Comparing Oligio, Ulthera, and Ultraformer MPT: What are the differences? Which machine is right for your skin?

Oligio Ulthera Ultraformer ต่างกันยังไง? หรือที่หลายคนค้นว่า oligio vs ultraformer vs ulthera ความต่างหลักอยู่ที่กลไก Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ให้ความร้อนเป็นบริเวณในเนื้อเยื่อ ส่วน Ulthera และ Ultraformer MPT ใช้อัลตราซาวด์โฟกัสที่ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปในความลึกที่กำหนด บทความนี้เรียงหัวข้อตามคำถามที่คนค้นบ่อย เช่น ต่างกันยังไง อันไหนดีกว่า และสู้กันได้ไหม โดยดูจากกลไก ภาพขณะทำ ความเจ็บ และงานวิจัยที่เปิดอ่านได้ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

Key Takeaways

  • ความต่างหลักคือชนิดพลังงาน Oligio ใช้ Monopolar RF ให้ความร้อนเป็นปริมาตรในเนื้อเยื่อ ส่วน Ulthera และ Ultraformer MPT ใช้อัลตราซาวด์โฟกัสส่งพลังงานเป็นจุดที่ความลึกกำหนด และทั้งสองแบบอาศัยความร้อนกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน
  • Ulthera Prime กับ Ultraformer MPT เป็นอัลตราซาวด์โฟกัสทั้งคู่ ความต่างที่หน้าบริการระบุได้ชัดคือ Ulthera Prime มีภาพ Real-time ส่วน MPT ปล่อยพลังงานได้ 3 แบบ แต่ไม่พบงานอิสระที่เทียบสองเครื่องนี้โดยตรง จึงบอกไม่ได้ว่าเครื่องไหนสู้เครื่องไหนได้
  • งานทดลองแบบแบ่งครึ่งหน้า 20 คนที่เทียบ RF กับอัลตราซาวด์โฟกัสไม่พบความต่างอย่างมีนัยสำคัญใน 6 เดือน แต่เป็นงานเล็กและบทคัดย่อไม่ระบุยี่ห้อเครื่อง จึงยังสรุปไม่ได้ว่าอันไหนดีกว่า และไม่พบงานที่เทียบความเจ็บของสามเครื่องโดยตรง
  • Oligio X ใช้ Monopolar RF เหมือน Oligio รุ่นเดิม ความต่างที่ผู้ผลิตระบุคือโหมด GXG Dual Mode และระบบ Cooling แต่งานวิจัยอิสระที่อ่านได้ใช้รุ่นเดิม คำว่า “ปลอดภัย” จึงมีเงื่อนไข ควรให้แพทย์ประเมินผิวและตั้งพลังงานให้เหมาะ

ตารางสรุปด้านล่างเทียบสามเครื่องในที่เดียว ข้อมูลที่เป็นของคลินิกหรือผู้ผลิตระบุไว้ในช่อง ส่วนคำถามว่าเครื่องไหนดีกว่า ยังไม่มีงานที่เทียบครบทั้งสามเครื่อง ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป

sectionOligio (RF)Ulthera Prime (MFU-V)Ultraformer MPT (HIFU)
ชนิดพลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF[2][5]อัลตราซาวด์โฟกัสแบบมีภาพ[4]อัลตราซาวด์โฟกัสรุ่นใหม่ในกลุ่ม HIFU[3]
ความร้อนส่งแบบไหนเป็นปริมาตรในเนื้อเยื่อ[5]เป็นจุดที่ความลึกต่าง ๆ[4]เป็นจุด เส้น หรือวงกลม ตามที่คลินิกระบุ[3]
ภาพขณะทำไม่ใช้ภาพ ใช้เซนเซอร์[5]มีภาพ Real-time[4]หน้าบริการไม่ได้ระบุ[3]
คลินิกแนะนำให้เหมาะกับหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง[1]ต้องการยกกระชับชัดเจน หย่อนมากกว่า[1]ต้องการทำเร็วและครอบคลุมทั่วหน้า[1][3]
หลักฐานอิสระที่อ่านได้30 คน ไม่มีกลุ่มควบคุม[5]ทบทวน 16 งาน และงาน 20 คน[7][8]50 คน วัดทันทีหลังทำ[9]

Oligio Ulthera Ultraformer ต่างกันยังไง คำตอบสั้น ๆ ตามกลไก

ใครที่ค้นหา oligio vs ultraformer vs ulthera จะพบว่าคลินิกอธิบายว่า Oligio, Ulthera และ Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดทั้งสามแบบ แต่แต่ละเครื่องมีจุดเด่นต่างกัน โดยแนะนำให้เลือกตามสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน[1] เมื่อตรวจกับหน้าบริการของคลินิกและงานวิจัยที่เปิดอ่านได้ พบว่าความต่างที่ยืนยันได้ชัดที่สุดคือ “กลไกการส่งพลังงาน” ส่วนข้ออ้างว่าเครื่องไหนเจ็บน้อยกว่า อยู่ได้นานกว่า หรือเหมาะกับคนหย่อนมากกว่า มีหลักฐานไม่เท่ากัน ซึ่งจะแยกให้ดูในแต่ละหัวข้อ

