Oligio X เครื่องยกกระชับ Monopolar RF ที่ Fresh Code Clinic

Oligio X คืออะไร? ยกกระชับ กรอบหน้าชัด ผิวแน่นขึ้นด้วย Monopolar RF

เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าไม่ได้มีเพียงริ้วรอย แต่ยังรวมถึงผิวที่เริ่มสูญเสียความกระชับ แก้มล่างดูตกลง กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม หรือบริเวณใต้คางเริ่มดูไม่เรียบกระชับ แม้ว่าน้ำหนักตัวจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากก็ตาม

ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งคุณภาพผิว ปริมาณคอลลาเจน ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ ไขมัน และโครงสร้างในระดับลึก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกเครื่องยกกระชับไม่ควรดูเพียงว่าเครื่องไหนให้พลังงานสูงกว่า แต่ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะปัญหาของแต่ละคน

Oligio X เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar Radiofrequency หรือ Monopolar RF รุ่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio โดยมีจุดเด่นด้านการส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อ เพื่อช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิมและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่

รุ่น Oligio X เพิ่มเทคโนโลยี GXG Dual Mode, กำลังขับสูงสุด 400W, ระบบตรวจวัด Impedance แบบ Real-time และระบบ Cooling ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้สามารถบริหารความร้อนในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มความสบายระหว่างทำ

จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหา ผิวหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด แก้มล่างไม่กระชับ และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด

สารบัญ

ไม่แน่ใจว่า Oligio X เหมาะกับปัญหาของคุณหรือไม่? สามารถส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเข้ามาประเมินเบื้องต้น เพื่อดูว่าปัญหาหลักเกี่ยวข้องกับผิวหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้างในระดับลึก ก่อนเลือกเครื่องและจำนวนช็อตที่เหมาะสม

Oligio X คืออะไร ?

หลักการทำงานของ Oligio X ด้วยพลังงาน Monopolar RF ใต้ชั้นผิว

Oligio X คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อ เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเส้นใยคอลลาเจนและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่

เมื่อคอลลาเจนได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม เส้นใยคอลลาเจนเดิมจะเกิดการหดตัว ขณะเดียวกันร่างกายจะค่อย ๆ เข้าสู่กระบวนการ Collagen Remodeling ในระยะหลังทำ ทำให้ผิวสามารถค่อย ๆ ดูแน่น กระชับ และมีความยืดหยุ่นดีขึ้น

ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดเฉพาะทันทีหลังทำ แต่สามารถพัฒนาต่อเนื่องในช่วงหลายเดือน

Oligio X จึงไม่ใช่เครื่องที่มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนรูปหน้าให้แตกต่างจากเดิมอย่างมาก แต่เน้นการปรับความกระชับและคุณภาพผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Oligio X ทำงานอย่างไร ?

หัวใจสำคัญของ Oligio X คือการสร้างและบริหาร ความร้อนในเนื้อเยื่อ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน

ตัวเครื่องมีกำลังขับสูงสุด 400W และมีระบบ Real-time Impedance Feedback สำหรับตรวจวัดค่าความต้านทานของผิว เพื่อช่วยให้การส่งพลังงานในแต่ละช็อตมีความเหมาะสมมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้คือ GXG Dual Mode ซึ่งรวมการทำงานของ G Mode และ X Mode เข้าด้วยกัน

GXG Dual Mode คืออะไร?

GXG Dual Mode เป็นรูปแบบการส่งพลังงาน 3 ขั้นตอน

G Mode → X Mode → G Mode

แนวคิดของการทำงานคือเริ่มจากการเตรียมเนื้อเยื่อด้วยความร้อนระดับตื้น จากนั้นส่งความร้อนไปยังผิวในระดับที่ลึกขึ้น และกลับมาใช้ G Mode เพื่อช่วยคงความร้อนในเนื้อเยื่อและกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง

