ยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด คือการใช้พลังงาน เช่น คลื่นความถี่วิทยุ (RF) หรืออัลตราซาวด์ ให้ความร้อนใต้ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยไม่มีแผลผ่าตัด บทความนี้เปรียบเทียบ XTherma, Oligio X, Ulthera Prime และ Ultraformer MPT พร้อมอธิบายความต่างจากการผ่าตัดดึงหน้า และวิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

Key Takeaways

  • ยังไม่พบงานวิจัยที่เทียบ 4 เครื่องนี้โดยตรง จึงบอกไม่ได้ว่าเครื่องไหนเห็นผลเร็วที่สุด ผลของการกระตุ้นคอลลาเจนเกิดต่อเนื่อง ข้อมูลของคลินิกและผู้ผลิตให้ติดตามผลที่ประมาณ 1 เดือน 2-3 เดือน และสูงสุดราว 3-6 เดือน
  • XTherma และ Oligio X ใช้ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่วน Ulthera Prime ใช้อัลตราซาวด์โฟกัสพร้อมภาพเรียลไทม์ที่ความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 mm และ Ultraformer MPT ใช้ Micro Pulsed Ultrasound ส่งพลังงานถึงชั้น SMAS
  • เครื่องยกกระชับเหมาะกับผิวหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ผลไม่เท่าการผ่าตัดดึงหน้าและไม่ถาวร ส่วนคนที่หย่อนมากอาจต้องพิจารณาการผ่าตัด
  • แดด การสูบบุหรี่ และการสูญเสียคอลลาเจนตามวัยเร่งการหย่อน การทากันแดดทุกวันจึงช่วยดูแลผิวได้ทั้งก่อนและหลังทำ และแพทย์ควรเป็นผู้ประเมินว่าเหมาะกับเครื่องไหนเป็นรายบุคคล

ทำไมหน้าถึงหย่อนคล้อยก่อนวัย ?

อายุที่เพิ่มขึ้นทีละปีไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ที่ตัวเลขบนบัตรประชาชนอย่างเดียว หลายคนสังเกตว่าแก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม หรือร่องที่เคยตื้นเริ่มลึกขึ้น ก่อนเลือกวิธีแก้ จึงควรรู้ก่อนว่าหน้าหย่อนมาจากอะไร

ปัจจัยที่แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ระบุไว้ ได้แก่

  • แสงแดด รังสี UV ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมเร็วขึ้น ผิวจึงยืดหยุ่นน้อยลง[1]
  • การสูบบุหรี่และมลภาวะ ทั้งสองอย่างเร่งกระบวนการแก่ของผิว[1]
  • ตามวัยและพันธุกรรม ความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น ไขมัน และคอลลาเจนลดลงตามอายุ[1] ศัลยแพทย์ตกแต่งยังระบุถึงผิวที่บางลง การสูญเสียไขมันใบหน้า และแรงโน้มถ่วงด้วย[2]
  • การแสดงสีหน้าซ้ำๆ การยิ้ม หรี่ตา และขมวดคิ้วทำให้เกิดร่องที่อาจกลายเป็นริ้วรอยถาวรเมื่อผิวคืนตัวได้น้อยลง[1]

นอกจากชั้นผิวและไขมันแล้ว ชั้นกล้ามเนื้อและพังผืดใต้ผิวที่เรียกว่า SMAS ก็เป็นโครงสร้างสำคัญที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า[3] จึงเป็นเหตุผลที่เครื่องยกกระชับบางตัวออกแบบให้ส่งพลังงานไปถึงชั้นนี้ การยกกระชับที่ได้ผลจริงจึงต้องแก้ให้ตรงจุดว่าปัญหาหลักของคุณคือผิวไม่แน่น ไขมันที่เปลี่ยนไป หรือโครงสร้างใต้ผิวที่หย่อน