  • Oligio เป็น Monopolar Radiofrequency (RF) ให้ความร้อนเป็นปริมาตรในเนื้อเยื่อ มีเซนเซอร์และระบบ Cooling ที่ผิว คลินิกให้บริการเป็นรุ่น Oligio X[2][5]
  • Ulthera เป็นอัลตราซาวด์โฟกัสแบบมีภาพ (Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V) ส่งพลังงานเป็นจุดที่ความลึกต่าง ๆ และให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะทำ[4]
  • Ultraformer MPT เป็นอัลตราซาวด์โฟกัสรุ่นใหม่ของกลุ่ม HIFU ที่คลินิกระบุว่าปล่อยพลังงานได้ 3 รูปแบบ คือจุด เส้น และวงกลม[3]

งานทบทวนในวารสาร Facial Plastic Surgery ปี 2014 ระบุว่าทั้ง RF และอัลตราซาวด์โฟกัสแบบเข้มข้นสร้างการตอบสนองของเนื้อเยื่อจากความร้อน ซึ่งนำไปสู่การปรับโครงสร้างคอลลาเจน ผู้เขียนระบุว่าไม่ได้มีไว้แทนการผ่าตัด และผู้ป่วยในงานส่วนใหญ่มีความพึงพอใจสูง[10] ส่วนความต่างอยู่ที่ว่าพลังงานถูกส่งและกระจายอย่างไร

เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ Oligio, Ulthera และ Ultraformer MPT จาก Fresh Code Clinic

หากต้องการเทียบกับ XTherma อ่านได้ที่ XTherma ต่างจาก Oligio, HIFU และ Ulthera อย่างไร และหากอยากเห็นภาพรวมเครื่องยกกระชับทั้ง 4 เครื่องของคลินิก อ่านได้ที่ ยกกระชับหน้าไม่ผ่าตัด 4 เครื่อง เลือกอย่างไร

Ulthera กับ Ultraformer MPT ต่างกันยังไง

คำถามที่ค้นกันบ่อยคือ Ulthera กับ Ultraformer ต่างกันยังไง หรือเมื่อเทียบรุ่นใหม่คือ ulthera prime vs ultraformer mpt ทั้งสองเป็นอัลตราซาวด์โฟกัสที่ส่งพลังงานเป็นจุดลงในเนื้อเยื่อ ความต่างที่หน้าบริการของคลินิกระบุไว้ชัดจึงอยู่ที่ภาพขณะทำและรูปแบบการวางพลังงาน

Ulthera Prime ต่างจาก Ultraformer MPT ตรงไหน

หน้าบริการของคลินิกอธิบายว่า Ulthera Prime ใช้ MFU-V ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปหลายระดับความลึก ตั้งแต่ชั้นผิวถึงประมาณ 4.5 มม. ซึ่งสัมพันธ์กับชั้น SMAS/Platysma ในบริเวณที่เหมาะสม และมี Real-time Ultrasound Visualization ที่ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวขณะทำ เพื่อวางแผนความลึกและตำแหน่งของพลังงาน[4]

ส่วน Ultraformer MPT หน้าบริการอธิบายว่าพัฒนาต่อจากรุ่น UF3 ด้วยหัวใหม่และรูปแบบส่งพลังงานที่หนาแน่นและเร็วกว่าเดิม ลงได้ถึงชั้น SMAS และปล่อยพลังงานได้ 3 แบบ คือ DOT เป็นจุด LINEAR เป็นเส้นวิ่งไปกลับ และ CIRCULAR MOTION เป็นวงกลมเพื่อดูแลชั้นตื้น[3] คลินิกยังระบุว่าใช้เวลารักษาเร็วขึ้นราว 2.5 เท่าและเห็นผลนานกว่าเดิม ซึ่งเป็นการเทียบกับรุ่นก่อนของเครื่องเดียวกัน ไม่ใช่การเทียบกับ Ulthera และไม่พบงานอิสระที่ตรวจข้ออ้างนี้ หน้าบริการไม่ได้ระบุว่า MPT มีภาพอัลตราซาวด์แบบ Real-time เหมือน Ulthera Prime ควรสอบถามแพทย์เรื่องนี้โดยตรง

Ultraformer สู้ Ulthera ได้ไหม หลักฐานบอกอะไร

ในแหล่งที่เปิดอ่านได้ ไม่พบงานอิสระที่เทียบ Ulthera กับ Ultraformer MPT โดยตรง ทั้งเรื่องระดับการยกกระชับ ความเจ็บ หรือระยะที่ผลคงอยู่ จึงยังตอบไม่ได้ว่าเครื่องใดสู้เครื่องใดได้ สิ่งที่มีคือหลักฐานแยกเครื่อง

