HArmonyCa คืออะไร? คือสารฉีดแบบผสมที่รวมกรดไฮยาลูรอนิก (HA) กับแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เพื่อเพิ่มปริมาตรและพยุงเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้า บทความนี้อธิบายส่วนประกอบ กลไก ผลที่มีข้อมูลจากงานวิจัย ความเสี่ยง และข้อจำกัดของหลักฐาน โดยแยกข้อมูลของคลินิกออกจากแหล่งอิสระ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย
Key Takeaways
- HArmonyCa เป็นสารฉีดแบบผสมที่มี HA ชนิดเชื่อมขวางความเข้มข้น 20 มก./มล. กับไมโครสเฟียร์ CaHA ร้อยละ 55.7 โดยน้ำหนัก HA ให้ปริมาตรและแรงยกในช่วงแรก ส่วน CaHA เชื่อกันว่ากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงเรียกทั้งฟิลเลอร์ผสมและ biostimulator
- ในงาน 140 คนที่แก้มกลางใบหน้าสูญเสียปริมาตร ผู้ที่ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับมีร้อยละ 82.8 ที่เดือนที่ 1 และร้อยละ 65.9 ที่เดือนที่ 12 แต่เป็นงานแบบเปิดเผย ไม่มีกลุ่มควบคุม และผู้ผลิตให้ทุน ส่วนหลักฐานเรื่องคอลลาเจนในคนมาจากงาน 15 คน
- ไม่ใช่การรักษาที่ไม่มีผลข้างเคียงหรือไม่ต้องพักฟื้น ปฏิกิริยาที่จุดฉีดพบร้อยละ 95.7 ส่วนใหญ่น้อยถึงปานกลางและหายภายใน 2 สัปดาห์ และพบก้อนที่จุดฉีดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาร้อยละ 10.7
- ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้างระบุว่าไม่ควรฉีดบริเวณหว่างคิ้ว รอบดวงตา และริมฝีปาก หากหลังฉีดปวดรุนแรงผิดปกติ สีผิวซีดหรือเปลี่ยนรวดเร็ว หรือการมองเห็นเปลี่ยน ให้ติดต่อแพทย์ทันที และให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาของใบหน้าเหมาะกับสารนี้หรือไม่
HArmonyCa คืออะไร สรุปสั้น ๆ ตามข้อมูลผู้ผลิตและงานวิจัย
HArmonyCa คือสารฉีดแบบผสม (hybrid injectable) สำหรับเติมเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้า ที่รวม HA กับ CaHA ไว้ในหลอดฉีดเดียว ผลิตโดย Allergan Aesthetics ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ AbbVie[3] บทความที่ผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นพนักงานผู้ผลิตระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุมัติในอิสราเอลเมื่อปี 2016 และผู้ผลิตปัจจุบันขยายการอนุมัติไปมากกว่า 30 ประเทศหลังซื้อกิจการในปี 2020[5] ส่วนสถานะการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ไม่ได้ตรวจสอบจากแหล่งที่เปิดอ่านครั้งนี้ ควรสอบถามคลินิกโดยตรง
คลินิกอธิบายว่า HArmonyCa เป็นฟิลเลอร์แบบ hybrid ที่ HA มีบทบาทเพิ่มปริมาตรและช่วยพยุงเนื้อเยื่อในช่วงแรก ส่วน CaHA มีคุณสมบัติ biostimulatory ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนใหม่ และข้อบ่งใช้คือเติมเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้า โดยฉีดในชั้นใต้หนังแท้ (subdermal) ถึงหนังแท้ส่วนลึก[2]
