HArmonyCa คืออะไร? Biostimulator ที่ให้มากกว่าผิวสวย

HArmonyCa คืออะไร? คือสารฉีดแบบผสมที่รวมกรดไฮยาลูรอนิก (HA) กับแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เพื่อเพิ่มปริมาตรและพยุงเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้า บทความนี้อธิบายส่วนประกอบ กลไก ผลที่มีข้อมูลจากงานวิจัย ความเสี่ยง และข้อจำกัดของหลักฐาน โดยแยกข้อมูลของคลินิกออกจากแหล่งอิสระ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

Key Takeaways

  • HArmonyCa เป็นสารฉีดแบบผสมที่มี HA ชนิดเชื่อมขวางความเข้มข้น 20 มก./มล. กับไมโครสเฟียร์ CaHA ร้อยละ 55.7 โดยน้ำหนัก HA ให้ปริมาตรและแรงยกในช่วงแรก ส่วน CaHA เชื่อกันว่ากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงเรียกทั้งฟิลเลอร์ผสมและ biostimulator
  • ในงาน 140 คนที่แก้มกลางใบหน้าสูญเสียปริมาตร ผู้ที่ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับมีร้อยละ 82.8 ที่เดือนที่ 1 และร้อยละ 65.9 ที่เดือนที่ 12 แต่เป็นงานแบบเปิดเผย ไม่มีกลุ่มควบคุม และผู้ผลิตให้ทุน ส่วนหลักฐานเรื่องคอลลาเจนในคนมาจากงาน 15 คน
  • ไม่ใช่การรักษาที่ไม่มีผลข้างเคียงหรือไม่ต้องพักฟื้น ปฏิกิริยาที่จุดฉีดพบร้อยละ 95.7 ส่วนใหญ่น้อยถึงปานกลางและหายภายใน 2 สัปดาห์ และพบก้อนที่จุดฉีดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาร้อยละ 10.7
  • ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คลินิกอ้างระบุว่าไม่ควรฉีดบริเวณหว่างคิ้ว รอบดวงตา และริมฝีปาก หากหลังฉีดปวดรุนแรงผิดปกติ สีผิวซีดหรือเปลี่ยนรวดเร็ว หรือการมองเห็นเปลี่ยน ให้ติดต่อแพทย์ทันที และให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาของใบหน้าเหมาะกับสารนี้หรือไม่

HArmonyCa คืออะไร สรุปสั้น ๆ ตามข้อมูลผู้ผลิตและงานวิจัย

HArmonyCa คือสารฉีดแบบผสม (hybrid injectable) สำหรับเติมเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้า ที่รวม HA กับ CaHA ไว้ในหลอดฉีดเดียว ผลิตโดย Allergan Aesthetics ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ AbbVie[3] บทความที่ผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นพนักงานผู้ผลิตระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุมัติในอิสราเอลเมื่อปี 2016 และผู้ผลิตปัจจุบันขยายการอนุมัติไปมากกว่า 30 ประเทศหลังซื้อกิจการในปี 2020[5] ส่วนสถานะการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ไม่ได้ตรวจสอบจากแหล่งที่เปิดอ่านครั้งนี้ ควรสอบถามคลินิกโดยตรง

คลินิกอธิบายว่า HArmonyCa เป็นฟิลเลอร์แบบ hybrid ที่ HA มีบทบาทเพิ่มปริมาตรและช่วยพยุงเนื้อเยื่อในช่วงแรก ส่วน CaHA มีคุณสมบัติ biostimulatory ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนใหม่ และข้อบ่งใช้คือเติมเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้า โดยฉีดในชั้นใต้หนังแท้ (subdermal) ถึงหนังแท้ส่วนลึก[2]

เหตุที่ HArmonyCa ถูกเรียกว่า biostimulator เป็นเพราะ CaHA มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจน บทความเดิมของคลินิกเรียกว่า biostimulator ที่ผสานคุณสมบัติของฟิลเลอร์และการกระตุ้นคอลลาเจนไว้ด้วยกัน[1] ส่วนหน้าบริการและงานวิจัยจัดเป็นสารฉีดแบบผสมหรือฟิลเลอร์ที่มีส่วนกระตุ้นคอลลาเจนอยู่ด้วย[2][3] ถ้าอยากเปรียบเทียบกับสารกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนโดยทั่วไป ดูได้ที่ Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ส่วนบทความนี้เน้นอธิบายว่า HArmonyCa คืออะไรและมีหลักฐานแค่ไหน ส่วนรายละเอียดบริการที่คลินิกอยู่ในหน้าบริการ