งานทบทวนเชิงระบบปี 2023 วิเคราะห์ 16 งานของ MFU ในผู้หญิงทั้งหมด พบว่าการยกคิ้ววัดได้ราว 0.47–1.7 มม. และพื้นที่ใต้คางลดลง 26–45 ตร.มม. คะแนนประเมินโดยผู้ตรวจที่รวมจากผู้ป่วย 337 รายที่ 90 วันพบว่า 92% ดีขึ้นและต่อเนื่องถึง 1 ปี ส่วนคะแนนที่ผู้ป่วยประเมินเองระบุว่าดีขึ้นเล็กน้อย (42% ที่ 90 วัน เพิ่มเป็น 53% ที่ 360 วัน) ผู้เขียนระบุว่าไม่มีข้อมูลที่ยาวกว่า 1 ปี[7]

สำหรับ Ulthera โดยตรง งานศึกษาในผู้ป่วยชาวเกาหลี 20 คนที่ทำ HIFU ด้วยเครื่อง Ulthera ครั้งเดียว ประเมินที่ 3 และ 6 เดือน พบว่าตำแหน่งที่ตอบสนองดีเรียงตามลำดับคือแนวกราม แก้ม และรอบปาก[8] และงานของ Kim ปี 2024 ในผู้ป่วย 50 คนที่ทำ Ultraformer-MPT วัดด้วยเครื่องสแกนสามมิติทันทีหลังทำ พบการยกขึ้นราว 1.2 มม. ที่หน้าผากไปจนถึงราว 3.5 มม. ที่ลำคอ[9] งานหลังนี้วัดเฉพาะทันทีหลังทำและไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ จึงบอกเรื่องความคงอยู่ของผลไม่ได้ และตัวเลขจากสองงานนี้วัดคนละวิธี คนละกลุ่ม ไม่ควรนำมาเทียบกันตรง ๆ

Oligio กับ Ultraformer ต่างกันยังไง และอันไหนดีกว่ากัน

Oligio ใช้ RF ต่างจาก Ultraformer อย่างไร

หน้าบริการของคลินิกอธิบายว่า Oligio X เป็น Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่งความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเส้นใยคอลลาเจนเดิมและการสร้างคอลลาเจนใหม่ มีกำลังขับสูงสุด 400W ระบบตรวจวัดความต้านทานผิวแบบ Real-time และระบบ Cooling ที่ผู้ผลิตระบุว่าแรงขึ้นราว 2.25 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม[2] คลินิกให้บริการเป็นรุ่น Oligio X ส่วนงานวิจัยอิสระที่อ่านได้ใช้ Oligio รุ่นก่อนหน้า

งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในวารสาร Dermatology and Therapy ปี 2022 อธิบายอุปกรณ์ที่ใช้ว่า ความถี่ 6.78 MHz กำลังสูงสุด 400W หัวทิปขนาด 2 × 2 ซม. มีเซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิวและแรงกด ระบบเช็กความต้านทานว่าหัวทิปแนบผิวสม่ำเสมอ และมีการพ่นความเย็นที่ด้านในหัวทิปก่อน ระหว่าง และหลังแต่ละช็อต ให้ความร้อนในเนื้อเยื่อราว 40–60 °C ผู้เขียนอธิบายว่าความร้อนแบบปริมาตรนี้ไปถึงผิวหนังแท้ชั้นลึก ไขมัน ผนังเส้นใยคอลลาเจนในชั้นไขมัน และเยื่อพังผืด (fascia)[5] บทความเดิมของคลินิกระบุว่า Oligio ลงถึงชั้น SMAS[1] แต่งานวิจัยที่อ่านไม่ได้ใช้คำนี้ จึงควรมองว่าเป็นคำอธิบายของคลินิก

เมื่อเทียบกับ Ultraformer MPT ที่ส่งพลังงานเป็นจุด เส้น หรือวงกลมแบบอัลตราซาวด์โฟกัส[3] Oligio ต่างกันที่ความร้อนกระจายเป็นปริมาตรและควบคุมด้วยเซนเซอร์ที่ผิวแทนการใช้ภาพอัลตราซาวด์

Oligio กับ Ultraformer อันไหนดีกว่ากัน

ไม่พบงานที่เทียบ Oligio กับ Ultraformer MPT โดยตรง งานที่ใกล้ที่สุดคือการเทียบ RF กับอัลตราซาวด์โฟกัสแบบกว้าง งานทดลองแบบสุ่ม แบ่งครึ่งหน้า และผู้ประเมินไม่ทราบว่าข้างไหนทำด้วยเครื่องอะไร ของ Alhaddad และคณะ ในวารสาร Dermatologic Surgery ปี 2019 ให้ผู้เข้าร่วม 20 คนที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ทำ MFU-V ที่ใบหน้าข้างหนึ่งและ Monopolar RF อีกข้างหนึ่งในครั้งเดียวกัน ติดตาม 6 เดือน ผลคือทั้งสองข้างมีคะแนนความหย่อนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันที่ 30 และคงอยู่ถึงวันที่ 180 โดยไม่พบความต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่าง RF กับ MFU-V ทั้งคะแนนของผู้ตรวจ ความพึงพอใจ และอาการไม่พึงประสงค์[6] ข้อจำกัดคือกลุ่มตัวอย่างเล็ก ติดตามเพียง 6 เดือน และบทคัดย่อไม่ได้ระบุยี่ห้อเครื่อง จึงบอกไม่ได้ว่าผลเหมือนกันกับเครื่องที่คลินิกใช้หรือไม่