GXG Dual Mode ของ Oligio X ทำงานแบบ G Mode X Mode และ G Mode

G Mode

G Mode เน้นการให้ความร้อนกับผิวในระดับที่ตื้นกว่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีหน้าที่ช่วยเตรียมเนื้อเยื่อก่อนเข้าสู่การส่งพลังงานที่ลึกขึ้น
นอกจากการ Pre-heating แล้ว ความร้อนในระดับนี้ยังเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณผิวชั้นบนอีกด้วย

X Mode

X Mode ถูกออกแบบให้ส่งความร้อนไปยังผิวในระดับที่ลึกกว่า G Mode และช่วยให้ความร้อนอยู่ในเนื้อเยื่อได้นานขึ้น

จึงสามารถนำมาใช้กับบริเวณที่ต้องการเน้นความกระชับ เช่น

  • แก้มล่าง
  • กรอบหน้า
  • Jawline
  • บริเวณใต้คาง

หลังจาก X Mode จะกลับเข้าสู่ G Mode อีกครั้งตามรูปแบบ GXG เพื่อช่วยรักษาสภาวะความร้อนในเนื้อเยื่อ

ระบบ Cooling ของ Oligio X ช่วยอะไร?

การส่งพลังงาน RF ต้องสร้างความร้อนใต้ผิว ในขณะที่ผิวชั้นบนควรได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม Oligio X จึงมีระบบ Cooling ที่ได้รับการพัฒนาจากรุ่นเดิม โดยผู้ผลิตระบุว่า Cooling Power เพิ่มขึ้นประมาณ 2.25 เท่าเมื่อเทียบกับ Oligio รุ่นเดิม Cooling จึงมีบทบาทในการช่วยลดความร้อนบริเวณผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่าง Treatment ในขณะที่พลังงานความร้อนยังคงถูกส่งเข้าสู่เนื้อเยื่อเป้าหมาย

Oligio X ช่วยอะไรบ้าง ?

หนึ่งในคำถามที่พบมากที่สุดคือ Oligio X ช่วยอะไร?

โดยทั่วไป Oligio X สามารถนำมาพิจารณาสำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความหย่อนและคุณภาพผิว เช่น

  • ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
  • แก้มล่างไม่กระชับ
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • Jawline เริ่มไม่คม
  • บริเวณใต้คางดูไม่กระชับ
  • ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
  • ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน
  • ต้องการให้ผิวดูแน่นและเรียบขึ้น
  • ต้องการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด
  • ต้องการดูแล Anti-aging ตั้งแต่ความหย่อนยังไม่มาก

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ภายนอกดูคล้ายกันอาจเกิดจากโครงสร้างที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกโปรแกรมจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว

กรอบหน้าไม่ชัดจากผิวหย่อน

เมื่อคุณภาพผิวและความยืดหยุ่นลดลง เนื้อเยื่อบริเวณแก้มล่างสามารถค่อย ๆ เคลื่อนลง ส่งผลให้แนวกรามดูไม่ชัดเท่าเดิม
หากปัญหาหลักมาจากความหย่อน การเพิ่มความกระชับบริเวณ Lower Face สามารถช่วยให้กรอบหน้าดูเป็นสัดส่วนขึ้นได้

กรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันหรือเหนียง

กรอบหน้าที่ไม่ชัดอาจไม่ได้เกิดจากผิวหย่อนเพียงอย่างเดียว แต่สามารถมี ไขมันบริเวณแก้มล่างหรือใต้คาง ร่วมด้วย
ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นว่าเป็น “เหนียง” อาจเกิดจาก
  • ไขมัน
  • ผิวหย่อน
  • หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน
หากมีไขมันสะสมค่อนข้างมาก การใช้เครื่องเพื่อ Tightening เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด จึงควรแยกสาเหตุของปัญหาก่อนวางแผนการรักษา

Oligio X เหมาะกับใคร ?

