตไม่ได้อ้างว่าลดไขมัน หน้าบริการระบุเพียงว่าเหนียงอาจมาจากไขมัน ความหย่อน หรือทั้งสองอย่าง และหากไขมันมากอาจต้องพิจารณาการจัดการไขมันร่วมด้วย[6][7]

ทำ Ulthera Prime กับ Oligio X เจ็บไหม และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

พื้นที่รูปภาพ (ยังไม่มีรูปเดิม)
ผู้หญิงนั่งฟังแพทย์อธิบายแผนการรักษาในห้องตรวจ โทนสว่างสะอาด
Unsplash: woman doctor consultation skin clinic · alt: ทำ Ulthera Prime กับ Oligio X เจ็บไหม ผลอยู่ได้นานแค่ไหน

ตารางนี้สรุปสิ่งที่แหล่งข้อมูลระบุไว้ สำหรับความเจ็บ ไม่พบงานเปรียบเทียบสองเครื่องโดยตรงจากแหล่งที่อ่าน จึงไม่ควรสรุปว่าเครื่องใดเจ็บน้อยกว่า

หัวข้อUlthera PrimeOligio X
ความรู้สึกระหว่างทำอุ่น จิ้มสั้นๆ ตึงลึก และรู้สึกชัดขึ้นใกล้กระดูก[1]อุ่นใต้ผิวสลับกับความเย็นที่ผิว และมีแรงสั่น ต่างกันตามบริเวณ ระดับพลังงาน และความหนาของผิว[6][7]
ข้อมูลเชิงงานวิจัยงานวิเคราะห์รวมของ MFU-V รายงานคะแนนปวดเฉลี่ยราว 4.85 จาก 10 (ใบหน้าและลำคอราว 4.6)[2]ไม่มีข้อมูลเฉพาะ Oligio X ในแหล่งที่อ่าน งานศึกษา Thermage ในผู้ป่วย 20 คน ผู้ป่วยบรรยายเป็นความร้อน 70% รู้สึกอุ่น และ 30% ร้อนระดับน้อยถึงปานกลาง[8]
ช่วงที่ประเมินผลราว 2-3 เดือนหลังทำ[1]ผู้ผลิตระบุว่าชัดขึ้นราว 3-6 เดือน[6]
ระยะคงอยู่ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับอายุ ระดับความหย่อนเดิม จำนวนไลน์ ความลึก กายวิภาค และพฤติกรรมของแต่ละคน[1]ผู้ผลิตระบุราว 8 เดือนถึง 1 ปี ไม่มีข้อมูลทางคลินิกอิสระ[6][7]
ผลชั่วคราวหลังทำผิวแดง บวม ระบม หรือไวต่อการสัมผัส ส่วนอาการอ่อนแรงของเส้นประสาทชั่วคราวพบได้น้อย[1][3]ผิวแดง อุ่น ตึง หรือไวต่อการสัมผัสชั่วคราว[6]

ตารางข้างต้นเป็นข้อมูลต่างแหล่งและต่างเครื่อง จึงเทียบตัวเลขข้ามช่องโดยตรงไม่ได้ หน้าผู้ผลิตของ Oligio X ใช้ถ้อยคำเชิงการตลาดว่าไม่เจ็บและไม่มีช่วงพักฟื้น ซึ่งต่างจากหน้าบริการของคลินิกที่ระบุว่าอาจรู้สึกอุ่นใต้ผิวและมีผลชั่วคราวได้ จึงไม่ควรใช้ถ้อยคำนั้นตัดสินความรู้สึกจริง[6][7]

ทั้งสองเครื่องมีรายการที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เช่น แผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และการฉีดหรือทำหัตถการพลังงานอื่นในบริเวณเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้[1][6]

ทำ Ulthera Prime กับ Oligio X ร่วมกันได้ไหม ?

