XTherma ต่างจาก Oligio, HIFU และ Ulthera ยังไง?

XTherma ต่างจาก Oligio HIFU Ulthera ตรงชนิดพลังงานเป็นหลัก โดย XTherma และ Oligio ใช้ความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ส่วน HIFU และ Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสเป็นจุด บทความนี้เปรียบเทียบกลไก ความรู้สึกขณะทำ และกลุ่มที่เหมาะ ตามข้อมูลของ Fresh Code Clinic และงานทบทวนทางการแพทย์ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

Key Takeaways

  • XTherma และ Oligio อยู่ในกลุ่ม Monopolar RF ที่ใช้ความร้อนกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน HIFU และ Ulthera อยู่ในกลุ่มอัลตราซาวด์ที่ส่งพลังงานเป็นจุดลึก งานทบทวนระบุว่าทั้ง RF และอัลตราซาวด์โฟกัสใช้กับความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ แต่ไม่ได้มีไว้แทนการผ่าตัด
  • ความรู้สึกขณะทำต่างกัน RF มักเป็นความอุ่นหรือร้อน (ในงานศึกษา Thermage ผู้ป่วยส่วนใหญ่ให้ระดับ “อุ่น”) ส่วนอัลตราซาวด์โฟกัสความเจ็บแปรผันตามบริเวณและตัวบุคคล ค่าเฉลี่ยในงานทบทวนอยู่ราว 2-4 จาก 10 และสูงกว่าบริเวณคิ้วและรอบดวงตา
  • ไม่มีเครื่องไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน งานทบทวนระบุว่าผู้ที่เหมาะที่สุดคือผู้ที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนผู้ที่หย่อนมากมักเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า บางเคสแพทย์อาจใช้มากกว่า 1 เทคโนโลยีร่วมกัน
  • คลินิกระบุว่าไม่ต้องพักฟื้น แต่งานวิจัยพบรอยแดงและบวมชั่วคราว ส่วนงานวิจัยอิสระที่อ่านได้ ไม่พบงานของ XTherma มีงานของ Oligio 1 งาน (30 คน ติดตาม 6 เดือน ไม่มีกลุ่มควบคุม) ที่เหลือเป็นเครื่องรุ่นอื่น (Thermage, Ulthera) ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือก

หัตถการยกกระชับมีหลายแบบ แต่ละแบบต่างกันยังไง?

ปัจจุบันหัตถการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ผ่าตัดมีให้เลือกหลายเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น XTherma, Oligio, HIFU หรือ Ulthera สิ่งที่หลายคนค้นหาก่อนตัดสินใจคือ “แต่ละแบบต่างกันยังไง?” และ “แบบไหนเหมาะกับเรา?”[1]

คลินิกอธิบายว่าไม่มีเทคโนโลยีไหนที่เหมาะกับทุกคนเหมือนกันทั้งหมด การเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ปัญหาผิว และความคาดหวัง สำคัญกว่าการเลือกตามชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว[1] บทความนี้อธิบายความแตกต่างเชิงกลไกการทำงาน ความรู้สึกขณะทำ และกลุ่มคนที่เหมาะสม โดยเสริมด้วยข้อมูลจากงานทบทวนทางการแพทย์

ภาพรวมก่อน: เทคโนโลยียกกระชับแบ่งเป็นกี่กลุ่ม?

หัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดแบ่งตามพลังงานที่ใช้ได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ตามที่คลินิกอธิบาย[1]

กลุ่มที่ 1: Radiofrequency (RF)

ใช้พลังงานความร้อนเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ตัวอย่างคือ XTherma และ Oligio[1]

กลุ่มที่ 2: Ultrasound (คลื่นเสียง)

ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งลงสู่ชั้นผิวเฉพาะจุด ตัวอย่างคือ HIFU และ Ulthera[1]

ความแตกต่างของกลุ่มพลังงานส่งผลต่อความรู้สึก ความลึก และผลลัพธ์ที่คาดหวัง ตามที่คลินิกอธิบาย[1] งานทบทวน Skin tightening technologies ระบุว่า RF และอัลตราซาวด์โฟกัสต่างก็ใช้กับความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ โดยกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจนจากความร้อน ผู้ป่วยในงานส่วนใหญ่พึงพอใจสูง แต่ผู้เขียนระบุว่าไม่ได้มีไว้แทนการผ่าตัด[7]

กลุ่ม RF: XTherma และ Oligio คืออะไร?