ฝั่ง Oligio งานศึกษาแบบเก็บข้อมูลไปข้างหน้าในผู้อาสาสมัครชาวไทย 30 คน (หญิง 29 คน) ผิวแบบ Fitzpatrick III–V หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ทำ Oligio ครั้งเดียว เฉลี่ยราว 412 ช็อต แพทย์ผิวหนังสองคนที่ไม่ได้เป็นผู้รักษาและเป็นผู้ประเมินแบบ blinded ให้คะแนนจากภาพที่ 1, 3 และ 6 เดือน ผลคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นระดับน้อยถึงปานกลาง โดยที่ 6 เดือนมี 86.67% ที่ดีขึ้น และกลุ่มที่ดีขึ้นระดับปานกลางมากที่สุด (38.33%) เมื่อประเมินทันทีหลังทำ ผู้เข้าร่วมทุกคนรายงานเองว่าดีขึ้น แต่แพทย์ผู้ประเมินพบว่าบางรายยังไม่เปลี่ยนหรือแย่ลงเล็กน้อยในขณะนั้น[5]

ผู้เขียนระบุข้อจำกัดว่าไม่มีกลุ่มควบคุมและการประเมินส่วนใหญ่เป็นเชิงอัตวิสัย งานนี้ได้รับทุนจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เครื่องได้รับการสนับสนุนจากบริษัทตัวแทนในไทย และค่าธรรมเนียมการเผยแพร่แบบเปิดจ่ายโดยผู้ผลิตเครื่อง ผู้เขียนแจ้งว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน[5]

สิ่งที่หลักฐานยังตอบไม่ได้

  • ในแหล่งที่เปิดอ่านได้ ไม่พบงานที่เทียบ Oligio, Ulthera และ Ultraformer MPT ครบทั้งสามเครื่องในงานเดียว
  • ในแหล่งที่เปิดอ่านได้ ไม่พบงานอิสระที่เทียบความเจ็บหรือระยะที่ผลคงอยู่ระหว่าง Ulthera กับ Ultraformer MPT
  • งานที่อ่านได้ส่วนใหญ่ติดตามผล 6 เดือนถึง 1 ปี ตัวเลข “อยู่ได้ 8 เดือนถึง 1 ปี” ที่คลินิกอ้างผู้ผลิต[2] จึงยังไม่มีงานอิสระที่ติดตามนานกว่านั้นมายืนยัน

Ulthera กับ Oligio ต่างกันยังไง ควรเลือกทำตัวไหน

Ulthera กับ Oligio ต่างกันที่ภาพขณะทำและชั้นที่ทำงาน

Ulthera Prime ให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อด้วยภาพอัลตราซาวด์ขณะส่งพลังงานเป็นจุด[4] ส่วน Oligio ไม่ใช้ภาพ งานวิจัยอธิบายว่าอาศัยเซนเซอร์อุณหภูมิ แรงกด และความต้านทานแทน[5] เรื่องความลึก คลินิกระบุว่า Ulthera Prime ถึงประมาณ 4.5 มม. และ Oligio ถึงชั้น SMAS[1][4] ขณะที่งานวิจัย Oligio อธิบายถึงผิวหนังแท้ชั้นลึก ไขมัน และเยื่อพังผืด[5] ผลเปรียบเทียบตรงของ RF กับอัลตราซาวด์โฟกัสในงานที่เทียบได้ใกล้ที่สุดไม่พบความต่างใน 6 เดือน[6]

หากสงสัยเฉพาะ Ulthera Prime กับ Oligio X อ่านเปรียบเทียบเพิ่มได้ที่ Ulthera Prime vs Oligio X เลือกแบบไหนดี

Oligio กับ Oligio X ต่างกันยังไง

ทั้งสองรุ่นใช้ Monopolar RF เหมือนกัน หน้าบริการและบทความของคลินิกอธิบายว่า Oligio X เพิ่ม GXG Dual Mode ที่รวม G Mode เพื่ออุ่นและกระตุ้นชั้นตื้น กับ X Mode ที่ให้ความร้อนลึกกว่า และปรับปรุงระบบ Cooling ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าแรงขึ้นราว 2.25 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม รวมถึงมี Real-time Impedance Feedback และ Auto Mode[2][11] ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจากผู้ผลิตและคลินิก ยังไม่พบการทดสอบอิสระ และงานวิจัยที่อ่านได้ใช้ Oligio รุ่นเดิม ซึ่งระบุกำลังสูงสุด 400W เช่นเดียวกับที่หน้าบริการระบุสำหรับรุ่น X[2][5] จึงไม่ควรเข้าใจว่าตัวเลขกำลังขับเป็นความต่างของรุ่น X อ่านรายละเอียดของทั้งสองรุ่นได้ที่ Oligio กับ Oligio X ต่างกันยังไง

