XTherma เครื่องยกกระชับด้วย Monopolar RF ที่ Fresh Code Clinic

XTherma คืออะไร? ยกกระชับผิวด้วย Monopolar RF ให้กรอบหน้าดูชัดและผิวแน่นขึ้น

มีช่วงหนึ่งที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าดูเปลี่ยนไป ทั้งที่น้ำหนักไม่ได้ขึ้นมาก แก้มอาจเริ่มดูตกลงเล็กน้อย กรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม เวลาถ่ายรูปด้านข้างเห็น Lower Face หนักขึ้น หรือผิวใต้คางเริ่มไม่แน่นเหมือนเมื่อก่อน

อาการเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนเริ่มมองหา เครื่องยกกระชับหน้า แต่ความจริงคือ ใบหน้าที่ดูหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัดไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว บางคนมาจากผิวและเนื้อเยื่อที่เริ่มหย่อน บางคนมีไขมันบริเวณแก้มล่างหรือใต้คางร่วมด้วย บางคนเกี่ยวกับโครงสร้างใบหน้า และหลายคนมีมากกว่าหนึ่งปัญหาเกิดขึ้นพร้อมกัน

เพราะฉะนั้น การเลือกเครื่องยกกระชับจึงไม่ควรดูแค่ว่าเครื่องไหนแรงกว่า หรือควรทำกี่ช็อต แต่ควรเริ่มจากดูว่าปัญหาหลักของใบหน้าอยู่ตรงไหนก่อน

XTherma เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency หรือ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่ออย่างควบคุม กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเส้นใยคอลลาเจน และกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่หรือ Collagen Remodeling ตัวเครื่องรองรับกำลังพลังงานสูงสุด 400W และมีระบบ Smart Temperature Cooling (S.T.C.) ทำงานร่วมกับการปล่อยพลังงาน เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิบริเวณผิวด้านบนระหว่างทำ XTherma จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากเน้นเรื่อง ผิวแน่นขึ้น แก้มและ Lower Face ดูกระชับขึ้น กรอบหน้าดูชัดขึ้น และดูแลความหย่อนโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่จะเหมาะแค่ไหน หรือควรใช้กี่ช็อต ยังต้องดูจากรูปหน้าและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละคนประกอบกัน

สารบัญ

กรอบหน้าไม่ชัด เป็นเพราะ “ผิวหย่อน” หรือ “ไขมัน”? สองอย่างนี้มองจากภายนอกอาจดูคล้ายกัน แต่แนวทางการดูแลไม่เหมือนกัน ถ้ายังไม่แน่ใจว่าปัญหาหลักของตัวเองอยู่ตรงไหน สามารถส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเข้ามาประเมินเบื้องต้นก่อนได้ เพื่อดูว่า XTherma หรือเครื่องยกกระชับแบบอื่นเหมาะกับปัญหามากกว่า

XTherma คืออะไร?

หลักการทำงานของ XTherma ด้วยพลังงาน Monopolar RF

XTherma คือเครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ โดยผิวด้านบนจะมีระบบ Cooling ช่วยควบคุมอุณหภูมิระหว่างทำ

เมื่อเนื้อเยื่อได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม เส้นใยคอลลาเจนเดิมจะเกิดการตอบสนองต่อความร้อน และตามมาด้วยกระบวนการซ่อมแซมและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ในช่วงหลังทำ เพราะฉะนั้น ผลของ XTherma ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในวันที่ทำเสร็จ บางคนอาจรู้สึกถึงความแน่นของผิวตั้งแต่ช่วงแรก แต่การเปลี่ยนแปลงจาก Collagen Remodeling จะค่อย ๆ เกิดต่อเนื่องหลังจากนั้น

XTherma มักถูกนำมาพิจารณาในคนที่กังวลเรื่อง

  • ผิวเริ่มไม่แน่น
  • แก้มเริ่มหย่อน
  • Lower Face ดูหนักขึ้น
  • กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม
  • ผิวใต้คางเริ่มไม่กระชับ
  • ต้องการดูแลคอลลาเจน
  • อยากยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
  • ไม่อยากมี Downtime นาน

สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนคือ XTherma ไม่ได้มีหน้าที่เปลี่ยนโครงหน้าของทุกคนให้เป็นหน้า V เป้าหมายคือช่วยให้ผิวและเนื้อเยื่อที่เหมาะกับการใช้ RF ดูแน่นและกระชับขึ้น โดยยังอิงกับรูปหน้าเดิมของแต่ละคน

Monopolar RF คืออะไร?

คำว่า RF หรือ Radiofrequency น่าจะเป็นคำที่หลายคนเคยเห็นเวลาเลือกเครื่องยกกระชับ แต่ RF ไม่ได้หมายความว่าเครื่องทุกตัวจะทำงานเหมือนกัน

Monopolar RF เป็นระบบที่มีขั้วพลังงานอยู่ที่หัว Treatment และใช้ Return Pad เป็นอีกขั้วหนึ่ง ทำให้กระแส RF เดินทางผ่านเนื้อเยื่อและเกิดความร้อนจากความต้านทานภายในเนื้อเยื่อ ถ้าอธิบายแบบไม่ซับซ้อน พลังงานกลุ่ม Ultrasound อย่าง Ulthera จะเน้นการวางพลังงานเป็นจุดในระดับความลึกที่เลือกไว้

ส่วน Monopolar RF จะเน้นการสร้างและควบคุม พื้นที่ความร้อนในเนื้อเยื่ อ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม XTherma กับ Ulthera Prime แม้จะใช้เพื่อเรื่องยกกระชับเหมือนกัน แต่ความรู้สึกระหว่างทำและเป้าหมายของ Treatment ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด

XTherma ทำงานอย่างไร?