เหตุที่ HArmonyCa ถูกเรียกว่า biostimulator เป็นเพราะ CaHA มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจน บทความเดิมของคลินิกเรียกว่า biostimulator ที่ผสานคุณสมบัติของฟิลเลอร์และการกระตุ้นคอลลาเจนไว้ด้วยกัน[1] ส่วนหน้าบริการและงานวิจัยจัดเป็นสารฉีดแบบผสมหรือฟิลเลอร์ที่มีส่วนกระตุ้นคอลลาเจนอยู่ด้วย[2][3] ถ้าอยากเปรียบเทียบกับสารกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนโดยทั่วไป ดูได้ที่ Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ส่วนบทความนี้เน้นอธิบายว่า HArmonyCa คืออะไรและมีหลักฐานแค่ไหน ส่วนรายละเอียดบริการที่คลินิกอยู่ในหน้าบริการ
ส่วนประกอบของ HArmonyCa HA และ CaHA ทำงานต่างกันอย่างไร
ตารางด้านล่างสรุปส่วนประกอบตามที่งานวิจัยและหน้าบริการระบุ เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย
| ส่วนประกอบ | ข้อมูลที่ระบุ | บทบาทตามที่อธิบาย |
|---|---|---|
| HA ชนิดเชื่อมขวาง (เจลฐาน) | ความเข้มข้น 20 มก./มล.[3][5] | ให้ปริมาตรและแรงยกในช่วงแรก แต่ HA สลายตัวทีละน้อยตามเวลา[5] |
| CaHA ไมโครสเฟียร์ | ร้อยละ 55.7 โดยน้ำหนัก (ราวร้อยละ 30 โดยปริมาตร) ขนาด 25–45 ไมครอน ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนพบว่าเรียบ ไม่มีรูพรุน และขนาดสม่ำเสมอ[5] | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผลยกคงอยู่[3][5] |
| ลิโดเคน (รุ่นที่ผสม) | ร้อยละ 0.3[3] | ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะฉีด ไม่ได้แปลว่าจะไม่รู้สึกเลย[2] |
| ขนาดหลอด | 1.25 มล. ต่อหลอด ตามที่คลินิกระบุ[2] | จำนวนหลอดที่ใช้ขึ้นกับบริเวณและเป้าหมายของแต่ละคน[2] |
ผู้เขียนบทความของผู้ผลิตให้เหตุผลว่า การผสม HA กับ CaHA เองในคลินิกเป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้และยังไม่มีวิธีผสมมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบ ซึ่งอาจทำให้ผลไม่สม่ำเสมอ ขณะที่ HArmonyCa เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป[5] ควรอ่านข้อนี้ในฐานะมุมมองของผู้ผลิต เพราะผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นพนักงานของบริษัท
หลักฐานเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจน
หลักฐานมีเป็นขั้นดังนี้ และทุกขั้นยังมีข้อจำกัด
- ในหนูทดลอง บทความของผู้ผลิตเปรียบเทียบ HArmonyCa กับ CaHA ที่ใช้สารพา CMC (Radiesse) และ polycaprolactone (Ellansé) กลุ่มละ 8 ตัว ที่ 1 และ 8 สัปดาห์ พบว่าระดับคอลลาเจนชนิด I ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เขียนตีความว่าฤทธิ์กระตุ้นของ CaHA ใน HArmonyCa เทียบเท่าผลิตภัณฑ์อื่น ไม่ได้หมายความว่ามากกว่า และผู้เขียนระบุเองว่าต้องมีงานในคนเพิ่ม[5]