XTherma คืออะไร?

XTherma เป็นเทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency (RF) ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ตามที่คลินิกอธิบาย[1] หน้าบริการของคลินิกระบุเพิ่มเติมว่าใช้ RF 6.78 MHz มีระบบควบคุมอุณหภูมิผิว (S.T.C.) ระหว่างทำ ความรู้สึกเป็นความอุ่นหรือความร้อนลึกสลับกับความเย็น และผลลัพธ์จะไม่เห็นเต็มที่ในวันที่ทำ[2]

ลักษณะเด่นที่คลินิกระบุ ได้แก่ พลังงานกระจายเป็นบริเวณกว้าง เน้นการฟื้นฟูผิวและความกระชับโดยรวม และเหมาะกับคนที่ต้องการผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ[1]

Oligio คืออะไร?

Oligio เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF เช่นเดียวกัน แต่มีลักษณะการส่งพลังงานและการออกแบบหัวเครื่องที่แตกต่าง คลินิกระบุว่า Oligio ใช้พลังงาน RF เพื่อสลายไขมันบางส่วนร่วมกับการกระชับผิว เน้นการทำงานในหลายชั้นผิว และมักถูกเลือกในกรณีที่มีไขมันบริเวณแก้มหรือเหนียงร่วมกับความหย่อนคล้อย[1]

หน้าของผู้ผลิต (WONTECH ASIA) อธิบาย Oligio X ว่าใช้ RF 6.78 MHz ในโหมดที่ทำงานกับผิวชั้นบนและชั้นลึก และอ้างว่ามีผลต่อบริเวณแก้มและใต้คางโดยไม่ได้ใช้คำว่าลดไขมันตรง ๆ[3] เนื่องจากเป็นข้อมูลของผู้ผลิต และในแหล่งอิสระที่อ่านได้ไม่พบงานวิจัยที่ยืนยันผลลดไขมันของ Oligio จึงควรสอบถามแพทย์ถึงข้อมูลและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ

มีงานศึกษาของ Oligio ในผู้ใหญ่ชาวไทย 30 คน (อายุ 43-53 ปี) ที่หย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนล่างระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ทำ 1 ครั้งและติดตามที่ 1, 3 และ 6 เดือน แพทย์ผิวหนัง 2 ท่านที่ไม่ทราบข้อมูลการรักษาประเมินจากภาพ พบว่าดีขึ้นราว 87% ที่ 6 เดือน คะแนนความเจ็บเฉลี่ยราว 3 จาก 10 ส่วนผิวแดงชั่วคราวพบราว 83% และหายภายใน 1-2 วัน ไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง ข้อจำกัดที่ผู้เขียนระบุ ได้แก่ ไม่มีกลุ่มควบคุม การประเมินส่วนใหญ่เป็นแบบอัตวิสัย และเครื่องที่ใช้ได้รับจากตัวแทนจำหน่าย โดยค่าตีพิมพ์แบบเปิดเข้าถึงมาจากผู้ผลิต งานนี้ศึกษาความหย่อนคล้อย ไม่ได้ศึกษาผลลดไขมัน[9]

RF รู้สึกอย่างไร และมีข้อมูลอิสระแค่ไหน?

ไม่พบข้อมูลอิสระของ XTherma และงานของ Oligio มีเพียงงานข้างต้น ส่วนข้อมูลที่เหลือเป็นของเครื่อง Monopolar RF รุ่นอื่น (Thermage/ThermaCool) จึงใช้เป็นภาพรวมของกลุ่ม RF เท่านั้น ในงานศึกษา 20 ราย ความไม่สบายหลักคือความร้อน ผู้ป่วย 70% ให้ระดับ “อุ่น” และ 30% ให้ระดับ “ร้อนเล็กน้อยถึงปานกลาง” และทุกคนยอมรับระดับนี้สำหรับการรักษาครั้งต่อไป ผู้เขียนระบุว่าไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในงานนี้[5] งานย้อนหลังกว่า 600 ครั้งพบรอยแดงและบวมซึ่งมักหายภายใน 24 ชั่วโมง ผลข้างเคียงชั่วคราวราว 2.7% ของการรักษา และไม่พบผลข้างเคียงถาวร แต่เป็นงานย้อนหลังจากศูนย์เดียวโดยผู้เขียนเป็นแพทย์ผู้รักษา[6]

กลุ่ม Ultrasound: HIFU และ Ulthera คืออะไร?