XTherma ใช้พลังงาน Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz และตัวเครื่องรองรับกำลังสูงสุด 400W แต่คำว่า 400W เป็นความสามารถสูงสุดของตัวเครื่อง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องใช้พลังงานสูงสุดเหมือนกัน

การตั้งค่าระหว่างทำยังต้องดูจาก

  • บริเวณที่ทำ
  • ความหนาของเนื้อเยื่อ
  • ปริมาณไขมัน
  • สภาพผิว
  • ความรู้สึกระหว่าง Treatment
  • เป้าหมายที่ต้องการแก้

เพราะใบหน้าแต่ละส่วนไม่ได้มีความหนาเท่ากัน แก้มกับกรอบหน้าไม่เหมือนกัน กรอบหน้ากับใต้คางก็ไม่เหมือนกัน การใช้ค่าพลังงานเดียวกันทั่วใบหน้าจึงไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกคน

ส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อ

หัว Treatment จะปล่อยพลังงาน RF ลงไปในบริเวณที่วางแผนไว้ พลังงานจะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนในเนื้อเยื่อ โดยมีระบบ Cooling ทำงานที่ผิวด้านบนร่วมกัน

เกิด Controlled Heating

เป้าหมายคือทำให้เนื้อเยื่อได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะกับ Treatment ไม่ได้หมายความว่า “ยิ่งร้อน ยิ่งดี” เพราะพลังงานที่มากเกินความจำเป็นไม่ได้แปลว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอ สิ่งสำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างพลังงาน ความร้อน ความสบาย และ Anatomy ของบริเวณนั้น

Collagen Remodeling หลังทำ

หลังจากเนื้อเยื่อได้รับพลังงานแล้ว ร่างกายจะค่อย ๆ เข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและ Remodeling นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาประเมินผลของ XTherma จึงควรดูต่อเนื่องหลังทำ ไม่ใช่ตัดสินจากรูป Immediately After อย่างเดียว

XTherma มีหัวอะไรบ้าง? แต่ละหัวเหมาะกับบริเวณไหน

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ XTherma คือมีหัว Treatment หลายขนาด เพราะบริเวณรอบดวงตา แก้ม กรอบหน้า และลำตัว มีทั้งพื้นที่และความหนาของเนื้อเยื่อไม่เหมือนกัน

XTherma จึงมีหัวทั้งหมด 4 ขนาด เพื่อให้เลือกใช้ตามพื้นที่ที่ต้องการดูแล

  • Large Facial Treatment Head – 5.0 cm²
  • Small Facial Treatment Head – 4.0 cm²
  • Eye Treatment Head – 0.25 cm²
  • Body Probe Head – 20.0 cm²

ไม่ได้หมายความว่าหัวที่ใหญ่ที่สุดจะดีที่สุดสำหรับทุกบริเวณ แต่แต่ละขนาดถูกออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นที่และลักษณะการวาง Treatment ที่ต่างกัน

หัว XTherma ทั้ง 4 ขนาด Eye Tip 0.25 Face Tip 4.0 Face Tip 5.0 และ Body Tip 20 ตารางเซนติเมตร

Large Facial Treatment Head - 5.0 cm²

Face Tip 5.0 cm² มีพื้นที่หน้าสัมผัสใหญ่กว่า Face Tip 4.0 cm² จึงช่วยให้ครอบคลุมพื้นที่ต่อหนึ่งช็อตได้มากขึ้น เหมาะกับพื้นที่กว้างของใบหน้า เช่น

  • แก้ม
  • Lower Face
  • กรอบหน้า
  • ใต้คาง
  • ลำคอ

แต่หัวใหญ่ขึ้นไม่ได้หมายความว่าต้องใช้หัว 5.0 ทุกตำแหน่ง บริเวณที่มีความโค้ง พื้นที่แคบ หรือมี Anatomy ต่างกัน อาจเหมาะกับการเลือกหัวอีกขนาดมากกว่า ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนช็อต แต่คือ เลือกขนาดหัวให้เหมาะกับบริเวณ และกระจายช็อตให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการแก้จริง

Small Facial Treatment Head - 4.0 cm²

เป็นหัวสำหรับบริเวณใบหน้าและลำคอ โดยขนาดของหัวช่วยให้วางพลังงานในบริเวณที่ต้องการความคล่องตัวในการเข้าถึงมากกว่าหัวขนาดใหญ่ สามารถนำมาวาง Treatment ตามบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้าได้ โดยแพทย์จะเลือกใช้ตามพื้นที่และ Anatomy ของแต่ละคน

Eye Treatment Head - 0.25 cm²

เป็นหัวขนาดเล็กที่สุด เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความละเอียดและมีพื้นที่จำกัด เช่น บริเวณรอบดวงตา เนื่องจากรอบดวงตาเป็นบริเวณที่มี Anatomy ค่อนข้างละเอียด การเลือกหัวและพลังงานจึงต้องประเมินแยกจากการทำแก้มหรือ Lower Face

Body Probe Head - 20.0 cm²

เป็นหัวที่มีพื้นที่หน้าสัมผัสใหญ่ที่สุด ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ร่างกายที่กว้างกว่าบนใบหน้า ตัวอย่างเช่นบริเวณลำตัวหรือส่วนของร่างกายที่ต้องใช้ Coverage มาก 