ควรเลือกตัวไหนตามปัญหาที่เห็น

คลินิกแนะนำว่า Oligio เหมาะกับผู้ที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับชัดเจนและหย่อนมากกว่า และ Ultraformer MPT เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำเร็วและครอบคลุมทั่วหน้า[1][3] เมื่อตรวจกับงานวิจัย ข้อแรกสอดคล้องกับกลุ่มผู้เข้าร่วมในงาน Oligio ที่หย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง[5] แต่ข้อที่สองไม่ตรงกับงานทบทวนอัลตราซาวด์โฟกัส ซึ่งพบว่าผลลัพธ์ดีลดลงเมื่อความหย่อนและดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้น และเสนอว่าความหย่อนมากกับ BMI เกิน 30 เป็นข้อห้ามสัมพัทธ์ของ MFU[7] ทั้งงานทบทวนปี 2014 ก็ระบุว่าอุปกรณ์กลุ่มนี้ไม่ได้มีไว้แทนการผ่าตัด[10] ผู้ที่หย่อนมากจึงควรคุยกับแพทย์เรื่องทางเลือกอื่นด้วย

หน้าบริการ Oligio X ของคลินิกอธิบายหลักคิดไว้ว่า ควรแยกก่อนว่าปัญหาที่เห็นเกิดจากผิวหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้างระดับลึก บางคนอาจเหมาะกับ RF บางคนอาจเหมาะกับอัลตราซาวด์โฟกัส บางคนต้องดูแลไขมันร่วมด้วย และบางคนอาจใช้สองเทคโนโลยีร่วมกันเพื่อดูแลคนละระดับของใบหน้า[2] คำถามที่ควรเตรียมก่อนปรึกษาแพทย์ ได้แก่

  • ปัญหาที่เห็นเกิดจากผิวหย่อน ไขมันสะสม หรือโครงสร้างลึก และเครื่องที่แพทย์แนะนำตรงกับสาเหตุนั้นอย่างไร[2]
  • เครื่องที่ใช้เป็นรุ่นอะไร ใช้การวางพลังงานแบบไหน และมีภาพหรือเซนเซอร์อะไรช่วยควบคุมความปลอดภัย[4][5]
  • ความรู้สึกขณะทำเป็นอย่างไรในบริเวณที่จะทำ และมีวิธีลดความไม่สบายหรือไม่[5][7]
  • ต้องทำกี่ครั้งและควรติดตามผลเมื่อไร โดยเข้าใจว่าผลต่างกันในแต่ละคนและตัวเลขเรื่องระยะเวลาเป็นของคลินิกหรือผู้ผลิต[2][4]
  • ประวัติสุขภาพและอุปกรณ์ฝังในร่างกายที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำ[2]

ทำแล้วเจ็บไหม ความรู้สึกขณะทำและความปลอดภัยที่มีเงื่อนไข

เจ็บแค่ไหน

คลินิกอธิบายว่า Oligio X ขณะทำจะรู้สึกอุ่นใต้ผิวสลับกับความเย็นจากระบบ Cooling และความรู้สึกต่างกันตามบริเวณ พลังงาน และความหนาของผิว[2] ในงานวิจัยคะแนนความเจ็บเฉลี่ยคือ 3.13 จาก 10 แต่ผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับครีมยาชา (lidocaine ร่วมกับ prilocaine) ทาปิดไว้ 1 ชั่วโมงก่อนทำ และผู้ทำปรับพลังงานให้ความร้อนอยู่ที่ระดับ “ร้อนแต่ทนได้”[5]

สำหรับ Ulthera Prime คลินิกอธิบายว่าระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น จี๊ดเป็นจุด หรือตึงลึกใต้ผิว และรู้สึกชัดขึ้นในบริเวณใกล้กระดูก[4] งานทบทวนเชิงระบบจัดให้ MFU เจ็บระดับปานกลาง[7] ส่วน Ultraformer MPT หน้าบริการของคลินิกไม่ได้ระบุเรื่องความเจ็บ และข้ออ้างว่า MPT เจ็บน้อยกว่า Ulthera ไม่พบงานเปรียบเทียบที่รองรับในแหล่งที่เปิดอ่านได้ จึงไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ

ผลข้างเคียงที่มีรายงาน

ในงาน Oligio ผู้ป่วย 83.3% มีรอยแดงทันทีหลังทำและหายใน 1–2 วัน ผู้ป่วย 1 รายผิวแห้งในเดือนแรกและหายก่อนเดือนที่ 3 และไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่ 3 และ 6 เดือน[5] ผู้เขียนยังยกผลสำรวจแพทย์ที่รายงานอัตราภาวะแทรกซ้อนของ RF รุ่นใหม่ต่ำกว่า 10% โดยสาเหตุที่แพทย์มองว่าเกี่ยวข้อง ได้แก่ การยิงซ้อนตำแหน่งเดิม หัวทิปมีปัญหา และการใช้พลังงานสูง และระบุว่าข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่ผิวชั้นตื้น[5]