เปรียบเทียบชัดๆ เครื่องยกกระชับหน้า 4 ตัวท็อป

เครื่องทั้ง 4 ตัวใช้หลักการคล้ายกัน คือส่งพลังงานความร้อนลงใต้ผิวเพื่อให้เกิดการปรับโครงสร้างคอลลาเจน ไม่ได้ดึงเนื้อเยื่อแบบการผ่าตัด[10] ต่างกันที่ชนิดพลังงาน ความลึก และวิธีส่ง ข้อมูลด้านล่างมาจากหน้าบริการของ Fresh Code Clinic ข้อมูลผู้ผลิต และงานวิจัยที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ

1. XTherma (Monopolar RF)

XTherma ใช้ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz กำลังสูงสุด 400W พร้อมระบบ Smart Temperature Cooling (S.T.C.) ที่ทำงานร่วมกับการส่งพลังงาน โดยหนึ่งช็อตมี Cooling รวม 7 จังหวะ ได้แก่ ก่อนส่งพลังงาน 2 ครั้ง ระหว่างส่งพลังงาน 3 ครั้ง และหลังส่งพลังงาน 2 ครั้ง[4] เป็นการรักษาแบบไม่มีแผล แต่ช่วงแรกอาจมีรอยแดง ความอุ่น หรือบวมเล็กน้อย[4] หน้าบริการระบุว่าหลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นทันที แต่ยังไม่ใช่ผลทั้งหมด และเป็นช่วงที่ติดตามความแน่นได้ชัดขึ้นราว 1 เดือน กระบวนการ Remodeling ต่อเนื่องไปถึงราว 2-3 เดือน[4] ส่วนความรู้สึกขณะทำ งานสังเกตการณ์ของ Monopolar RF ในเครื่องรุ่นอื่น (ไม่ใช่ XTherma) ในผู้ป่วย 20 คน พบว่าราว 70% รู้สึกอุ่น และราว 30% รู้สึกร้อนเล็กน้อยถึงปานกลาง[11]

2. Oligio X (Monopolar RF)

Oligio X ใช้ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz กำลังสูงสุด 400W เช่นกัน จุดที่ต่างคือโหมด GXG ที่ส่งพลังงานเป็นลำดับ G → X → G และระบบวัดความต้านทานผิวแบบเรียลไทม์ ผู้ผลิตระบุว่ากำลังของระบบ Cooling เพิ่มขึ้นประมาณ 2.25 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม[5] ข้อมูลผู้ผลิตระบุว่าเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นราว 3-6 เดือนหลังทำ และผลอยู่ได้ราว 8 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นกับอายุ สภาพผิว และพฤติกรรมของแต่ละคน[5] หน้าบริการไม่ได้อ้างว่า Oligio X ลดไขมัน[5]

3. Ulthera Prime (Microfocused Ultrasound)

Ulthera Prime ใช้ Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ส่งพลังงานเป็นจุดที่ความลึก 1.5 mm (Superficial Dermis), 3.0 mm (Deep Dermis) และ 4.5 mm (ระดับ SMAS / Platysma)[6] จุดเด่นคือภาพเรียลไทม์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อระหว่างทำ[8] งานทบทวนระบุว่า MFU-V เหมาะกับผู้ที่หย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนผู้สูงวัยที่หย่อนมากและมีแถบกล้ามเนื้อคอชัดควรพิจารณาการผ่าตัด[8]

การวิเคราะห์อภิมานปี 2025 รวมงาน 42 ชิ้น พบว่าผู้ประเมินระบุว่าดีขึ้นราว 89% และผู้เข้ารับการรักษาประเมินว่าดีขึ้นราว 84% ค่าเฉลี่ยความเจ็บอยู่ที่ราว 4.85 จาก 10 และไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงในงานที่รวมมา แต่งานหลายชิ้นไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ จึงควรอ่านตัวเลขเหล่านี้อย่างระมัดระวัง[9] หน้าบริการของคลินิกระบุว่า Ulthera Prime ไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดไขมัน[6]