Oligio X เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนของผิวในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการดูแลความกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน
ตัวอย่างปัญหาที่สามารถพิจารณา Oligio X ได้แก่
  • แก้มล่างเริ่มไม่กระชับ
  • กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม
  • ผิวเริ่มไม่แน่น
  • ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน
  • ต้องการดูแลความหย่อนก่อนที่ปัญหาจะมากขึ้น
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาและดูเป็นธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม อายุไม่ควรเป็นตัวกำหนดจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว คนที่มีอายุเท่ากันสามารถมีความหนาของผิว ปริมาณไขมัน โครงหน้า และระดับความหย่อนต่างกัน จึงควรพิจารณาจากสภาพผิวและ Anatomy ของแต่ละคนร่วมด้วย

บริเวณที่นิยมทำ Oligio X

Oligio X บริเวณแก้มและแก้มล่าง

แก้มล่างเป็นบริเวณที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเมื่อผิวและเนื้อเยื่อสูญเสียความกระชับ ทำให้ใบหน้าช่วงล่างดูหนักขึ้น
Oligio X สามารถนำมาใช้เพื่อเน้นเรื่องความแน่นและความกระชับของบริเวณ Lower Face ได้

Oligio X บริเวณกรอบหน้าและ Jawline

เมื่อผิวและเนื้อเยื่อบริเวณแนวกรามเริ่มหย่อน Jawline สามารถดูไม่ชัดเท่าเดิม
เป้าหมายของ Treatment จึงไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนมีใบหน้า V Shape เหมือนกัน แต่เป็นการช่วยให้กรอบหน้าตามโครงสร้างเดิมดูชัดและกระชับขึ้น

Oligio X บริเวณใต้คาง

Oligio X สามารถนำมาใช้ดูแลความกระชับบริเวณใต้คางได้ แต่ควรประเมินปริมาณไขมันร่วมด้วย
ในกรณีที่ใต้คางมีไขมันสะสมค่อนข้างมาก อาจต้องพิจารณาวิธีดูแลไขมันร่วมกับการยกกระชับ เพื่อให้ตรงกับสาเหตุของปัญหามากขึ้น

Oligio X บริเวณลำคอ

บริเวณลำคอเป็นอีกพื้นที่ที่สามารถเกิดความหย่อนได้ตามอายุ โดยสามารถพิจารณาใช้ Oligio X เพื่อดูแลความกระชับของผิวบริเวณคอร่วมกับใบหน้าได้
จำนวนช็อตและพลังงานควรเลือกตามขนาดพื้นที่และลักษณะผิวของแต่ละคน

Oligio X ต้องทำกี่ช็อต ?

คำถาม Oligio X กี่ช็อต? เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจทำ เพราะโปรโมชั่นของแต่ละแห่งมักกำหนดราคาตามจำนวนช็อต แต่จำนวนช็อตไม่ควรถูกพิจารณาแยกจากพื้นที่และ Treatment Plan

คำถามที่ควรถามควบคู่กันคือ “จำนวนช็อตนี้ครอบคลุมบริเวณไหน และถูกวางอย่างไร?” เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ตำแหน่งที่วางพลังงาน ระดับพลังงาน ขนาดพื้นที่ และ Anatomy ของใบหน้า

Oligio X 300 ช็อต เหมาะกับใคร ?

Oligio X 300 ช็อต อาจเหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่ที่ต้องการดูแลไม่กว้างมาก หรือต้องการเน้นเฉพาะบางบริเวณ
อย่างไรก็ตาม 300 ช็อตไม่ได้หมายความว่าจะครอบคลุม Full Face ได้เหมาะสมสำหรับทุกคน เพราะขนาดใบหน้าและปัญหาของแต่ละคนต่างกัน

Oligio X 450 ช็อต เหมาะกับใคร ?

Oligio X 450 ช็อต สามารถเพิ่มพื้นที่ Coverage ได้มากขึ้น และในบางเคสสามารถกระจายพลังงานไปยังแก้มล่าง กรอบหน้า และใต้คางได้
สิ่งสำคัญคือการจัด Shot Distribution ให้สัมพันธ์กับบริเวณที่มีปัญหามากกว่าแบ่งจำนวนช็อตเท่ากันในทุกส่วนของใบหน้า

Oligio X 600 ช็อตขึ้นไป เหมาะกับใคร ?