- ในคนจำนวนน้อย งาน 15 คนฉีดบริเวณหน้าหู แล้วตรวจด้วยอัลตราซาวด์และ elastography พบการเพิ่มของเส้นใยคอลลาเจนตั้งแต่วันที่ 60 ยืนยันที่วันที่ 90 และสูงสุดช่วงวันที่ 90–180 โดยผู้เขียนใช้คำว่า “อาจบ่งชี้” การสร้างคอลลาเจนใหม่[4]
- ในงานขนาดใหญ่ขึ้น งาน 140 คนพบว่าคะแนนความเรียบของแก้มและการเคลื่อนของผิวเปลี่ยนไปในทิศทางที่สอดคล้องกับผลกระตุ้นผิว แต่ผู้เขียนระบุว่ายังต้องมีหลักฐานเพิ่ม เช่น ข้อมูลจากชิ้นเนื้อ จึงจะยืนยันฤทธิ์กระตุ้นคอลลาเจนได้แน่ชัด[3]
HArmonyCa ใช้กับบริเวณไหน และใครอาจเหมาะ
งานวิจัยหลักที่ใช้ตรวจสอบเป็นงานในผู้ใหญ่ 140 คนที่แก้มกลางใบหน้าสูญเสียปริมาตรระดับปานกลางถึงรุนแรง ฉีดที่แก้มเป็นหลัก และฉีดแนวกรามเพิ่มได้ตามดุลยพินิจของแพทย์[3] คลินิกระบุบริเวณที่พิจารณาตรงกัน คือ แก้มกลางใบหน้า ด้านข้างใบหน้า และแนวกราม[2]
บริเวณที่ไม่ควรฉีดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
คลินิกระบุว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณหว่างคิ้ว รอบดวงตา ริมฝีปากและรอบปาก ชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ชั้นตื้น บริเวณที่มีหลอดเลือดหนาแน่น และบริเวณที่อักเสบหรือติดเชื้อ[2] ดังนั้นปัญหาอย่างใต้ตาลึกหรือริมฝีปากบางไม่ได้แปลว่า HArmonyCa เป็นตัวเลือก ควรให้แพทย์เลือกสารและเทคนิคที่เหมาะกับกายวิภาคของบริเวณนั้น
ใครอาจเหมาะ และข้อจำกัดของหลักฐาน
- คลินิกอธิบายว่าก่อนเลือกสารฉีด ต้องแยกให้ได้ว่าใบหน้าที่ดูหย่อนเกิดจากการสูญเสียปริมาตร ความหย่อนของเนื้อเยื่อ การกระจายของไขมัน หรือโครงสร้างกระดูกเป็นหลัก และไม่ควรใช้อายุเป็นเกณฑ์ตัดสิน[2]
- ถ้าปัญหาหลักคือความหย่อน คลินิกระบุว่าอาจต้องใช้เครื่องยกกระชับร่วมหรือแทน และถ้าส่วนล่างของใบหน้ามีไขมันมากอยู่แล้ว การเติมปริมาตรอาจไม่เหมาะ[2]
- ผู้เข้าร่วมงาน 140 คนมีอายุ 30–78 ปี (กลาง 59 ปี) เป็นหญิงร้อยละ 87.1 เป็นคนผิวขาวร้อยละ 96.4 และผิวระดับ Fitzpatrick I–IV ทำที่ 2 แห่งในฝรั่งเศส จึงยังไม่แน่ใจว่าผลจะเหมือนกันในคนไทย[3]
HArmonyCa เห็นผลเมื่อไร และอยู่ได้นานแค่ไหน
คลินิกอธิบายว่า HA ให้ปริมาตรและแรงพยุงได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ภาพทันทีหลังฉีดไม่ควรถือเป็นผลสุดท้าย เพราะอาจมีอาการบวมจากการฉีดปนอยู่ ส่วนผลที่เกี่ยวกับคอลลาเจนค่อย ๆ พัฒนาในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน[2] ตัวเลขจากงาน 140 คนที่ติดตามที่เดือนที่ 1, 3, 6, 9 และ 12 เป็นดังนี้
| เวลาหลังฉีด | ผู้ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ (ผู้ตรวจ) | ผู้ตรวจประเมินว่าดีขึ้นหรือดีขึ้นมาก | ผู้เข้าร่วมประเมินว่าดีขึ้นหรือดีขึ้นมาก |
|---|---|---|---|
| เดือนที่ 1 | ร้อยละ 82.8 | ร้อยละ 98.5 | ร้อยละ 91.8 |
| เดือนที่ 3 | ร้อยละ 84.8 | ร้อยละ 98.5 | ร้อยละ 86.4 |
| เดือนที่ 6 | ร้อยละ 82.7 | ร้อยละ 94.7 | ร้อยละ 81.2 |