4. Ultraformer MPT (Micro Pulsed Ultrasound)

Ultraformer MPT ย่อมาจาก Micro Pulsed Technology เป็นรุ่นอัปเกรดจาก UF3 ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงถึงชั้น SMAS มี 3 โหมด คือ DOT ส่งเป็นจุด LINEAR ส่งเป็นเส้นไปกลับเพื่อให้พลังงานหนาแน่นสม่ำเสมอ และ CIRCULAR MOTION ส่งเป็นวงกลมที่เน้นชั้นตื้นเพื่อผิวดูใสขึ้น หน้าบริการระบุว่าใช้เวลารักษาเร็วขึ้น 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับเดิม และระบุว่าช่วยลดไขมันส่วนเกินและผิวหย่อนใต้คาง[7] ซึ่งเป็นข้อมูลจากคลินิก ยังไม่พบงานวิจัยอิสระรองรับในแหล่งที่อ่าน หน้าบริการไม่ได้ระบุจำนวนหัว ความลึก หรือระยะเวลาเห็นผลเป็นตัวเลข ควรสอบถามแพทย์ก่อนทำ และข้อมูลงานวิจัยด้าน MFU ที่อ้างในบทความนี้เป็นของเครื่องคนละรุ่น ไม่ใช่การทดสอบ Ultraformer MPT โดยตรง

เปรียบเทียบง่ายๆ เลือกแบบไหนดีสำหรับคุณ ?

ตารางเปรียบเทียบเครื่องยกกระชับหน้า XTherma Oligio X Ulthera Prime Ultraformer MPT

ตารางด้านล่างสรุปเฉพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้าบริการของคลินิกและหน้าผู้ผลิต

เครื่องเทคโนโลยีลักษณะการส่งพลังงานช่วงติดตามผลที่ระบุไว้
XThermaMonopolar RF 6.78 MHzความร้อน RF พร้อม Cooling 7 จังหวะต่อช็อต[4]ทันที: บางคนรู้สึกแน่น แต่ยังไม่ใช่ผลทั้งหมด · ราว 1 เดือน · ราว 2-3 เดือน[4]
Oligio XMonopolar RF 6.78 MHzโหมด GXG (G → X → G) และวัดความต้านทานผิวแบบเรียลไทม์[5]ผู้ผลิตระบุว่าเห็นชัดขึ้นราว 3-6 เดือน[5]
Ulthera PrimeMicrofocused Ultrasound (MFU-V)ความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 mm พร้อมภาพเรียลไทม์[6]ราว 1 เดือน (Remodeling ต่อเนื่อง) · ราว 2-3 เดือน[6]
Ultraformer MPTMicro Pulsed Ultrasoundถึงชั้น SMAS ผ่านโหมด DOT / LINEAR / CIRCULAR[7]หน้าบริการไม่ระบุเป็นตัวเลข[7]

ส่วนคำถามว่าเครื่องไหนเห็นผลเร็วที่สุด จากแหล่งที่อ่านยังไม่พบงานที่เทียบ 4 เครื่องนี้โดยตรง และทุกเครื่องอาศัยกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่ใช้เวลา[10] การเลือกจึงควรดูจากปัญหาของคุณมากกว่าความเร็วอย่างเดียว

  • ผิวเริ่มไม่เฟิร์ม แก้มเริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง พิจารณาเครื่อง RF หรืออัลตราซาวด์ตามที่แพทย์ประเมิน[5][6][8]
  • สงสัยว่าหย่อนลึกถึงชั้น SMAS พิจารณาเครื่องอัลตราซาวด์ที่ส่งพลังงานถึงชั้นนี้ เช่น Ulthera Prime ที่ความลึก 4.5 mm หรือ Ultraformer MPT[6][7]
  • มีไขมันใต้คางหรือแก้มค่อนข้างมาก หน้าบริการของคลินิกระบุว่าการเพิ่มจำนวนช็อตของเครื่องยกกระชับอย่างเดียวอาจไม่แก้ปัญหาทั้งหมด และอาจต้องมี Treatment ที่ดูแลไขมันร่วมด้วย[4][5][6]
  • หย่อนมากและผิวส่วนเกินเยอะ ควรปรึกษาถึงทางเลือกการผ่าตัดด้วย[8][12]

อ่านการเปรียบเทียบเชิงลึกของแต่ละคู่ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

ยกกระชับหน้าด้วยเครื่อง VS ผ่าตัดดึงหน้า ต่างกันยังไง ?