ในกรณีที่ต้องการดูแลพื้นที่กว้าง เช่น Full Face ร่วมกับกรอบหน้า ใต้คาง หรือลำคอ สามารถพิจารณาจำนวนช็อตที่มากขึ้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ยิ่งจำนวนช็อตเยอะ ยิ่งให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอ จำนวนช็อตควรสัมพันธ์กับพื้นที่และพลังงานที่ใช้ด้วย

Oligio X เจ็บไหม ?

อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนกังวลก่อนทำคือ Oligio X เจ็บไหม?

ระหว่างทำโดยทั่วไปจะรู้สึกถึงความอุ่นจากพลังงานใต้ผิว สลับกับความเย็นที่บริเวณผิวด้านบนจากระบบ Cooling

Oligio X ได้รับการพัฒนาระบบ Cooling ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจาก Oligio รุ่นเดิม และยังมีระบบ Vibration ที่ช่วยเพิ่มความสบายระหว่างทำ

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกของแต่ละคนแตกต่างกัน และบางบริเวณสามารถรู้สึกอุ่นกว่าบริเวณอื่น ขึ้นอยู่กับ

  • Pain Sensitivity
  • บริเวณที่ทำ
  • ระดับพลังงาน
  • ความหนาของผิว
  • ลักษณะเนื้อเยื่อในแต่ละตำแหน่ง

จึงควรเลือกพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวและการตอบสนองของเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เน้นใช้พลังงานสูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนการทำ Oligio X ที่ Fresh Code Clinic

Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่ ?

หลังทำ Oligio X บางคนสามารถรู้สึกถึงความตึงหรือความกระชับของผิวได้ตั้งแต่ช่วงแรก เนื่องจากการตอบสนองของเส้นใยคอลลาเจนต่อความร้อน

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ควรถูกประเมินจาก Immediately After เพียงอย่างเดียว

เนื่องจากหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ RF คือกระบวนการ Collagen Remodeling ซึ่งต้องใช้เวลา

ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าผลลัพธ์สามารถค่อย ๆ พัฒนาขึ้น และเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 3–6 เดือนหลังทำ
การติดตามผลจึงควรใช้ภาพที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน เช่น

  • มุมเดียวกัน
  • ระยะกล้องใกล้เคียงกัน
  • แสงเดียวกัน
  • Expression ใกล้เคียงกัน

เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์ได้ตรงมากขึ้น

รีวิวผลลัพธ์ Oligio X บริเวณกรอบหน้าก่อนและหลังทำที่ Fresh Code Clinic
รีวิวผลลัพธ์ Oligio X บริเวณกรอบหน้าก่อนและหลังทำที่ Fresh Code Clinic

Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า ผลลัพธ์ของ Oligio X สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปี

ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตาม

  • อายุ
  • สภาพผิว
  • คุณภาพคอลลาเจน
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต
  • การดูแลผิว
  • กระบวนการ Aging ของแต่ละคน

จึงไม่ควรคาดหวังว่าผลลัพธ์หรือระยะเวลาจะเหมือนกันทุกคน

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร ?

เปรียบเทียบ Oligio และ Oligio X รุ่นใหม่

Oligio X ยังคงใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เช่นเดียวกับ Oligio รุ่นเดิม แต่มีการพัฒนาระบบการส่งพลังงานและระบบ Cooling เพิ่มเติม

จุดสำคัญของรุ่น Oligio X ได้แก่

  • GXG Dual Mode
  • G Mode และ X Mode
  • กำลังขับสูงสุด 400W
  • Real-time Impedance Feedback
  • More Powerful Deep Heating
  • ความสามารถในการคงความร้อนในเนื้อเยื่อได้นานขึ้น
  • Cooling Power ที่ผู้ผลิตระบุว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 2.25 เท่า
  • Auto Mode ที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการ Treatment

ดังนั้น Oligio X ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อหรือดีไซน์เครื่อง แต่เป็นการพัฒนาวิธีบริหารพลังงานและความร้อนในเนื้อเยื่อจาก Oligio รุ่นก่อน

Oligio X กับ Ultraformer MPT ต่างกันอย่างไร ?