ฝั่งอัลตราซาวด์โฟกัส งานทบทวนเชิงระบบพบรอยแดงชั่วคราว อาจมีบวมร่วมด้วย ส่วนอาการอื่นพบน้อย (ราว 2%) เช่น ชาหรือไวต่อสัมผัส ฟกช้ำ แสบ แผลไหม้บริเวณขากรรไกร รอยเป็นเส้น และผิวอักเสบจากการสัมผัส[7] งาน Ulthera ในผู้ป่วยเกาหลี 20 คนพบรอยแดงและบวม 6 ราย และจ้ำเลือดหรือฟกช้ำ 2 ราย ซึ่งผู้เขียนระบุว่าเล็กน้อยและชั่วคราว[8]

แล้ว “ไม่ทำลายผิวชั้นนอก” จริงไหม

บทความเดิมของคลินิกใช้คำนี้กับ Oligio[1] ตามหลักฐานที่อ่านได้ ควรเข้าใจเป็นเงื่อนไขมากกว่าการรับประกัน เพราะ RF พึ่งการทำความเย็นที่ผิว เซนเซอร์ และการตั้งพลังงานที่เหมาะ ซึ่งผู้เขียนงานวิจัยระบุว่าช่วยให้ผู้ทำหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากความร้อนได้[5] แต่ผลสำรวจที่ผู้เขียนอ้างก็ยังพบภาวะแทรกซ้อนจากพลังงานสูงหรือการยิงซ้อน ส่วนอัลตราซาวด์โฟกัส ผู้เขียนงาน Ulthera ในเกาหลีอธิบายว่าพลังงานทำให้เกิดรอยความร้อนขนาดเล็กที่ตำแหน่งเฉพาะใต้ผิวโดยไม่ทำลายหนังกำพร้า[8] แต่งานทบทวนก็ยังรายงานแผลไหม้และรอยเป็นเส้นในบางราย[7] จึงไม่มีเทคโนโลยีใดที่รับประกันได้ว่าผิวชั้นนอกจะไม่ได้รับผลกระทบเลย

ข้อควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ ตามที่คลินิกระบุสำหรับ Oligio X ได้แก่ การมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกายเช่นเครื่องกระตุ้นหัวใจ การติดเชื้อหรือปัญหาผิวบริเวณที่จะทำ โรคประจำตัว การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ประวัติคีลอยด์ เริมในบริเวณที่จะทำ และการเพิ่งทำหัตถการฉีดหรือทรีตเมนต์อื่นในบริเวณเดียวกัน[2] งานวิจัย Oligio ก็ใช้เกณฑ์คัดออกที่คล้ายกัน[5]

ตารางเทียบ Oligio, Ulthera และ Ultraformer MPT แบบละเอียด

ตารางนี้ขยายความจากตารางสรุปต้นบทความ ใส่ความลึก ความรู้สึกขณะทำ ช่วงที่เห็นผล และระยะที่ผลคงอยู่ ข้อมูลที่เป็นของคลินิกหรือผู้ผลิตระบุไว้ในช่อง ส่วนช่องที่เขียนว่า “ไม่ได้ระบุ” คือไม่พบข้อมูลในแหล่งที่เปิดอ่าน ตารางเป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการจัดอันดับ

sectionOligio (Monopolar RF)Ulthera Prime (MFU-V)Ultraformer MPT (HIFU)
ชนิดพลังงานคลื่นวิทยุ RF 6.78 MHz[2][5]อัลตราซาวด์โฟกัสแบบมีภาพ[4]อัลตราซาวด์โฟกัสแบบ HIFU รุ่นใหม่จาก UF3[3]
รูปแบบความร้อนความร้อนเป็นปริมาตรในเนื้อเยื่อ 40–60 °C ตามงานวิจัย[5]ส่งเป็นจุดที่ความลึกต่าง ๆ[4]ปล่อยได้ 3 แบบ คือจุด เส้น และวงกลม ตามที่คลินิกระบุ[3]
ความลึกที่ระบุคลินิกระบุถึงชั้น SMAS แต่งานวิจัยอธิบายถึงผิวหนังแท้ชั้นลึก ไขมัน และเยื่อพังผืด[1][5]ถึงประมาณ 4.5 มม. สัมพันธ์กับชั้น SMAS/Platysma ตามที่คลินิกระบุ[4]คลินิกระบุถึงชั้น SMAS[3]
ภาพขณะทำไม่ใช้ภาพ ใช้เซนเซอร์อุณหภูมิ แรงกด และความต้านทาน[5]มีภาพอัลตราซาวด์แบบ Real-time[4]หน้าบริการไม่ได้ระบุ[3]
Feelings while doing itอุ่นสลับเย็น ในงานวิจัยเจ็บเฉลี่ย 3.13/10 หลังทาครีมชา[2][5]อุ่น จี๊ดเป็นจุด ตึงลึก ชัดขึ้นใกล้กระดูก งานทบทวน MFU จัดเป็นเจ็บปานกลาง[4][7]หน้าบริการไม่ได้ระบุ ไม่พบงานเทียบกับ Ulthera[3]
ช่วงที่เห็นผลที่คลินิกระบุผู้ผลิตระบุว่าชัดขึ้นในช่วง 3–6 เดือน[2]ราว 1 เดือนเริ่มเปลี่ยน และ 2–3 เดือนเหมาะกับการติดตามผล[4]ไม่ได้ระบุตัวเลข[3]
ระยะที่ผลคงอยู่ผู้ผลิตระบุราว 8 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นกับแต่ละคน[2]คลินิกระบุว่าไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน งานทบทวนมีข้อมูลถึง 1 ปี[4][7]ไม่ได้ระบุตัวเลข คลินิกระบุว่าเห็นผลนานกว่ารุ่นก่อน[3]
หลักฐานอิสระที่อ่านได้30 คน ติดตาม 6 เดือน ไม่มีกลุ่มควบคุม[5]ทบทวนเชิงระบบ 16 งาน, งาน Ulthera 20 คน และ RCT แบ่งครึ่งหน้า 20 คนเทียบกับ RF[6][7][8]50 คน วัดทันทีหลังทำ ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ[9]

ดูคลิปจาก Fresh Code Clinic บน Instagram

อ่านรายละเอียดของแต่ละเครื่องได้ที่หน้าบริการ และหากอยากเห็นภาพรวมบริการยกกระชับและฟิลเลอร์ทั้งหมดของคลินิก ดูได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

FAQ (Frequently Asked Questions)

Q: Ulthera Ultraformer Oligio ต่างกันยังไง ?

ต่างกันที่กลไกเป็นหลัก Oligio ใช้ Monopolar RF ให้ความร้อนเป็นปริมาตรในเนื้อเยื่อ ส่วน Ulthera และ Ultraformer MPT ใช้อัลตราซาวด์โฟกัสที่ส่งพลังงานเป็นจุดลงในความลึกที่กำหนด Ulthera Prime มีภาพอัลตราซาวด์แบบ Real-time ให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อ ส่วน Ultraformer MPT คลินิกระบุว่าปล่อยพลังงานได้ 3 แบบ คือจุด เส้น และวงกลม ยังไม่มีงานที่เทียบสามเครื่องนี้ครบในงานเดียว

Q: Ulthera กับ Ultraformer ต่างกันยังไง และ Ultraformer สู้ Ulthera ได้ไหม ?

ทั้งสองเป็นอัลตราซาวด์โฟกัส ความต่างที่หน้าบริการระบุคือ Ulthera Prime มีภาพ Real-time ส่วน Ultraformer MPT ปล่อยพลังงานได้ 3 แบบ ไม่พบงานอิสระที่เทียบสองเครื่องนี้โดยตรง จึงยังตอบไม่ได้ว่าเครื่องไหนสู้เครื่องไหนได้ ตัวเลข 2.5 เท่าที่คลินิกระบุเป็นการเทียบกับ Ultraformer รุ่นก่อนของเครื่องเดียวกัน ไม่ใช่การเทียบกับ Ulthera

Q: Oligio กับ Ultraformer อันไหนดีกว่ากัน ?

ไม่พบงานที่เทียบสองเครื่องนี้โดยตรง งานทดลองแบบสุ่มแบ่งครึ่งหน้า 20 คนที่เทียบ Monopolar RF กับ MFU-V ไม่พบความต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 6 เดือน แต่เป็นงานเล็กและบทคัดย่อไม่ระบุยี่ห้อเครื่อง จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าอย่างใดดีกว่าสำหรับทุกคน การเลือกควรดูสภาพผิว ไขมัน และโครงสร้างของแต่ละคนร่วมกับความเห็นแพทย์

Q: Ulthera กับ Oligio ต่างกันยังไง ควรเลือกทำตัวไหน ?

Ulthera Prime เป็นอัลตราซาวด์โฟกัสที่มีภาพให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะทำ ส่วน Oligio เป็น RF ที่ใช้เซนเซอร์และระบบ Cooling คลินิกแนะนำว่า Oligio เหมาะกับผู้ที่หย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง และ Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับชัดเจนและหย่อนมากกว่า แต่งานทบทวนอัลตราซาวด์โฟกัสพบว่าผลลัพธ์ดีลดลงเมื่อความหย่อนและ BMI เพิ่มขึ้น จึงควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุของปัญหาก่อนเลือก

Q: Oligio กับ Oligio X ต่างกันยังไง ?