เปรียบเทียบการยกกระชับหน้าด้วยเครื่อง กับการผ่าตัดดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นหัตถการผ่าตัดเพื่อปรับปรุงสัญญาณของวัยที่ใบหน้าและลำคอ เช่น ผิวหย่อน ร่องแก้ม กราม และผิวลำคอที่หย่อน[2] ส่วนเครื่องยกกระชับเป็นการใช้พลังงานกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่มีแผลผ่าตัด ทั้งสองแบบจึงตอบโจทย์ต่างระดับกัน

หัวข้อยกกระชับหน้าด้วยเครื่องผ่าตัดดึงหน้า
หลักการส่งพลังงาน (RF หรืออัลตราซาวด์) ให้ความร้อนใต้ผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน[10]ผ่าตัดเพื่อปรับเนื้อเยื่อใบหน้าและลำคอ ซึ่ง ASPS ระบุว่าผลลัพธ์ระดับนี้ทำได้ด้วยการผ่าตัดเท่านั้น[2]
ระดับความหย่อนที่เหมาะเล็กน้อยถึงปานกลาง[8]หย่อนมากหรือผิวส่วนเกินเยอะ[8][12]
ผลลัพธ์ผลดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่ทำได้เท่าผ่าตัดในคนที่หย่อนมาก[12]เปลี่ยนโครงสร้างเนื้อเยื่อชัดกว่า แต่ไม่ได้หยุดกระบวนการแก่[2]
ความเสี่ยง / ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ชั่วคราว เช่น แดง บวม ช้ำ[8][14]การดมยา แผล เลือดออก การบาดเจ็บของเส้นประสาทใบหน้า แผลเป็น และอาจเกิดก้อนเลือดใต้ผิว[2][13]
การพักฟื้นหน้าบริการของคลินิกระบุว่าไม่ต้องพักฟื้นแบบการผ่าตัด[4][6]ต้องดูแลแผลและพักฟื้นหลังผ่าตัด ระยะเวลาขึ้นกับเทคนิคและแต่ละคน ควรสอบถามศัลยแพทย์[2]
ความคงอยู่ไม่ถาวร อาจต้องทำเป็นชุด Harvard Mass Eye and Ear ระบุว่า Ultherapy มักอยู่ได้ 1-2 ปี[12]ไม่หยุดการแก่ตามวัย ระยะเวลาที่ผลคงอยู่แตกต่างกันตามแต่ละคน[2]
ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปต่ำกว่าการผ่าตัด[12]โดยทั่วไปสูงกว่า (ราคาจริงขึ้นกับสถานพยาบาล)[12]

Dermatology Times ระบุว่า RF ช่วยกระชับผิวเป็นหลัก ส่วนการผ่าตัดทำงานกับเนื้อเยื่อที่รองรับชั้นลึก และผู้ที่ยังหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเหมาะกับ RF แพทย์ที่ให้สัมภาษณ์ยังเห็นว่าการผสมหลายวิธีอาจได้ผลดีที่สุด[15] สำหรับคนที่ผิวหย่อนระดับปานกลางลงมา การเริ่มด้วยการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดและติดตามผลต่อเนื่อง จึงเป็นทางเลือกที่ต่ำความเสี่ยงกว่า แต่ถ้าหย่อนมาก ควรรับฟังทางเลือกผ่าตัดจากศัลยแพทย์ด้วย

การดูแลตัวเองหลังทำหัตถการ ?