ระบบ Smart Temperature Cooling ของ XTherma

เวลาทำ Monopolar RF เราต้องการให้ความร้อนเกิดขึ้นในเนื้อเยื่อ แต่ผิวด้านบนก็ต้องได้รับการดูแลเรื่องอุณหภูมิด้วย XTherma จึงมีระบบ Smart Temperature Cooling หรือ S.T.C. ทำงานร่วมกับการปล่อยพลังงาน ในหนึ่ง Shot ระบบ Cooling ถูกแบ่งออกเป็นหลายจังหวะ

ระบบ Smart Temperature Cooling ของ XTherma

Pre - Cooling

ก่อนปล่อย RF จะมี Cooling เพื่อช่วยลดอุณหภูมิผิวด้านบนก่อน

RF + Cooling

ระหว่างส่งพลังงาน RF ระบบ Cooling จะยังทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิบริเวณผิว

Post - Cooling

หลังปล่อย RF แล้วจะมี Cooling ต่ออีกช่วงหนึ่ง

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ XTherma ระบบ S.T.C. มี Cooling รวม 7 จังหวะต่อ 1 Shot ได้แก่ Pre-Cooling 2 ครั้ง, RF + Cooling 3 ครั้ง และ Post-Cooling 2 ครั้ง ระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สามารถสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ ขณะเดียวกันก็ช่วยดูแลความสบายของผิวด้านบนระหว่าง Treatment

XTherma ช่วยอะไรบ้าง?

เป้าหมายหลักของ XTherma จะอยู่ที่เรื่อง ความแน่นของผิว การยกกระชับ และ Collagen Remodeling

จึงสามารถนำมาพิจารณาในปัญหา เช่น

  • แก้มเริ่มหย่อน
  • ผิวเริ่มไม่แน่นเหมือนเดิม
  • Lower Face ดูหนักขึ้น
  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด
  • ผิวใต้คางเริ่มไม่กระชับ
  • ต้องการดูแลความหย่อนตั้งแต่ยังไม่มาก
  • อยากกระตุ้นคอลลาเจน
  • ไม่อยากผ่าตัด
  • ไม่อยากพักฟื้นนาน

แต่ก่อนจะสรุปว่า XTherma เหมาะหรือไม่ ต้องแยกสาเหตุของปัญหาให้ได้ก่อน

ถ้ากรอบหน้าไม่ชัดจากความหย่อน

หลายคนจะสังเกตจากรูปเก่าว่า เมื่อก่อน Jawline เคยชัดกว่านี้ แต่พอเวลาผ่านไป แก้มเริ่มลงมากองบริเวณ Lower Face มากขึ้น กรณีนี้อาจมีเรื่องความหย่อนของผิวและเนื้อเยื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้ Monopolar RF เพื่อเพิ่มความแน่นของเนื้อเยื่อจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาได้

ถ้ากรอบหน้าไม่ชัดจากไขมัน

อีกแบบคือผิวไม่ได้หย่อนมาก แต่มีเนื้อบริเวณแก้มล่างหรือไขมันใต้คางค่อนข้างเยอะ ภายนอกอาจดูคล้ายหน้าหย่อน แต่สาเหตุไม่เหมือนกัน ถ้าไขมันเป็นปัจจัยหลัก การเพิ่มจำนวนช็อตของเครื่องยกกระชับอย่างเดียวอาจไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด

ถ้ากรอบหน้าไม่ชัดจากโครงสร้าง

บางคนคางค่อนข้างสั้น แนวกรามไม่เด่น หรือมี Bone Support น้อยมาตั้งแต่เดิม ต่อให้ผิวกระชับขึ้น รูปหน้าก็อาจไม่ได้เปลี่ยนมากเท่าคนที่ปัญหาหลักเกิดจากความหย่อน เพราะฉะนั้น การประเมินก่อนทำจึงสำคัญกว่าการเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ต้องทำกี่ช็อต?”

หน้าเริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีเหนียง แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร? ส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเข้ามาประเมินเบื้องต้นก่อนได้ จะได้แยกก่อนว่าปัญหาหลักอยู่ที่ ผิว ไขมัน หรือโครงสร้าง แล้วค่อยดูว่า XTherma หรือ Treatment แบบไหนเหมาะกว่า

XTherma เหมาะกับใคร?

XTherma เหมาะกับการนำมาพิจารณาในคนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวและเนื้อเยื่อไม่แน่นเหมือนเดิม และต้องการดูแลเรื่องความกระชับโดยไม่ผ่าตัด

ตัวอย่างเช่น

  • แก้มเริ่มหย่อนลงเล็กน้อย
  • Lower Face เริ่มดูหนัก
  • กรอบหน้าไม่คมเหมือนเมื่อก่อน
  • ผิวใต้คางเริ่มไม่แน่น
  • อยากให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น
  • อยากกระตุ้นคอลลาเจน
  • อยากเริ่มดูแลก่อนที่ความหย่อนจะเยอะ
  • ไม่อยากพักฟื้นนาน
  • ชอบผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนและยังดูเป็นตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องรอให้อายุถึงช่วงใดช่วงหนึ่งก่อนถึงจะประเมินได้

เพราะคนอายุเท่ากันสามารถมีทั้ง

  • ความหนาของผิวต่างกัน
  • ปริมาณไขมันต่างกัน
  • รูปหน้าต่างกัน
  • ระดับความหย่อนต่างกัน
  • Bone Support ต่างกัน

ดังนั้นการตัดสินว่าเหมาะกับ XTherma หรือควรใช้กี่ช็อตจาก “อายุ” อย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ

บริเวณที่นิยมทำ XTherma

บริเวณใบหน้าและลำคอที่สามารถประเมินเพื่อทำ XTherma

แก้ม

แก้มเป็นบริเวณที่หลายคนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็ว เมื่อเนื้อเยื่อเริ่มไม่แน่นเหมือนเดิม แก้มอาจดูเคลื่อนลงเล็กน้อย ทำให้ช่วง Lower Face ดูหนักขึ้น XTherma สามารถนำมาวางพลังงานในบริเวณแก้มตามความหนาของเนื้อเยื่อและรูปหน้าของแต่ละคน