| เดือนที่ 9 | ร้อยละ 74.8 | ร้อยละ 87.8 | ร้อยละ 75.4 |
| เดือนที่ 12 | ร้อยละ 65.9 | ร้อยละ 75.6 | ร้อยละ 72.6 |
ตัวเลขทั้งหมดมาจากงานเดียวกัน[3] ผู้เขียนสรุปว่าผลอยู่ได้ถึงประมาณ 1 ปี แต่สัดส่วนผู้ที่ดีขึ้นลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แปลว่าผลไม่คงที่เท่ากันตลอด และเป็นค่าระดับกลุ่มประชากร ไม่ใช่ระยะเวลาที่แต่ละคนจะได้ งานนี้ผู้ผลิตให้ทุนและมีส่วนร่วมในการออกแบบ ผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นพนักงานผู้ผลิต เป็นแบบเปิดเผยและไม่มีกลุ่มควบคุม ร้อยละ 62.9 ของผู้เข้าร่วมได้รับการเติมเพิ่มที่ 2 สัปดาห์ และร้อยละ 97.1 ติดตามจนครบ
ในงาน 15 คนที่ฉีดบริเวณหน้าหู ที่วันที่ 180 ปริมาตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกลางข้างละประมาณ 2.1 ซีซี (ฉีดข้างละ 1.25 มล.)[4] บริเวณและวิธีวัดต่างจากงานแรก จึงไม่ควรนำไปเทียบกันตรง ๆ
ในแหล่งที่เปิดอ่านได้ไม่พบตัวเลขระยะเวลาของการกระตุ้นคอลลาเจนแยกต่างหาก ข้อมูลที่มีคือผลโดยรวมที่ติดตามถึงประมาณ 12 เดือน และหน้าบริการของคลินิกระบุว่าไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน[2][3]
ผลข้างเคียง ความเสี่ยง และอาการที่ต้องรีบพบแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบในงานวิจัย
ในงาน 140 คน ปฏิกิริยาที่จุดฉีดพบร้อยละ 95.7 หลังฉีดครั้งแรก และร้อยละ 84.7 หลังเติมเพิ่ม ที่พบบ่อยคือกดเจ็บ (ร้อยละ 87.0) เจ็บหลังฉีด (ร้อยละ 73.7) และรู้สึกแข็งตึง (ร้อยละ 71.0) หลังเติมเพิ่มมีบวมร้อยละ 48.2 ส่วนใหญ่น้อยถึงปานกลางและหายภายใน 2 สัปดาห์[3]
ผลข้างเคียงที่ผู้เขียนเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการรักษาและพบมากที่สุด ได้แก่ เจ็บที่จุดฉีด ร้อยละ 11.4 ก้อนที่จุดฉีด ร้อยละ 10.7 และปวดศีรษะ ร้อยละ 7.1 ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการรักษา แต่เมื่อสิ้นสุดงานยังมีผู้เข้าร่วม 6 คนที่มีอาการเล็กน้อยต่อเนื่อง 8 เหตุการณ์ ซึ่งเป็นก้อนที่จุดฉีด 7 เหตุการณ์ ความเจ็บขณะฉีดเฉลี่ย 4.4 จาก 10 หลังฉีดครั้งแรก โดยร้อยละ 35.7 ได้รับยาชามาก่อน[3]
ในงาน 15 คน ส่วนใหญ่มีผิวแดงและอักเสบเล็กน้อยที่หายภายใน 48 ชั่วโมง และไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง[4] คลินิกเองระบุว่าไม่ควรสื่อว่า “ไม่มีช่วงพักฟื้น” แบบสัมบูรณ์ และควรเผื่อเวลาก่อนงานสำคัญ เพราะอาจมีบวม แดง เจ็บ หรือช้ำในช่วงแรก[2]
ความเสี่ยงที่รุนแรง