หน้าบริการของคลินิกระบุว่าหลังทำอาจมีผิวแดง อุ่น ตึง บวม หรือไวต่อการสัมผัสในช่วงแรก และมักเป็นชั่วคราว[4][5][6] แนวทางทั่วไปที่ช่วยดูแลผิวได้มีดังนี้

  1. ทำตามคำแนะนำหลังทำของคลินิก และสังเกตความผิดปกติของผิวในช่วงแรก หากอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้น ให้ติดต่อคลินิกเพื่อประเมินเพิ่มเติม[5][6]
  2. ทากันแดดทุกวัน Mayo Clinic แนะนำครีมกันแดดแบบ Broad-spectrum SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน แม้วันที่มีเมฆ และทาซ้ำทุกประมาณ 2 ชั่วโมง[1]
  3. งดสูบบุหรี่ Mayo Clinic ระบุว่าการเลิกสูบบุหรี่ช่วยป้องกันริ้วรอยบางส่วน[1]
  4. ปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการอื่นซ้ำในบริเวณเดียวกัน งานทบทวนระบุว่าการผสมหลายวิธีดูปลอดภัย แต่ควรระวังการทำในวันเดียวกัน และหน้าบริการของคลินิกให้แจ้งแพทย์หากเพิ่งทำ Treatment อื่นในบริเวณเดียวกัน[14][6]

ช่วงเวลาที่ควรเลี่ยงการนวดหน้าหรือแอลกอฮอล์แตกต่างกันตามเครื่องและแต่ละคน ควรสอบถามแพทย์ที่ทำให้โดยตรง

ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อเลือกวิธีที่ตรงกับปัญหาของคุณ

ดูแลผิวเองที่บ้านได้ไหม ?

ได้ แต่การดูแลที่บ้านมักช่วยปกป้องผิวและชะลอปัญหามากกว่าจะยกกระชับให้เห็นชัดเท่าการทำหัตถการ วิธีที่มีแหล่งข้อมูลรองรับ ได้แก่

  • ล้างหน้าอย่างอ่อนโยนและมอยส์เจอร์ไรซ์ทุกวัน เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น[1]
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอล ไนอาซินาไมด์ หรือวิตามินซีอาจช่วยได้ แต่ต้องใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนจึงเห็นผล[1]
  • ทากันแดดทุกวัน และเลิกสูบบุหรี่[1]
  • กินผักผลไม้หลากหลาย Mayo Clinic ระบุว่ามีหลักฐานบางส่วนว่าวิตามินบางชนิดช่วยปกป้องผิว แต่ยังต้องการงานวิจัยเพิ่ม[1]

ส่วนการนวดกัวซา การทำโยคะหน้า หรือการปรับเวลานอน จากแหล่งที่อ่านในบทความนี้ยังไม่พบข้อมูลที่ยืนยันว่ายกกระชับใบหน้าได้ จึงควรมองเป็นกิจกรรมดูแลตัวเองเบาๆ และไม่ควรคาดหวังผลเทียบเท่าการทำหัตถการ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: XTherma เห็นผลเร็วไหม ?

หน้าบริการของคลินิกระบุว่าหลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นทันที แต่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ทั้งหมด ราว 1 เดือนเริ่มติดตามความแน่นและคุณภาพผิวได้ชัดขึ้น และกระบวนการ Remodeling ยังดำเนินต่อไปราว 2-3 เดือน ผลของแต่ละคนต่างกันตามสภาพผิว อายุ และปัจจัยอื่น และยังไม่พบงานที่เทียบความเร็วกับเครื่องอื่นโดยตรง

Q: ถ้ามีปัญหาไขมันเหนียงและกรอบหน้าไม่ชัด ควรเลือกเครื่องอะไร ?