Lower Face

Lower Face เป็นบริเวณที่คนมักกังวลเรื่องหน้าดูตกหรือดูหนัก แต่พื้นที่นี้มีทั้งผิว ไขมัน กล้ามเนื้อและโครงสร้างอยู่ร่วมกัน จึงควรดูให้ชัดก่อนว่าอะไรเป็นปัจจัยหลัก แล้วค่อยวางพลังงาน

กรอบหน้าและ Jawline

ถ้า Jawline เคยค่อนข้างชัด แต่ช่วงหลังเริ่มมีความหย่อนมาบดบัง การเพิ่มความแน่นของเนื้อเยื่อสามารถช่วยให้กรอบหน้าตามโครงเดิมดูชัดขึ้นได้ เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ทุกคนหน้า V เหมือนกัน แต่ช่วยให้ Contour เดิมของแต่ละคนดูเรียบร้อยและกระชับขึ้น

ใต้คาง

ใต้คางเป็นอีกบริเวณที่ต้องแยกให้ดีระหว่าง ผิวหย่อนกับไขมัน บางคนมีทั้งสองอย่างพร้อมกัน ถ้าปัญหาหลักเป็นเรื่องความหย่อน XTherma สามารถนำมาพิจารณาได้ แต่ถ้าไขมันมีปริมาณค่อนข้างมาก อาจต้องวาง Treatment อื่นร่วมด้วย

ลำคอ

คนที่เริ่มกังวลเรื่องผิวบริเวณคอไม่แน่น สามารถประเมินการทำ XTherma บริเวณลำคอร่วมกับใบหน้าได้ แต่เมื่อพื้นที่ Treatment กว้างขึ้น จำนวนช็อตที่ใช้ก็ต้องประเมินตามพื้นที่จริงเช่นกัน

XTherma ต้องทำกี่ช็อต?

คำถาม XTherma กี่ช็อต? เป็นหนึ่งในคำถามที่เจอบ่อยที่สุด เพราะเวลาเห็นโปรโมชั่น ส่วนใหญ่จะเจอตัวเลขอย่าง 400 หรือ 600 ช็อต แต่ถ้าถามว่า “จำนวนไหนดีที่สุด?” จริง ๆ แล้วตอบจากตัวเลขอย่างเดียวไม่ได้ เพราะจำนวนที่เหมาะยังขึ้นอยู่กับ

  • พื้นที่ที่ต้องการทำ
  • ขนาดใบหน้า
  • ระดับความหย่อน
  • ปริมาณเนื้อเยื่อ
  • จุดที่ต้องการเน้น
  • พลังงานที่ใช้
  • การกระจายช็อต

XTherma 400 ช็อต เหมาะกับใคร?

400 ช็อตสามารถนำมาใช้วางแผนกับใบหน้าหรือบริเวณหลักที่ต้องการเน้นได้ในหลายเคส แต่ไม่ได้หมายความว่า 400 ช็อตจะพอดีกับทุกคน คนที่ต้องการเน้นเฉพาะ Lower Face กับคนที่ต้องการดูแลแก้ม กรอบหน้า ใต้คางและลำคอ มีพื้นที่ Treatment ต่างกันอย่างชัดเจน

XTherma 600 ช็อต เหมาะกับใคร?

เมื่อพื้นที่ที่ต้องดูแลมากขึ้น จำนวนช็อตก็อาจต้องเพิ่มตาม Coverage 600 ช็อตจึงสามารถนำมาพิจารณาในคนที่ต้องการทำหลายบริเวณ หรือทำ Face + Neck แต่ไม่ได้แปลว่า 600 ช็อตจะดีกว่า 400 ช็อตเสมอ ถ้าช็อตที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ถูกวางในบริเวณที่จำเป็น ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามตัวเลขโดยอัตโนมัติ

ทำ Face + Neck ต้องใช้กี่ช็อต?

ถ้าทำทั้งใบหน้าและลำคอ พื้นที่ Treatment จะกว้างขึ้น จึงควรประเมินจาก

  • ขนาดใบหน้า
  • พื้นที่ลำคอ
  • ระดับความหย่อน
  • บริเวณที่ต้องการเน้น

มากกว่ากำหนดว่า Face + Neck ทุกคนต้องใช้จำนวนเดียวกัน

XTherma เจ็บไหม?

อีกคำถามที่หลายคนกังวลก่อนทำคือ XTherma เจ็บไหม? ระหว่างทำจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับความร้อน เพราะกลไกหลักของ Monopolar RF คือการสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ ความรู้สึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางช่วงอาจรู้สึก

  • อุ่น
  • ร้อนเป็นจังหวะ
  • ร้อนลึกใต้ผิว
  • สลับกับความเย็นจากระบบ Cooling

บริเวณที่มีเนื้อเยื่อบางหรืออยู่ใกล้กระดูกอาจรู้สึกต่างจากบริเวณแก้มที่มีเนื้อเยื่อมากกว่า ระดับความรู้สึกยังขึ้นอยู่กับ

  • Pain Sensitivity
  • พื้นที่ Treatment
  • ระดับพลังงาน
  • ความหนาของเนื้อเยื่อ
  • Cooling
  • เทคนิคระหว่างทำ

เพราะฉะนั้นไม่ควรใช้ความเจ็บเป็นตัววัดว่า Treatment ได้ผลหรือไม เจ็บกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า เป้าหมายคือการให้พลังงานอยู่ในระดับที่เหมาะกับเนื้อเยื่อและ Treatment Goal ของแต่ละคน

XTherma เห็นผลเมื่อไหร่?