ฟิลเลอร์ HA ซึ่ง HArmonyCa จัดอยู่ในกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงที่สารจะเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บและตายได้ งานทบทวนระบุว่าดูเหมือนพบน้อยมาก แต่ไม่ทราบอุบัติการณ์จริงเพราะมีการรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง[7] แนวทางสำหรับ HArmonyCa จากการประชุมที่ปรึกษาของแพทย์ยุโรป 13 คน มีขั้นตอนจัดการภาวะแทรกซ้อนทั้งแบบอักเสบและไม่อักเสบที่เกิดภายหลัง ภาวะหลอดเลือดเฉพาะที่ และภาวะหลอดเลือดจอประสาทตา และระบุว่าการจัดการคล้ายกับฟิลเลอร์ชนิดอื่น ผู้เขียนทั้ง 7 คนเป็นที่ปรึกษาของผู้ผลิต[6] คลินิกระบุว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ในยุโรปมีภาวะตาบอดอยู่ในกลุ่มเหตุการณ์ที่พบน้อยแต่ร้ายแรง[2]
อาการที่ควรติดต่อแพทย์ผู้ฉีดหรือไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการ ได้แก่
- ปวดรุนแรงผิดปกติหลังฉีด[2]
- ผิวซีดขาว เป็นลายร่างแห หรือสีเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเป็นสีน้ำเงินแดงคล้ำ เลือดมาเลี้ยงผิวช้าลง ต่อมาอาจเกิดตุ่มพองและผิวหลุดลอก[2][7]
- การมองเห็นเปลี่ยนไป[2]
ข้อควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด
คลินิกระบุว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยมีข้อห้ามและข้อควรระวัง เช่น การติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด โรคผิวหนังบริเวณที่รักษา แนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน ภาวะที่ทำให้แผลหายผิดปกติ เลือดออกนาน ประวัติแพ้รุนแรง แพ้ลิโดเคนกลุ่ม amide โรคภูมิต้านทานตนเอง การตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงควรเว้นช่วงจากการรักษาด้วยอัลตราซาวด์ เลเซอร์ หรือการลอกผิวประมาณ 4 สัปดาห์[2] รายการนี้ไม่ครบทุกข้อและไม่ใช่ตัวแทนการปรึกษาแพทย์ ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และหัตถการที่เคยทำบนใบหน้าให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
HArmonyCa ต่างจากฟิลเลอร์ HA, Sculptra และเครื่องยกกระชับอย่างไร
ข้อมูลในหัวข้อนี้เป็นการอธิบายของคลินิก เพราะแหล่งที่เปิดอ่านครั้งนี้ไม่มีงานเปรียบเทียบ HArmonyCa กับสารหรือเครื่องเหล่านี้โดยตรง[2]
- ฟิลเลอร์ HA ทั่วไป มี HA เป็นองค์ประกอบหลัก ส่วน HArmonyCa เพิ่ม CaHA เข้ามา คลินิกระบุว่าไม่ควรถามว่าตัวไหนดีกว่า แต่ควรถามว่าปัญหาต้องการอะไร และหากต้องการแก้ร่องหรือเพิ่มความโด่งเฉพาะจุด บางตำแหน่งฟิลเลอร์ HA อาจตรงกว่า[2]
- Sculptra ใช้ poly-L-lactic acid (PLLA) เน้นกระตุ้นคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วน HArmonyCa มี HA ที่ให้ปริมาตรในช่วงแรกชัดกว่า ดูหน้าบริการได้ที่ Sculptra[2]
- เครื่องยกกระชับ เช่น Ulthera Prime ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ และ XTherma หรือ Oligio X ที่ใช้ Monopolar RF ทำงานต่างจากสารฉีด ถ้าปัญหาหลักคือการสูญเสียปริมาตร สารฉีดอาจมีบทบาทมากกว่า ถ้าเป็นความหย่อนโดยไม่ต้องการเติมปริมาตร เครื่องอาจเหมาะกว่า และบางคนอาจต้องใช้ร่วมกันโดยแพทย์วางลำดับ[2]