ต้องแยกก่อนว่าเหนียงมาจากผิวหย่อนหรือไขมัน หน้าบริการของคลินิกระบุว่า Ulthera Prime ไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดไขมัน และ XTherma กับ Oligio X ไม่ได้อ้างว่าลดไขมัน หากมีไขมันค่อนข้างมาก อาจต้องพิจารณา Treatment ที่ดูแลไขมันร่วมด้วย ส่วนหน้าบริการของ Ultraformer MPT ระบุว่าช่วยลดไขมันส่วนเกินและผิวหย่อนใต้คาง ซึ่งเป็นข้อมูลจากคลินิก ควรให้แพทย์ประเมินชั้นผิว ไขมัน และโครงสร้างก่อนเลือกเครื่อง

Q: ทำ Ulthera Prime กับ XTherma ร่วมกันได้ไหม ?

ทำได้ในบางเคส Fresh Code Clinic มีโปรแกรม Xthera Prime ที่ผสมการยกกระชับระหว่างสองเครื่อง งานทบทวนด้าน MFU ระบุว่าการผสมกับวิธีอื่นดูปลอดภัยแต่ควรระวังการทำในวันเดียวกัน และแพทย์ที่ให้สัมภาษณ์กับ Dermatology Times เห็นว่าการผสมหลายวิธีอาจได้ผลดีที่สุด ลำดับและช่วงห่างควรให้แพทย์กำหนดเป็นรายบุคคล

Q: ยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดเหมาะกับใคร และเมื่อไรควรพิจารณาผ่าตัด ?

งานทบทวนระบุว่า MFU-V เหมาะกับผู้ที่หย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนผู้สูงวัยที่หย่อนมากและมีแถบกล้ามเนื้อคอชัดควรพิจารณาการผ่าตัด Harvard Mass Eye and Ear ระบุว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผลเท่าการผ่าตัดในคนที่หย่อนมาก และผลไม่ถาวร การประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญ

Q: ยกกระชับหน้าด้วยเครื่องเจ็บไหม ?

ความรู้สึกต่างกันตามเครื่อง ตำแหน่ง ระดับพลังงาน และแต่ละคน การวิเคราะห์อภิมานของ MFU-V พบค่าเฉลี่ยความเจ็บราว 4.85 จาก 10 ส่วนงานสังเกตการณ์ของ Monopolar RF ในผู้ป่วย 20 คน ราว 70% รู้สึกอุ่นและ 30% รู้สึกร้อนเล็กน้อยถึงปานกลาง และไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ XTherma ได้ในบทความ XTherma เจ็บไหม ?

สรุป

การยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัดใช้พลังงาน RF หรืออัลตราซาวด์ให้ความร้อนใต้ผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับผิวหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ผลค่อยๆ ชัดขึ้นและไม่ถาวร ยังไม่พบข้อมูลที่เทียบ XTherma, Oligio X, Ulthera Prime และ Ultraformer MPT โดยตรงว่าเครื่องไหนเร็วที่สุด การเลือกจึงควรดูจากปัญหาหลักของคุณ ทั้งความแน่นของผิว ความหย่อนลึก และปริมาณไขมัน ร่วมกับการทากันแดดและเลิกพฤติกรรมที่เร่งแก่ ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ประเมินใบหน้าเป็นรายเคสก่อนแนะนำเครื่องที่เหมาะ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากไม่แน่ใจว่าใบหน้าของคุณเหมาะกับวิธีไหน ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ทีม Fresh Code Clinic

Fresh Code Clinic เป็น Beauty Lifestyle Clinic ย่านสุขุมวิท 5 ใกล้ BTS นานา ให้บริการดูแลผิว รักษาสิว เลเซอร์ ยกกระชับ ฟิลเลอร์ และโบท็อกซ์ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดูแลแบบเฉพาะบุคคลตามสภาพผิวของแต่ละคน

19 สุขุมวิท ซอย 5 ใกล้ BTS นานา ทางออก 1 มีที่จอดรถ · เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. · โทร 02-253-2236, 083-626-4264

แหล่งอ้างอิง