หลังทำ XTherma บางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นหรือตึงขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ช่วงแรก แต่ผลในวันทำยังไม่ใช่ Final Result เพราะกระบวนการ Collagen Remodeling ต้องใช้เวลา จึงแนะนำให้มองผลของ XTherma เป็น Timeline มากกว่าเปรียบเทียบเฉพาะรูปก่อนและหลังทำทันที

หลังทำทันที

บางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้น หรือเห็น Contour เปลี่ยนเล็กน้อย แต่ช่วงนี้ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ทั้งหมด

ประมาณ 1 เดือน

เป็นช่วงที่เริ่มติดตามการเปลี่ยนแปลงของความแน่นและคุณภาพผิวได้มากขึ้น

ประมาณ 2 – 3 เดือน

กระบวนการ Remodeling ยังคงดำเนินต่อ จึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการประเมินผลโดยรวมมากกว่าการดูเฉพาะวันแรก ถ้าต้องการถ่าย Before–After เพื่อดูผลจริง แนะนำให้ควบคุม

  • มุม
  • ระยะกล้อง
  • แสง
  • Expression
  • ทรงผม

ให้ใกล้เคียงกัน

XTherma อยู่ได้นานแค่ไหน?

ถ้าถามว่า XTherma อยู่ได้นานแค่ไหน? คำตอบไม่ได้มีระยะเดียวสำหรับทุกคน เพราะหลังทำแล้ว กระบวนการ Aging ของผิวก็ยังดำเนินต่อไปตามธรรมชาติ ระยะเวลาที่แต่ละคนรู้สึกถึงผลลัพธ์จึงแตกต่างกันได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • อายุ
  • ระดับความหย่อนก่อนทำ
  • คุณภาพผิวและคอลลาเจนเดิม
  • จำนวนและตำแหน่งของช็อต
  • Lifestyle
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก
  • การโดนแสงแดด
  • การดูแลผิว
  • Aging Process ของแต่ละคน

จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าทุกคนต้องกลับมาทำซ้ำเมื่อครบระยะเดียวกัน การ Follow-up แล้วดูว่าความกระชับเปลี่ยนไปแค่ไหน ก่อนวาง Maintenance ครั้งต่อไปจะสมเหตุสมผลกว่า

รีวิวผลลัพธ์ XTherma ก่อนและหลังทำที่ Fresh Code Clinic 1
รีวิวผลลัพธ์ XTherma ก่อนและหลังทำที่ Fresh Code Clinic 4

XTherma กับ Ulthera Prime ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบ XTherma กับ Ulthera Prime
เปรียบเทียบสรรพคุณ XTherma กับ Ulthera Prime

XTherma กับ Ulthera Prime เป็นคู่ที่ถูกถามบ่อย เพราะทั้งสองเครื่องใช้ในกลุ่มยกกระชับเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วพลังงานต่างกันค่อนข้างชัด

XTherma

ใช้ Monopolar RF จุดที่นำมาใช้พิจารณาหลัก ๆ คือ

  • Skin Tightening
  • ความแน่นของผิว
  • Collagen Remodeling
  • การสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อเป็นบริเวณ

Ulthera Prime

ใช้ Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V สามารถเลือกส่งพลังงานเป็นจุดลงไปในระดับความลึกที่กำหนด และมี Real-time Ultrasound Visualization ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อระหว่าง Treatment จึงมักนำมาใช้เมื่อ Treatment Goal เน้นเรื่อง Lifting ในระดับที่ต่างออกไปจาก RF ถ้ากำลังลังเลระหว่างสองเครื่อง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากว่า “ตัวไหนแรงกว่า?” ให้เริ่มจากดูว่า ปัญหาหลักเป็นเรื่อง Skin Tightening หรือ Deep Lifting มากกว่ากัน

ในบางคนสามารถวาง Ulthera Prime และ XTherma ร่วมกันได้ หากต้องการดูแลปัญหาที่อยู่คนละระดับ

XTherma กับ Oligio X ต่างกันอย่างไร?

ต่างจาก Ulthera Prime ตรงที่ XTherma และ Oligio X อยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน ทั้งสองระบบใช้พลังงาน RF เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อและกระตุ้น Collagen Remodeling แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะทำงานเหมือนกันทั้งหมด รายละเอียดของแต่ละ Platform ต่างกันในเรื่อง

  • รูปแบบการปล่อยพลังงาน
  • Treatment Mode
  • Tip
  • Cooling
  • Feedback System
  • Feeling ระหว่าง Treatment
  • Protocol ที่ใช้

ดังนั้นถ้ากำลังเลือกระหว่าง XTherma กับ Oligio X แนะนำให้ดูทั้งสภาพเนื้อเยื่อ จุดที่กังวล และ Treatment Goal มากกว่าดูจากชื่อเครื่องอย่างเดียว บางคนอาจเหมาะกับ XTherma บางคนอาจเหมาะกับ Oligio X และในบางเคสผลลัพธ์ที่ต้องการอาจไม่ได้ขึ้นกับการเปลี่ยนเครื่อง แต่ขึ้นกับการวาง Treatment ให้ตรงกับปัญหามากกว่า

XTherma ราคาเท่าไหร่?

ราคา XTherma แตกต่างกันได้ตามจำนวนช็อต พื้นที่ที่ทำ และโปรโมชั่นในแต่ละช่วง แต่เวลาเปรียบเทียบราคา แนะนำให้เช็กมากกว่าแค่ราคาสุดท้าย

1. ได้กี่ช็อต?