HIFU คืออะไร?

HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงส่งลงไปยังชั้นผิวในตำแหน่งที่กำหนดเป็น “จุด” ลักษณะคือพลังงานลงเป็นจุด ทำงานในระดับความลึกที่เฉพาะเจาะจง และความรู้สึกมักเป็นการจี๊ดลึกบางจุด คลินิกระบุว่าเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับเฉพาะจุดและเน้นการยกในระดับโครงสร้างผิว[1]

Ulthera คืออะไร?

Ulthera อยู่ในกลุ่มอัลตราซาวด์เช่นเดียวกับ HIFU จุดเด่นที่คลินิกระบุคือมีระบบมองเห็นชั้นผิวขณะทำ (Visualization) ใช้พลังงานสูงส่งลงสู่ชั้นที่กำหนด ความรู้สึกค่อนข้างชัดในบางบริเวณ และใช้ยกกระชับในระดับลึก เหมาะกับคนที่ต้องการยกแบบเน้นจุดและรับรู้ความรู้สึกขณะทำได้ค่อนข้างดี[1]

งานทบทวนเรื่องอัลตราซาวด์โฟกัส (microfocused ultrasound) อธิบายว่าพลังงานทำให้เนื้อเยื่อร้อนเกินราว 60°C เกิดจุดแข็งตัวของคอลลาเจนขนาดประมาณ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตรในชั้นหนังแท้ลึกและชั้น SMAS ขึ้นกับหัวที่ใช้ มีความลึกราว 4.5 มม., 3 มม. หรือ 1.5 มม. และมีภาพอัลตราซาวด์ช่วยดูเนื้อเยื่อลึกถึงราว 8 มม. ขณะทำ บทความเดียวกันระบุว่าพลังงานต่อพัลส์ของ microfocused ultrasound อยู่ที่ 0.18-1.2 จูล ขณะที่ HIFU อยู่ราว 100 จูล ซึ่งเป็นข้อมูลปี 2016 และอุปกรณ์ในปัจจุบันอาจต่างไป[4]

ด้านความเจ็บ งานทบทวนระบุว่าแปรผันมากในแต่ละงาน ค่าเฉลี่ยบางงานอยู่ที่ราว 1.9-4 จาก 10 และสูงกว่าบริเวณคิ้วและรอบดวงตา (ราว 5.7 จาก 10) เมื่อเทียบกับใบหน้าส่วนอื่นและลำคอ ส่วนผลข้างเคียงที่พบ เช่น รอยแดงนานถึง 24 ชั่วโมง และบวมนานถึง 3 วัน มีรายงานปัญหาที่พบน้อยกว่า เช่น ฟกช้ำ ชา และรอยแผลเป็นเส้น[4]

ตารางเปรียบเทียบ: XTherma vs Oligio vs HIFU vs Ulthera

ตารางด้านล่างสรุปตามข้อมูลของคลินิก และเพิ่มแถวข้อสังเกตจากงานทบทวนทางการแพทย์ (ผลลัพธ์และความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)[1]