แม้ Oligio X และ Ultraformer MPT จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องยกกระชับเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละประเภทและมีรูปแบบการส่งพลังงานใต้ผิวที่แตกต่างกัน

Oligio X ใช้ Monopolar RF เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อเป็นพื้นที่ เน้น Skin Tightening และ Collagen Remodeling

ขณะที่ Ultraformer MPT อยู่ในกลุ่ม Focused Ultrasound ซึ่งสามารถส่งพลังงานเป็นจุดไปยังระดับความลึกที่กำหนดได้

RF กับ HIFU เลือกอะไรดี ?

แทนที่จะถามว่าเครื่องไหน “แรงกว่า” ควรพิจารณาว่า ปัญหาที่ต้องการดูแลอยู่ในระดับไหน

หากเป้าหมายสำคัญคือความแน่นของผิวและ Collagen Remodeling พลังงาน RF อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสม

ในขณะที่บางคนมีความหย่อนที่ต้องการการดูแลในโครงสร้างระดับลึก และอาจเหมาะกับ Focused Ultrasound มากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีบางเคสที่สามารถนำเทคโนโลยีสองประเภทมาใช้ร่วมกัน เพื่อดูแลปัญหาที่อยู่คนละระดับของใบหน้า

จึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเดียวที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกคน

เปรียบเทียบ Monopolar RF กับ HIFU สำหรับการยกกระชับใบหน้า

หากต้องการทำความเข้าใจเทคโนโลยียกกระชับในกลุ่ม Monopolar RF เพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลของ XTherma ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี RF ที่ Fresh Code Clinic มีให้บริการ

Oligio X ราคาเท่าไหร่ ?

ราคา Oligio X แตกต่างกันตามจำนวนช็อต พื้นที่ที่ทำ และโปรโมชั่นในแต่ละช่วง

ก่อนเปรียบเทียบราคา แนะนำให้ดูรายละเอียดอย่างน้อย 3 เรื่องร่วมกัน

1. จำนวนช็อต

Oligio X 300, 450 และ 600 ช็อตให้พื้นที่ Coverage ไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาที่ต่างกันอาจสะท้อนจำนวนพลังงานที่ได้รับด้วย

2. บริเวณที่ทำ

บางโปรแกรมอาจเน้นเฉพาะ Lower Face ขณะที่บางโปรแกรมครอบคลุม Full Face หรือเพิ่มใต้คางและลำคอ

จึงควรตรวจสอบ Treatment Area ก่อนนำราคามาเปรียบเทียบกัน

3. Shot Distribution และ Treatment Plan

จำนวนช็อตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Treatment

อีกสิ่งที่สำคัญคือ ช็อตเหล่านั้นถูกวางตรงไหน เพื่อแก้ปัญหาอะไร

ดังนั้นการเปรียบเทียบเพียง “ราคาต่อช็อต” อาจไม่เพียงพอในการตัดสินใจ

เช็กราคาและโปรโมชั่น Oligio X ล่าสุด ราคาและโปรโมชั่นอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง สามารถดูโปรโมชั่นปัจจุบัน หรือสอบถามจำนวนช็อตที่เหมาะกับปัญหาก่อนตัดสินใจได้

ทำ Oligio X ที่ไหนดี? ควรดูอะไรบ้างก่อนเลือกคลินิก

เมื่อค้นหา Oligio X ที่ไหนดี อาจพบหลายคลินิกที่ใช้เครื่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของ Treatment ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว

ก่อนเลือกสถานที่ทำ ควรพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกัน

  • ใช้เครื่องและหัว Treatment จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
  • มีการประเมินสภาพผิวและโครงหน้าก่อนทำ
  • อธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกจำนวนช็อตดังกล่าว
  • วาง Shot Distribution ตามปัญหาของแต่ละคน
  • มีการบันทึกภาพ Before–After สำหรับติดตามผล
  • มีข้อมูลเรื่องข้อจำกัดและผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมา
  • สามารถแนะนำเทคโนโลยีอื่นได้ หาก Oligio X ไม่ใช่ตัวเลือกที่ตรงกับปัญหา