400 และ 600 ช็อตให้พื้นที่ Coverage ไม่เท่ากัน ถ้าราคาสอง Package ต่างกัน ควรดูว่าจำนวนช็อตเท่ากันหรือไม่

2. ทำบริเวณไหน?

บาง Package อาจเน้นเฉพาะ

  • Lower Face
  • Jawline

ในขณะที่อีก Package อาจครอบคลุม

  • Cheek
  • Lower Face
  • Under Chin
  • Neck

แม้จำนวนช็อตเท่ากัน แต่พื้นที่และการกระจายพลังงานก็สามารถต่างกันได้

3. ช็อตถูกวางอย่างไร?

จำนวนช็อตเยอะไม่ได้ช่วยมากนัก ถ้าช็อตไม่ได้อยู่ในบริเวณที่ต้องการแก้จริง ๆ จึงควรรู้ว่า Treatment Plan เน้นตรงไหน และเพราะอะไร

4. XTherma เหมาะกับปัญหาของเราหรือไม่?

ข้อนี้สำคัญที่สุด ถ้าปัญหาหลักจริง ๆ ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่ Monopolar RF เหมาะจะดูแล ต่อให้ได้โปรโมชั่นราคาดี ก็อาจไม่ใช่ Treatment ที่คุ้มที่สุดสำหรับเรา

เช็กราคาและโปรโมชั่น XTherma ล่าสุด โปรโมชั่นอาจเปลี่ยนในแต่ละช่วง สามารถสอบถามราคาปัจจุบัน หรือส่งรูปให้ช่วยประเมินก่อนว่าควรเน้นบริเวณไหนและใช้จำนวนช็อตประมาณเท่าไร

ทำ XTherma ที่ไหนดี? ควรดูอะไรบ้างก่อนเลือกคลินิก

XTherma เครื่องยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Fresh Code Clinic สำหรับยกกระชับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย และกระตุ้นคอลลาเจน

เวลาค้นหา XTherma ที่ไหนดี สิ่งแรกที่หลายคนมักเปรียบเทียบคือราคาและจำนวนช็อต สองอย่างนี้ดูได้ แต่ไม่ควรเป็นข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ตัดสินใจ เพราะเครื่องรุ่นเดียวกันและจำนวนช็อตเท่ากัน สามารถวาง Treatment ได้ต่างกัน

ก่อนเลือกคลินิก แนะนำให้ดูว่า

  • มีการประเมินใบหน้าก่อนทำหรือไม่
  • แยกสาเหตุของความหย่อนได้หรือไม่
  • อธิบายได้ไหมว่าทำไมถึงเลือกจำนวนช็อตนี้
  • มีการแบ่งช็อตตามปัญหาของแต่ละบริเวณ
  • ปรับพลังงานตาม Anatomy และความหนาของเนื้อเยื่อ
  • ไม่ใช้ Protocol เดียวกับทุกคน
  • มีการติดตามความรู้สึกและการตอบสนองระหว่างทำ
  • มี Before–After ที่ถ่ายในมุมและแสงใกล้เคียงกัน
  • อธิบายข้อจำกัดของ XTherma ได้
  • สามารถแนะนำ Treatment อื่นได้ ถ้า XTherma ไม่ใช่ตัวเลือกที่ตรงที่สุด

เพราะการ Consult ที่ดีไม่ควรเริ่มจาก “จะขายเครื่องไหนดี?” แต่ควรเริ่มจาก “ปัญหาของใบหน้านี้จริง ๆ คืออะไร?”

หมอกฤติ Trainer & Speaker ของทั้ง XTherma และ XTriple

การทำเครื่องยกกระชับไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว อีกส่วนที่สำคัญคือการประเมินว่า บริเวณไหนควรลงพลังงาน บริเวณไหนควรหลีกเลี่ยง และปัญหานั้นเหมาะกับพลังงานแบบไหน

ที่ Fresh Code Clinic หมอกฤติ เป็นหนึ่งในแพทย์ที่ดูแลด้านการยกกระชับ และมีบทบาทเป็น Trainer & Speaker ของทั้ง XTherma และ XTriple การทำงานกับทั้งสองเทคโนโลยีทำให้เวลาประเมินใบหน้าไม่ได้มองเฉพาะว่า “ควรทำ XTherma กี่ช็อต” แต่จะดูภาพรวมก่อนว่า ปัญหาหลักของแต่ละคนอยู่ที่ชั้นไหน ถ้าปัญหาหลักเป็นเรื่องความแน่นของผิวและเนื้อเยื่อ XTherma ซึ่งเป็น Monopolar RF อาจตอบโจทย์มากกว่า แต่ในบางคนที่ต้องการเน้นการยกในระดับความลึกอีกแบบ พลังงาน Ultrasound อย่าง XTriple ก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และบางเคสอาจเหมาะกับการวางสองพลังงานร่วมกัน เพื่อดูแลปัญหาที่อยู่คนละระดับ จุดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เข้ามาด้วยปัญหาเดียวกัน เช่น “กรอบหน้าไม่ชัด” จึงไม่จำเป็นต้องได้ Treatment Plan เหมือนกัน

บางคนมีความหย่อนเป็นหลัก บางคนมีไขมันร่วมด้วย บางคนใบหน้าค่อนข้างบาง และบางคนอาจต้องดูเรื่องโครงสร้างมากกว่าเครื่องยกกระชับ การเข้าใจทั้ง RF และ Ultrasound จึงช่วยให้เลือกพลังงานจากปัญหาจริง มากกว่าเลือกจากชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว

XTherma เครื่องยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Fresh Code Clinic สำหรับยกกระชับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย และกระตุ้นคอลลาเจน
หมอกฤติ Trainer และ Speaker ของ XTherma และ XTriple

XTherma ที่ Fresh Code Clinic เน้นวาง Treatment ตาม Anatomy

ที่ Fresh Code Clinic ไม่ได้กำหนดว่าทุกคนที่ทำ XTherma ต้องได้จำนวนช็อตหรือ Protocol เหมือนกัน ก่อนวาง Treatment จะดูว่าปัญหาหลักของแต่ละใบหน้าอยู่ตรงไหนก่อน

ถ้าปัญหาหลักคือผิวและเนื้อเยื่อหย่อน

สามารถวาง XTherma เพื่อเน้น Skin Tightening และ Collagen Remodeling ในบริเวณที่เหมาะสม จุดที่เน้นของแต่ละคนอาจต่างกัน เช่น แก้ม Lower Face Jawline หรือใต้คาง

ถ้ามีไขมันบริเวณ Lower Face ค่อนข้างเยอะ

ต้องประเมินด้วยว่าความรู้สึกว่าหน้าหนักหรือกรอบหน้าไม่ชัดเกิดจากไขมันมากแค่ไหน เพราะการเพิ่ม RF เพียงอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องแก้ทุกองค์ประกอบของปัญหา

ถ้าใบหน้าค่อนข้างบาง

คนที่ Volume ใบหน้าน้อยไม่ควรใช้ Protocol เดียวกับคนที่มีเนื้อบริเวณแก้มและ Lower Face มากกว่า ตำแหน่งและพลังงานจึงต้องเลือกให้เหมาะกับใบหน้าจริง

ถ้าต้องการ Lifting ในระดับที่ต่างออกไป

บางคนอาจเหมาะกับพลังงาน Ultrasound มากกว่า หรืออาจวาง Ultrasound ร่วมกับ RF ตาม Treatment Goal ดังนั้นเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การทำ XTherma ให้ได้จำนวนช็อตมากที่สุด แต่อยู่ที่ว่า แต่ละช็อตถูกวางตรงไหน และกำลังแก้ปัญหาอะไร

ข้อควรรู้ก่อนทำ XTherma

XTherma เป็น Treatment แบบไม่ผ่าตัด แต่ยังเป็นหัตถการที่ใช้พลังงาน RF ก่อนทำจึงควรแจ้งประวัติสุขภาพและหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้าให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะหาก

  • มีบาดแผลหรือการอักเสบบริเวณที่จะทำ
  • มีโรคประจำตัว
  • มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • มีวัสดุหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บริเวณ Treatment
  • กำลังตั้งครรภ์
  • เพิ่งฉีดหัตถการบริเวณเดียวกัน
  • เพิ่งร้อยไหม
  • เพิ่งทำเครื่องพลังงานชนิดอื่น
  • เคยผ่าตัดบริเวณใบหน้าหรือลำคอ
  • มีความผิดปกติด้านการรับความรู้สึก

ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะทำไม่ได้ แต่ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการประเมินความเหมาะสมและระยะเวลาที่ควรเว้นก่อนทำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ XTherma

XTherma ดีไหม?

XTherma เป็นหนึ่งในตัวเลือกของกลุ่ม Monopolar RF สำหรับคนที่ต้องการดูแลความแน่นของผิว ความหย่อน และ Collagen Remodeling แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะที่สุดสำหรับทุกคน ถ้าปัญหาหลักมาจากไขมัน โครงสร้าง หรือความหย่อนในระดับที่เหมาะกับพลังงานประเภทอื่น Treatment Plan ก็อาจต่างออกไป

XTherma ช่วยหน้าเรียวไหม?

ถ้าความรู้สึกว่าหน้าดูกว้างหรือกรอบหน้าไม่ชัดมีส่วนมาจากเนื้อเยื่อที่เริ่มหย่อน เมื่อผิวและเนื้อเยื่อกระชับขึ้น Contour อาจดูสะอาดและชัดขึ้น แต่ XTherma ไม่ได้เปลี่ยนกระดูก กล้ามเนื้อ หรือทำให้ทุกคนหน้าเล็กลงเท่ากัน

XTherma ช่วยลดเหนียงไหม?

ต้องดูว่าเหนียงที่เห็นมาจากอะไร ถ้าเป็นผิวใต้คางที่เริ่มหย่อน การเพิ่มความกระชับสามารถช่วยให้บริเวณนั้นดูดีขึ้นได้ แต่ถ้ามีไขมันใต้คางมาก อาจต้องพิจารณา Treatment ที่ดูแลไขมันร่วมด้วย

XTherma 400 ช็อตพอไหม?

ขึ้นอยู่กับพื้นที่และปัญหาที่ต้องการเน้น บางคนอาจเพียงพอสำหรับพื้นที่หลักของใบหน้า ขณะที่คนที่ต้องการดูแลหลายบริเวณหรือ Face + Neck อาจต้องใช้ Coverage เพิ่มขึ้น

XTherma 600 ช็อตดีกว่า 400 ช็อตไหม?

ไม่จำเป็น จำนวนช็อตที่มากขึ้นทำให้มีพื้นที่สำหรับ Coverage มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะดีขึ้นอัตโนมัติ สิ่งที่ต้องดูร่วมกันคือ จำนวนช็อต + ตำแหน่ง + พลังงาน + Anatomy

XTherma เจ็บไหม?

ระหว่างทำจะมีความรู้สึกอุ่นหรือร้อนลึกเป็นจังหวะ และมี Cooling ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละคน รวมถึงแต่ละบริเวณของใบหน้า

XTherma ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม?

สามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลัง Single Treatment ในคนที่เหมาะสม แต่ผลจาก Collagen Remodeling จะค่อย ๆ พัฒนาต่อหลังทำ จึงไม่ควรประเมินทั้งหมดจากวันแรกเพียงอย่างเดียว

XTherma กี่วันเห็นผล?

บางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก แต่การเปลี่ยนแปลงของ Collagen Remodeling ควรติดตามในช่วงหลายสัปดาห์ต่อมา และประเมินต่อเนื่องในช่วงประมาณ 1–3 เดือน

XTherma อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาของผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพผิว ระดับความหย่อน Treatment Plan Lifestyle และกระบวนการ Aging หลังทำ จึงเหมาะกับการ Follow-up แล้วค่อยประเมิน Maintenance เป็นรายบุคคล

XTherma ทำให้หน้าตอบไหม?

การทำ XTherma ควรวางพลังงานตาม Anatomy โดยเฉพาะคนที่ใบหน้าค่อนข้างบางหรือมี Volume น้อย ไม่ควรใช้แนวคิดว่า “ยิ่งยิงเยอะ ยิ่งดี” หากกังวลเรื่องแก้มตอบหรือใบหน้าผอมอยู่แล้ว ควรแจ้งตั้งแต่ตอนประเมิน เพื่อให้วางตำแหน่ง Treatment อย่างเหมาะสม

XTherma ทำให้ผิวบางไหม?

เป้าหมายของ XTherma ไม่ใช่การทำให้ผิวบาง กลไกหลักคือการสร้างความร้อนในเนื้อเยื่ออย่างควบคุม เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจน การตั้งพลังงานและตำแหน่งจึงควรเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

XTherma กับ Ulthera Prime แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน XTherma ใช้ Monopolar RF เหมาะกับการวางแผนเรื่อง Skin Tightening และ Collagen Remodeling และ Ulthera Prime ใช้ MFU-V และสามารถวางพลังงานเป็นจุดในระดับความลึกที่กำหนด พร้อม Real-time Visualization

ควรเลือกจากปัญหาที่ต้องการแก้มากกว่าเลือกจากชื่อเครื่อง

XTherma กับ Oligio X แบบไหนดีกว่า?

ทั้งสองเครื่องอยู่ในกลุ่ม Monopolar RF และมีเป้าหมายด้าน Skin Tightening ใกล้กัน แต่รายละเอียดของ Platform, Cooling, Mode และ Treatment Protocol แตกต่างกัน จึงควรดูว่าเครื่องและแนวทางไหนเหมาะกับเนื้อเยื่อและเป้าหมายของแต่ละคนมากกว่า

หลังทำ XTherma ต้องพักหน้าหรือไม่?

โดยทั่วไปเป็น Treatment แบบ Non-invasive จึงไม่ได้มีแผลหรือระยะพักฟื้นแบบการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีรอยแดง ความอุ่น บวมเล็กน้อย หรือไวต่อการสัมผัสในช่วงแรกได้ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกเพื่อประเมินเพิ่มเติม

สรุป XTherma เหมาะกับใคร?

ถ้าเริ่มรู้สึกว่า แก้มไม่แน่นเหมือนเมื่อก่อน Lower Face เริ่มดูหนัก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวใต้คางเริ่มหย่อน และอยากดูแลเรื่องความกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด XTherma เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาได้

XTherma ใช้พลังงาน Monopolar RF 6.78 MHz เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อและกระตุ้น Collagen Remodeling พร้อมระบบ Cooling ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิบริเวณผิวระหว่างทำ แต่ก่อนตัดสินใจว่า ควรทำ XTherma หรือไม่
ต้องทำกี่ช็อต หรือควรเลือก Package ไหน อยากให้ดูให้ชัดก่อนว่าปัญหาของใบหน้ามาจากอะไร

บางคนมี ผิวและเนื้อเยื่อหย่อน เป็นหลัก บางคนมี ไขมัน ร่วมด้วย บางคนต้องการ Lifting ในระดับที่ต่างออกไป และบางคนมีเรื่อง โครงสร้างใบหน้า เป็นส่วนสำคัญ บางคนจึงเหมาะกับ XTherma บางคนอาจเหมาะกับ Oligio X บางคนอาจเหมาะกับ Ulthera Prime หรือ XTriple และบางคนอาจเหมาะกับการวาง Combination Treatment มากกว่าการเลือกเครื่องเพียงเครื่องเดียว เพราะสุดท้ายแล้ว การเลือกเครื่องยกกระชับไม่จำเป็นต้องเริ่มจากว่า “เครื่องไหนแรงที่สุด?” แต่ควรเริ่มจาก “ปัญหาของเราอยู่ตรงไหน และพลังงานแบบไหนตรงกับปัญหานั้นมากที่สุด”

ยังไม่แน่ใจว่า XTherma เหมาะกับใบหน้าของคุณหรือไม่? ถ้ากำลังลังเลระหว่าง XTherma, Oligio X, Ulthera Prime หรือ XTriple สามารถเริ่มจากส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเพื่อประเมินเบื้องต้น หรือเข้ามาประเมินที่ Fresh Code Clinic ก่อนได้ เมื่อรู้ก่อนว่าปัญหาหลักมาจาก ผิว ไขมัน หรือโครงสร้าง ก็จะเลือกเครื่อง จำนวนช็อต และ Treatment Plan ได้ตรงกับใบหน้ามากขึ้น

💚Add LINE @freshcodeclinic
📍19 สุขุมวิท ซอย 5, BTS นานา ทางออก 1 (มีที่จอดรถ)
📞083-626-4264
🕝Open daily 11:00 AM – 08:00 PM