พื้นที่รูปภาพ (ยังไม่มีรูปเดิม)
แพทย์วางแผนการรักษาร่วมกับคนไข้บนแท็บเล็ตในห้องตรวจ โทนสว่างสะอาด
Unsplash: doctor planning combination skin treatment · alt: ทำ Ulthera Prime กับ Oligio X ร่วมกันได้ไหม

ได้ในบางเคส หน้าบริการของคลินิกระบุว่าแพทย์อาจพิจารณาให้ทำ Ulthera Prime ร่วมกับหัตถการกลุ่ม RF เช่น Oligio X เพราะพลังงานสองกลุ่มทำงานคนละชั้นผิว จึงอาจเสริมกันเมื่อมีทั้งความหย่อนในชั้นลึกและผิวที่ไม่แน่น[1] งานทบทวนยังระบุว่าการทำ MFU-V ร่วมกับหัตถการอื่น เช่น IPL, Poly-L-lactic acid, ฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ ดูปลอดภัย แต่ควรระวังเรื่องการทำหลายหัตถการในวันเดียวกัน[3]

ลำดับและช่วงห่างระหว่างสองเครื่องควรให้แพทย์กำหนดตามแต่ละเคส ไม่มีตัวเลขช่วงห่างที่เป็นมาตรฐานจากแหล่งที่อ่าน หากเคยทำฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนอื่นมาก่อน ให้แจ้งแพทย์เพื่อวางแผนจังหวะให้เหมาะ

ข้อควรระวังก่อนทำ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน หากมีข้อใดต่อไปนี้ ซึ่งรวบรวมจากหน้าบริการของคลินิกและหน้าผู้ผลิต[1][6][7]

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • มีแผลเปิด การติดเชื้อ หรือปัญหาผิวบริเวณที่จะทำ
  • มีโรคประจำตัวหรือภาวะทางการแพทย์ที่อาจส่งผลต่อการรักษา
  • มีประวัติคีลอยด์ หรือเริมบริเวณที่จะทำ
  • เพิ่งฉีดสารหรือทำหัตถการพลังงานอื่นในบริเวณเดียวกัน
  • เคยผ่าตัดใบหน้า หรือมีความผิดปกติของเส้นประสาทและความรู้สึกบนใบหน้า

รายการเหล่านี้ไม่ได้ตัดสิทธิ์การทำโดยอัตโนมัติ แต่ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล ความปลอดภัยขึ้นกับการประเมินที่เหมาะสมและความชำนาญของผู้ทำ ซึ่งงานทบทวนสรุปว่า MFU-V ส่วนใหญ่มีผลข้างเคียงชั่วคราว และงานวิเคราะห์รวมไม่พบรายงานเหตุการณ์ร้ายแรงในงานที่รวบรวม แต่หลายงานมีข้อจำกัดด้านการออกแบบ[2][3]

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Ulthera Prime กับ XTherma ต่างกันอย่างไร และ เจาะลึก Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมยังไง

ผลลัพธ์หลังทำ

ภาพรีวิวของคลินิกด้านล่างเป็นตัวอย่างผลลัพธ์ของแต่ละเครื่อง ผลที่เห็นขึ้นกับสภาพผิว ระดับความหย่อน และการวางแผนของแพทย์ในแต่ละคน ไม่ใช่การรับประกันผล และเทียบสองเครื่องจากภาพคนละเคสโดยตรงไม่ได้

Ulthera Prime

รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Ulthera Prime ภาพที่ 1
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Ulthera Prime ภาพที่ 2
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Ulthera Prime ภาพที่ 3
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Ulthera Prime ภาพที่ 4

Oligio X

รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Oligio X ภาพที่ 1
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Oligio X ภาพที่ 2
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Oligio X ภาพที่ 3
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Oligio X ภาพที่ 4

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: Ulthera Prime กับ Oligio X ต่างกันที่อะไร ?