หัวข้อXThermaOligioHIFUUlthera
ประเภทพลังงานMonopolar RFMonopolar RFUltrasoundUltrasound
ลักษณะพลังงานความร้อนกระจายความร้อนหลายชั้นคลื่นเสียงเป็นจุดคลื่นเสียงเป็นจุด
ความลึกชั้นผิวลึกแบบกว้างหลายชั้นผิวจุดลึกเฉพาะตำแหน่งจุดลึกเฉพาะตำแหน่ง
ความรู้สึกขณะทำอุ่นลึกต่อเนื่องอุ่นลึกจี๊ดเป็นบางจุดจี๊ดลึกบางตำแหน่ง
จุดเด่นฟื้นฟู + กระชับผิวกระชับ + ลดไขมันบางส่วน (ตามคลินิก)ยกเฉพาะจุดยกในระดับลึก มีระบบมองเห็นชั้นผิว
เหมาะกับใครอยากดูดีเป็นธรรมชาติมีไขมันร่วมเน้นยกจุดชัดรับความรู้สึกได้ดี
การพักฟื้น (ตามคลินิก)ไม่ต้องพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้น
ข้อสังเกตจากงานวิจัยไม่พบงานอิสระของ XTherma โดยตรง; RF รุ่นอื่นพบแดงบวมชั่วคราว[5][6]มีงานศึกษาความหย่อนคล้อยใบหน้าส่วนล่าง 30 คน ติดตาม 6 เดือน ไม่พบงานที่ยืนยันผลลดไขมัน[9]ข้อมูล HIFU เฉพาะรุ่นไม่พบในแหล่งที่อ่านได้[4]พบแดงนานถึง 24 ชม. และบวมนานถึง 3 วันในบางราย[4]

แล้วควรเลือกแบบไหนดี? และทำไมต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกเครื่อง?

แล้วควรเลือกแบบไหนดี?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ “เครื่องไหนดีกว่า” แต่อยู่ที่ “แบบไหนเหมาะกับผิวของคุณมากกว่า” คลินิกแนะนำให้พิจารณาระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมันบนใบหน้า ความไวต่อความรู้สึก และความคาดหวังของผลลัพธ์ และในหลายกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ใช้มากกว่า 1 เทคโนโลยีร่วมกัน[1]

แหล่งอิสระสอดคล้องกัน งานทบทวน microfocused ultrasound ระบุว่าผู้ที่เหมาะที่สุดคือผู้ที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้ที่หย่อนปานกลางถึงมากมักเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า และผลไม่เท่ากับการผ่าตัดยกหน้า ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 30 สัมพันธ์กับการตอบสนองที่ดีกว่า ข้อห้าม เช่น การติดเชื้อ แผลเปิด สิวซีสต์ และการตั้งครรภ์ และควรระวังเมื่อทำวันเดียวกับฟิลเลอร์หรือสารพิษโบทูลินัม[4]

บทความใน Dermatology Times ระบุว่า RF เหมาะกับผู้ที่คุณภาพผิวและความหย่อนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยถึงปานกลาง และผลเทียบกับการผ่าตัดที่ปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อไม่ได้ แพทย์ผู้ให้ข้อมูลเห็นว่าการใช้หลายวิธีร่วมกันอาจให้ผลดีกว่า ผู้ให้ข้อมูลรายหนึ่งระบุว่ามีงานที่ปรึกษากับบริษัทผู้ผลิตเครื่อง RF[8]

ทำไมต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกเครื่อง?

คลินิกให้เหตุผลว่า อายุเท่ากันไม่ได้หมายถึงสภาพผิวเหมือนกัน ปัญหาผิวคล้ายกันไม่ได้หมายถึงต้องใช้พลังงานแบบเดียวกัน และไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันต้องการแผนดูแลที่ต่างกัน การประเมินแบบ case by case ช่วยให้เลือกเทคโนโลยีได้ตรงจุดและคุ้มค่ามากกว่า[1] หน้าบริการของคลินิกก็ระบุว่า XTherma ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน และกรณีที่มีไขมันหรือสาเหตุเชิงโครงสร้างอาจต้องใช้แผนอื่น[2]

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: XTherma กับ Oligio ต่างกันยังไง ?

ทั้งสองอยู่ในกลุ่ม Monopolar RF ที่ใช้ความร้อนกระตุ้นคอลลาเจน คลินิกระบุว่า XTherma เน้นการฟื้นฟูและกระชับโดยรวมด้วยพลังงานกระจายบริเวณกว้าง ส่วน Oligio มีการออกแบบหัวเครื่องและการส่งพลังงานต่างกัน และมักเลือกเมื่อมีไขมันบริเวณแก้มหรือเหนียงร่วมกับความหย่อน ซึ่งเป็นคำอธิบายของคลินิก ไม่พบงานวิจัยอิสระที่ยืนยันผลลดไขมันของ Oligio

Q: HIFU กับ Ulthera ต่างกันยังไง ?