ทั้งสองรุ่นใช้ Monopolar RF ความต่างที่ผู้ผลิตและคลินิกระบุคือ Oligio X มี GXG Dual Mode ระบบ Cooling ที่ปรับปรุงแล้ว และ Real-time Impedance Feedback ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่พบการทดสอบอิสระ และงานวิจัยที่อ่านได้ใช้ Oligio รุ่นเดิม อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่บทความ Oligio กับ Oligio X ต่างกันยังไง ของคลินิก

Q: เครื่องไหนเจ็บน้อยกว่า และผลอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ไม่พบงานที่เทียบความเจ็บของสามเครื่องนี้โดยตรง งานวิจัย Oligio รายงานคะแนนเฉลี่ย 3.13 จาก 10 หลังทาครีมชา ส่วนงานทบทวนอัลตราซาวด์โฟกัสระบุว่าเจ็บระดับปานกลาง เรื่องระยะที่ผลคงอยู่ คลินิกระบุตัวเลขเฉพาะ Oligio X โดยอ้างผู้ผลิตว่าราว 8 เดือนถึง 1 ปี งานวิจัยอิสระที่อ่านได้ติดตามผล 6 เดือนถึง 1 ปี จึงยังไม่มีข้อมูลระยะยาวกว่านั้นมายืนยัน

Conclusion

Oligio Ulthera Ultraformer ต่างกันที่กลไกเป็นหลัก Oligio เป็น Monopolar RF ที่ให้ความร้อนเป็นปริมาตร ส่วน Ulthera และ Ultraformer MPT เป็นอัลตราซาวด์โฟกัสที่ส่งพลังงานเป็นจุด โดย Ulthera Prime มีภาพช่วยวางความลึก งานทดลองเทียบ RF กับอัลตราซาวด์โฟกัสใน 20 คนไม่พบความต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังไม่มีงานที่เทียบสามเครื่องนี้ครบ คำถามอย่าง Ultraformer สู้ Ulthera ได้ไหม หรือ Oligio กับ Ultraformer อันไหนดีกว่า จึงยังไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน ข้ออ้างเรื่องเจ็บน้อย อยู่นาน หรือ “ไม่ทำลายผิวชั้นนอก” ควรอ่านพร้อมเงื่อนไขและแหล่งที่มา ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินใจเพียงข้อเดียว

สำหรับผู้ที่ค้นหา best aesthetic clinic in bangkok เพื่อปรึกษาเรื่องเครื่องยกกระชับ ควรถามแพทย์ว่าเครื่องที่ใช้เป็นรุ่นอะไร ตรงกับปัญหาที่เห็นอย่างไร และข้อมูลที่ให้มีแหล่งที่มาหรือไม่ ที่ Fresh Code Clinic ย่านสุขุมวิท ซอย 5 ใกล้ BTS นานา แพทย์ประเมินสภาพผิว ไขมัน และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนก่อนแนะนำเครื่องและแผนการทำที่เหมาะ ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน

Fresh Code Clinic Team

Fresh Code Clinic is a beauty lifestyle clinic located in Sukhumvit Soi 5, near BTS Nana. It offers skin care services, acne treatment, laser treatments, skin tightening, fillers, and Botox, all provided by a team of expert doctors with personalized care tailored to each individual's skin condition.

19 Sukhumvit Soi 5, near BTS Nana, Exit 1. Parking available. Open daily 11:00 AM – 8:00 PM. Tel: 02-253-2236, 083-626-4264

References

  1. เปรียบเทียบ Oligio, Ulthera และ Ultraformer MPT ต่างกันอย่างไร? (บทความเดิม) — Fresh Code Clinic
  2. Oligio X คืออะไร? ยกกระชับ กรอบหน้าชัด ผิวแน่นขึ้นด้วย Monopolar RF — Fresh Code Clinic
  3. Ultraformer MPT คืออะไร? — Fresh Code Clinic
  4. Ulthera Prime คืออะไร? ยกกระชับถึงระดับ SMAS พร้อม Real-time Visualization — Fresh Code Clinic
  5. Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Treatment of Lower Facial Laxity in Asians — Dermatology and Therapy
  6. A Randomized, Split-Face, Evaluator-Blind Clinical Trial Comparing Monopolar Radiofrequency Versus Microfocused Ultrasound With Visualization for Lifting and Tightening of the Face and Upper Neck — Dermatologic Surgery
  7. A Systematic Review of the Efficacy of Microfocused Ultrasound for Facial Skin Tightening — International Journal of Environmental Research and Public Health
  8. High-Intensity Focused Ultrasound for the Treatment of Wrinkles and Skin Laxity in Seven Different Facial Areas — Annals of Dermatology
  9. Three-dimensional Analysis of Lifting Effects after High-intensity Focused Ultrasound (Ultraformer-MPT) across Seven Facial Aesthetic Units Considering SonoAnatomy — Plastic and Reconstructive Surgery Global Open
  10. Skin tightening technologies — Facial Plastic Surgery
  11. Oligio X คืออะไร? ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร — Fresh Code Clinic