ต่างที่ชนิดพลังงานและวิธีส่ง Ulthera Prime ใช้อัลตราซาวด์โฟกัส MFU-V ส่งเป็นจุดที่ความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 mm พร้อมภาพเรียลไทม์ ส่วน Oligio X ใช้ Monopolar RF ให้ความร้อนกระจายในเนื้อเยื่อด้วยลำดับ G, X, G

Q: Oligio X ช่วยลดไขมันแก้มหรือเหนียงได้ไหม ?

หน้าบริการของคลินิกและหน้าผู้ผลิตไม่ได้อ้างว่า Oligio X ลดไขมัน เหนียงอาจมาจากไขมัน ความหย่อน หรือทั้งสองอย่าง หากไขมันมากอาจต้องพิจารณาการจัดการไขมันร่วมด้วย

Q: เครื่องไหนเจ็บกว่ากัน ?

ไม่พบงานเปรียบเทียบสองเครื่องโดยตรง ความรู้สึกต่างกันตามแต่ละคน บริเวณ และระดับพลังงาน Ulthera Prime อาจรู้สึกอุ่น จิ้มสั้นๆ และตึงลึก ส่วน Oligio X รู้สึกอุ่นใต้ผิวสลับกับความเย็น ควรบอกแพทย์ล่วงหน้าหากกังวลเรื่องความเจ็บ

Q: ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

Ulthera Prime ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับอายุ ระดับความหย่อน และปัจจัยอื่นของแต่ละคน ส่วน Oligio X ผู้ผลิตระบุว่าราว 8 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งเป็นข้อมูลจากผู้ผลิต ความถี่ในการทำซ้ำแพทย์จะแนะนำเป็นรายบุคคล

Q: ทำ Ulthera Prime กับ Oligio X ร่วมกันได้ไหม ?

ทำได้ในบางเคส เพราะพลังงานสองกลุ่มทำงานคนละชั้นผิว แต่ลำดับและช่วงห่างควรให้แพทย์กำหนดตามแต่ละเคส

Q: ควรเลือกเครื่องไหนดี ?

ไม่มีเครื่องที่ดีกว่าในทุกกรณี ขึ้นกับโครงหน้า ความหนาเนื้อเยื่อ ปริมาณไขมัน ระดับความหย่อน และเป้าหมาย ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ

สรุป

Ulthera Prime และ Oligio X ไม่ใช่เครื่องที่ใช้แทนกันได้เสมอไป Ulthera Prime ใช้อัลตราซาวด์โฟกัสส่งพลังงานเป็นจุดที่ความลึกเลือกได้ถึงระดับที่สัมพันธ์กับ SMAS พร้อมภาพเรียลไทม์ ส่วน Oligio X ใช้ Monopolar RF ให้ความร้อนกระจายในเนื้อเยื่อด้วย GXG Dual Mode ทั้งสองพิจารณากับความหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง และผลต่างกันในแต่ละคน ที่ Fresh Code Clinic แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า ความหนาเนื้อเยื่อ และปริมาณไขมันเป็นรายเคส ก่อนเลือกว่าจะใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งหรือใช้ร่วมกัน

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากยังไม่แน่ใจว่าใบหน้าของคุณเหมาะกับเครื่องไหน ให้ทีมแพทย์วิเคราะห์โครงหน้าก่อนทำทุกครั้ง

ทีม Fresh Code Clinic

Fresh Code Clinic เป็น Beauty Lifestyle Clinic ย่านสุขุมวิท 5 ใกล้ BTS นานา ให้บริการดูแลผิว รักษาสิว เลเซอร์ ยกกระชับ ฟิลเลอร์ และโบท็อกซ์ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดูแลแบบเฉพาะบุคคลตามสภาพผิวของแต่ละคน

19 สุขุมวิท ซอย 5 ใกล้ BTS นานา ทางออก 1 มีที่จอดรถ · เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. · โทร 02-253-2236, 083-626-4264

แหล่งอ้างอิง