Fresh Code Clinic ให้ความสำคัญกับการเลือก Treatment จาก สภาพผิว โครงหน้า ระดับความหย่อน และปัญหาของแต่ละคน มากกว่าการใช้ Protocol เดียวกันในทุกเคส

เพราะคนที่กรอบหน้าไม่ชัดจาก “ผิวหย่อน” กับคนที่กรอบหน้าไม่ชัดจาก “ไขมัน” อาจดูคล้ายกัน แต่แนวทางในการดูแลสามารถแตกต่างกันได้

Oligio X ที่ Fresh Code Clinic ดูแลโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยียกกระชับ

แม้จะใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่การทำ Oligio X ในแต่ละเคสอาจให้ Treatment Plan ที่แตกต่างกัน เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การประเมินโครงหน้า การเลือกพื้นที่ การวาง Shot Distribution และการเลือกพลังงานให้เหมาะกับเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ

ที่ Fresh Code Clinic ทีมแพทย์ด้านการยกกระชับนำโดย นพ.กฤติมุข วิเศษธนากร (คุณหมอกฤติ) ซึ่งมีบทบาทเป็น KOL, Trainer และ Speaker ของเทคโนโลยี Oligio และ Oligio X รวมถึงมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยียกกระชับในกลุ่มพลังงาน RF

บทบาทของ Trainer และ KOL ไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้งานตัวเครื่อง แต่ยังเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคนิค การออกแบบ Treatment Protocol และการถ่ายทอดแนวทางการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน

Fresh Code Clinic จึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Case by Case Treatment โดยเริ่มจากการประเมินว่าแต่ละคนมีปัญหาหลักจาก

  • ความหย่อนของผิว
  • ปริมาณไขมันบริเวณแก้มและกรอบหน้า
  • ความชัดของ Jawline
  • สภาพและความหนาของผิว
  • พื้นที่ที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ

ก่อนจึงค่อยวางจำนวนช็อตและเลือกพลังงานให้เหมาะสม แทนการใช้จำนวนช็อตหรือ Protocol แบบเดียวกันในทุกคน

แนวทางนี้ช่วยให้การทำ Oligio X ไม่ได้เป็นเพียงการ “ยิงครบตามจำนวนช็อต” แต่เป็นการวาง Treatment ให้สัมพันธ์กับโครงหน้าและเป้าหมายของแต่ละเคส

ข้อควรรู้ก่อนทำ Oligio X

แม้ Oligio X จะเป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัดและมี Downtime ค่อนข้างต่ำ แต่ยังเป็น Treatment ที่ใช้พลังงาน จึงควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติการทำหัตถการก่อนเริ่มทุกครั้ง

โดยเฉพาะผู้ที่

  • มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • มีการติดเชื้อหรือปัญหาผิวบริเวณที่จะทำ
  • มีโรคประจำตัวหรือภาวะที่อาจส่งผลต่อการรักษา
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีประวัติคีลอยด์
  • มีการติดเชื้อเริมในบริเวณที่จะทำ
  • เพิ่งทำหัตถการฉีดหรือ Treatment อื่นในบริเวณเดียวกัน

ควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้ก่อนรับบริการเพื่อประเมินความเหมาะสมและช่วงเวลาที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio X

Oligio X ดีไหม ?

Oligio X เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Monopolar RF โดยเฉพาะในกรณีที่มีความหย่อนระดับเริ่มต้นถึงปานกลางและไม่ต้องการ Downtime นาน แต่ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน

Oligio X ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม ?

Oligio X สามารถทำเป็น Single Treatment ได้ในหลายเคส แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดทั้งหมดทันที เนื่องจากกระบวนการ Collagen Remodeling จะค่อย ๆ ดำเนินต่อหลังทำ และสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นในช่วงหลายเดือน

Oligio X อยู่ได้กี่เดือน ?

ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปี โดยระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การสร้างคอลลาเจน และพฤติกรรมของแต่ละคน

Oligio X 450 ช็อตพอไหม ?

ขึ้นอยู่กับพื้นที่และปัญหาที่ต้องการดูแล สำหรับบางคน 450 ช็อตสามารถครอบคลุมบริเวณสำคัญของใบหน้าได้ แต่หากต้องการทำ Full Face ร่วมกับใต้คางหรือลำคอ อาจต้องพิจารณาจำนวนช็อตเพิ่มเติม

Oligio X ช่วยลดเหนียงไหม ?

หากใต้คางดูไม่ชัดจากความหย่อนของผิว การเพิ่มความกระชับบริเวณดังกล่าวสามารถช่วยให้กรอบหน้าดูดีขึ้นได้ แต่หากมีไขมันสะสมมาก อาจต้องประเมินวิธีดูแลไขมันร่วมด้วย

Oligio X เจ็บไหม ?

ขณะทำโดยทั่วไปจะรู้สึกอุ่นจากพลังงานใต้ผิว สลับกับความเย็นจากระบบ Cooling แต่ระดับความรู้สึกจะแตกต่างกันตามบุคคล บริเวณที่ทำ และพลังงานที่ใช้

หลังทำ Oligio X ต้องพักหน้าหรือไม่ ?

Oligio X เป็น Treatment ที่มี Downtime ค่อนข้างต่ำ โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ และสังเกตความผิดปกติของผิวในช่วงแรก

Oligio X กับ HIFU แบบไหนดีกว่า ?

ไม่มีเทคโนโลยีใดเหมาะกับทุกคน เพราะ Monopolar RF และ Focused Ultrasound มีรูปแบบการส่งพลังงานและเป้าหมายแตกต่างกัน ควรเลือกตามระดับความหย่อน สภาพผิว ปริมาณเนื้อ และปัญหาที่ต้องการแก้

หลังทำ Oligio X มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

หลังทำอาจพบผิวแดง รู้สึกอุ่น ตึง หรือไวต่อการสัมผัสเล็กน้อยได้ในบางคน โดยอาการมักเป็นชั่วคราว หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกเพื่อประเมินเพิ่มเติม

สรุป Oligio X เหมาะกับใคร?

หากเริ่มมีปัญหา ผิวหย่อน แก้มล่างไม่กระชับ กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรืออยากกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด Oligio X เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถนำมาพิจารณาได้

Oligio X ใช้ Monopolar RF 6.78 MHz ร่วมกับ GXG Dual Mode, กำลังขับสูงสุด 400W, ระบบ Real-time Impedance Feedback และ Cooling System ที่พัฒนาขึ้น เพื่อบริหารพลังงานความร้อนในเนื้อเยื่อสำหรับ Skin Tightening และ Collagen Remodeling

อย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องไม่ควรเริ่มจากชื่อ Treatment เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการแยกก่อนว่าปัญหาที่เห็นบนใบหน้าเกิดจาก

ผิวหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้างในระดับลึก

บางคนอาจเหมาะกับ Oligio X
บางคนอาจเหมาะกับ HIFU
บางคนอาจต้องดูแลไขมันร่วมด้วย
และบางคนอาจเหมาะกับ Combination Treatment

การประเมินสภาพผิวและโครงหน้าก่อนทำจึงช่วยให้สามารถเลือกประเภทพลังงาน จำนวนช็อต และพื้นที่ Treatment ได้ตรงกับปัญหามากขึ้น

ยังไม่แน่ใจว่า Oligio X เหมาะกับใบหน้าของคุณหรือไม่?

สามารถส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเพื่อประเมินเบื้องต้น หรือเข้ามาประเมินที่ Fresh Code Clinic ก่อนเลือกจำนวนช็อตและ Treatment Plan ที่เหมาะสม

💚Add LINE @freshcodeclinic
📍19 สุขุมวิท ซอย 5, BTS นานา ทางออก 1 (มีที่จอดรถ)
📞083-626-4264
🕝Open daily 11:00 AM – 08:00 PM