ทั้งสองใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งพลังงานเป็นจุด คลินิกระบุว่า Ulthera มีระบบมองเห็นชั้นผิวขณะทำ งานทบทวนปี 2016 ระบุว่า microfocused ultrasound ใช้พลังงานต่อพัลส์ 0.18-1.2 จูล เทียบกับ HIFU ราว 100 จูล และมีภาพอัลตราซาวด์ช่วยดูเนื้อเยื่อลึกถึงราว 8 มม. อุปกรณ์ในปัจจุบันอาจต่างจากข้อมูลนี้

Q: RF กับ Ultrasound ความรู้สึกต่างกันไหม ?

ตามที่คลินิกอธิบาย RF มักรู้สึกอุ่นลึกต่อเนื่อง ส่วนอัลตราซาวด์มักจี๊ดเป็นจุด งานศึกษา RF 20 ราย ผู้ป่วย 70% ให้ระดับ “อุ่น” งานทบทวนอัลตราซาวด์โฟกัสรายงานความเจ็บเฉลี่ยราว 2-4 จาก 10 และสูงกว่าบริเวณคิ้วและรอบดวงตา ผลต่างกันในแต่ละบุคคล

Q: ทำแล้วต้องพักฟื้นไหม ?

คลินิกระบุว่าไม่ต้องพักฟื้น งานวิจัยพบรอยแดงและบวมชั่วคราว เช่น RF แดงบวมมักหายใน 24 ชั่วโมง และอัลตราซาวด์แดงนานถึง 24 ชั่วโมง บวมนานถึง 3 วันในบางราย ผลข้างเคียงที่พบน้อยกว่ามีรายงาน ควรสอบถามแพทย์ถึงอาการที่ควรสังเกต

Q: ควรเลือกเครื่องไหน หรือทำหลายเครื่องร่วมกันได้ไหม ?

ไม่มีเครื่องที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน คลินิกแนะนำให้แพทย์ประเมินระดับความหย่อน ไขมัน ความไวต่อความรู้สึก และความคาดหวัง บางเคสแพทย์อาจใช้มากกว่า 1 เทคโนโลยีร่วมกัน บทความใน Dermatology Times ระบุว่าแพทย์ผู้ให้ข้อมูลเห็นว่าการใช้หลายวิธีร่วมกันอาจให้ผลดีกว่า ส่วนผู้ที่หย่อนมากอาจเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า

สรุป

XTherma และ Oligio เป็นกลุ่มคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ที่ให้ความร้อนกับผิวและชั้นใต้ผิว ส่วน HIFU และ Ulthera เป็นกลุ่มคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (Ultrasound) ที่ส่งพลังงานเป็นจุดในระดับความลึกที่กำหนด ความต่างหลักจึงอยู่ที่ชนิดพลังงานและวิธีส่งพลังงาน ไม่ได้มีเครื่องไหน “ดีที่สุด” สำหรับทุกคน อีกทั้งไม่พบงานวิจัยอิสระของ XTherma มีงานของ Oligio 1 งานที่ติดตาม 6 เดือนและไม่มีกลุ่มควบคุม ส่วนที่เหลือเป็นเครื่องอื่นในกลุ่มเดียวกัน (เช่น Thermage และ Ulthera) จึงควรอ่านข้อมูลด้านผลลัพธ์อย่างระมัดระวัง ที่ Fresh Code Clinic แพทย์จะประเมินผิวและโครงหน้าแบบ case by case เพื่อเลือกเครื่องหรือการจัดโปรแกรมที่เหมาะกับคุณ ไม่ขายเกิน ไม่ทำเกินจำเป็น

เพราะการยกกระชับที่ดี เริ่มจากความเข้าใจ ไม่ใช่แค่ชื่อเครื่อง ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน

ทีม Fresh Code Clinic

Fresh Code Clinic เป็น Beauty Lifestyle Clinic ย่านสุขุมวิท 5 ใกล้ BTS นานา ให้บริการดูแลผิว รักษาสิว เลเซอร์ ยกกระชับ ฟิลเลอร์ และโบท็อกซ์ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดูแลแบบเฉพาะบุคคลตามสภาพผิวของแต่ละคน

19 สุขุมวิท ซอย 5 ใกล้ BTS นานา ทางออก 1 มีที่จอดรถ · เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. · โทร 02-253-2236, 083-626-4264

แหล่งอ้างอิง