- Profhilo เป็น HA สายสูงและสายต่ำที่ฉีดชั้นผิวเพื่อคุณภาพผิว ดูการเทียบข้อมูลโดยละเอียดที่ HArmonyCa กับ Profhilo ต่างกันอย่างไร
คลินิกยังมีโปรแกรม HArmony Shine ที่ใช้ HArmonyCa ร่วมกับ NCTF เพื่อดูแลทั้งโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวในแผนเดียว[2] ไม่พบงานวิจัยที่เปิดอ่านได้เกี่ยวกับการใช้สองอย่างนี้ร่วมกัน ผู้สนใจดูข้อมูล NCTF ได้ที่ หน้าบริการ NCTF และควรให้แพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องทำร่วมกันหรือไม่
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: HArmonyCa คืออะไร ?
Q: HArmonyCa เป็นฟิลเลอร์หรือ Biostimulator ?
Q: HArmonyCa กระตุ้นคอลลาเจนจริงไหม ?
Q: HArmonyCa อยู่ได้นานแค่ไหน ?
Q: ฉีด HArmonyCa เจ็บ บวม หรือต้องพักฟื้นไหม ?
Q: ฉีด HArmonyCa ที่ใต้ตาหรือริมฝีปากได้ไหม ?
สรุป
HArmonyCa คือสารฉีดแบบผสมที่รวม HA ชนิดเชื่อมขวางกับไมโครสเฟียร์ CaHA เพื่อเพิ่มปริมาตรและพยุงเนื้อเยื่อ โดย HA ให้ผลในช่วงแรกและ CaHA เชื่อกันว่ากระตุ้นคอลลาเจน งานที่ใหญ่ที่สุดที่อ่านได้พบว่าผู้ที่แก้มดีขึ้นยังมีสัดส่วนสูงจนถึงประมาณ 1 ปี แต่ผู้ผลิตให้ทุน ไม่มีกลุ่มควบคุม และหลักฐานเรื่องคอลลาเจนในคนยังเป็นงานเล็ก ขณะที่ผลข้างเคียงที่จุดฉีดพบบ่อย ก้อนที่จุดฉีดพบราวหนึ่งในสิบ และมีความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตันที่ต้องรู้อาการเตือน
ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ประเมินสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้า ว่าเป็นเรื่องปริมาตร ความหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้าง ก่อนเลือกว่าสารฉีดหรือเครื่องแบบไหนเหมาะกับแต่ละคน ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน
แหล่งอ้างอิง
- HArmonyCa คืออะไร เพิ่มโครงหน้า (บทความเดิม) — Fresh Code Clinic
- HArmonyCa ฟิลเลอร์ผสม กระตุ้นคอลลาเจน — Fresh Code Clinic
- A Prospective, Open-Label, Post Marketing Study of the Safety and Effectiveness of a Hyaluronic Acid and Calcium Hydroxyapatite Hybrid Injectable — Journal of Cosmetic Dermatology
- Facial rejuvenation with the new hybrid filler HArmonyCa: Clinical and aesthetic outcomes assessed by 2D and 3D photographs, ultrasound, and elastography — Journal of Cosmetic Dermatology
- Evaluating the Properties of a Dual-Effect Facial Injectable: From Preclinical Data to Real-World Evidence — Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology
- Prevention and Management of Complications With a Hyaluronic Acid-Calcium Hydroxyapatite Hybrid Injectable — Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology
- Complications of injectable fillers, part 2: vascular complications — Aesthetic Surgery Journal