ส่วนประกอบของ HArmonyCa HA และ CaHA ทำงานต่างกันอย่างไร

ตารางด้านล่างสรุปส่วนประกอบตามที่งานวิจัยและหน้าบริการระบุ เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

ส่วนประกอบข้อมูลที่ระบุบทบาทตามที่อธิบาย
HA ชนิดเชื่อมขวาง (เจลฐาน)ความเข้มข้น 20 มก./มล.[3][5]ให้ปริมาตรและแรงยกในช่วงแรก แต่ HA สลายตัวทีละน้อยตามเวลา[5]
CaHA ไมโครสเฟียร์ร้อยละ 55.7 โดยน้ำหนัก (ราวร้อยละ 30 โดยปริมาตร) ขนาด 25–45 ไมครอน ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนพบว่าเรียบ ไม่มีรูพรุน และขนาดสม่ำเสมอ[5]กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผลยกคงอยู่[3][5]
ลิโดเคน (รุ่นที่ผสม)ร้อยละ 0.3[3]ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายขณะฉีด ไม่ได้แปลว่าจะไม่รู้สึกเลย[2]
ขนาดหลอด1.25 มล. ต่อหลอด ตามที่คลินิกระบุ[2]จำนวนหลอดที่ใช้ขึ้นกับบริเวณและเป้าหมายของแต่ละคน[2]

ผู้เขียนบทความของผู้ผลิตให้เหตุผลว่า การผสม HA กับ CaHA เองในคลินิกเป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้และยังไม่มีวิธีผสมมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบ ซึ่งอาจทำให้ผลไม่สม่ำเสมอ ขณะที่ HArmonyCa เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป[5] ควรอ่านข้อนี้ในฐานะมุมมองของผู้ผลิต เพราะผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นพนักงานของบริษัท

หลักฐานเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจน

หลักฐานมีเป็นขั้นดังนี้ และทุกขั้นยังมีข้อจำกัด

  1. ในหนูทดลอง บทความของผู้ผลิตเปรียบเทียบ HArmonyCa กับ CaHA ที่ใช้สารพา CMC (Radiesse) และ polycaprolactone (Ellansé) กลุ่มละ 8 ตัว ที่ 1 และ 8 สัปดาห์ พบว่าระดับคอลลาเจนชนิด I ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เขียนตีความว่าฤทธิ์กระตุ้นของ CaHA ใน HArmonyCa เทียบเท่าผลิตภัณฑ์อื่น ไม่ได้หมายความว่ามากกว่า และผู้เขียนระบุเองว่าต้องมีงานในคนเพิ่ม[5]
  2. ในคนจำนวนน้อย งาน 15 คนฉีดบริเวณหน้าหู แล้วตรวจด้วยอัลตราซาวด์และ elastography พบการเพิ่มของเส้นใยคอลลาเจนตั้งแต่วันที่ 60 ยืนยันที่วันที่ 90 และสูงสุดช่วงวันที่ 90–180 โดยผู้เขียนใช้คำว่า “อาจบ่งชี้” การสร้างคอลลาเจนใหม่[4]
  3. ในงานขนาดใหญ่ขึ้น งาน 140 คนพบว่าคะแนนความเรียบของแก้มและการเคลื่อนของผิวเปลี่ยนไปในทิศทางที่สอดคล้องกับผลกระตุ้นผิว แต่ผู้เขียนระบุว่ายังต้องมีหลักฐานเพิ่ม เช่น ข้อมูลจากชิ้นเนื้อ จึงจะยืนยันฤทธิ์กระตุ้นคอลลาเจนได้แน่ชัด[3]

HArmonyCa ใช้กับบริเวณไหน และใครอาจเหมาะ

งานวิจัยหลักที่ใช้ตรวจสอบเป็นงานในผู้ใหญ่ 140 คนที่แก้มกลางใบหน้าสูญเสียปริมาตรระดับปานกลางถึงรุนแรง ฉีดที่แก้มเป็นหลัก และฉีดแนวกรามเพิ่มได้ตามดุลยพินิจของแพทย์[3] คลินิกระบุบริเวณที่พิจารณาตรงกัน คือ แก้มกลางใบหน้า ด้านข้างใบหน้า และแนวกราม[2]

บริเวณที่ไม่ควรฉีดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

คลินิกระบุว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณหว่างคิ้ว รอบดวงตา ริมฝีปากและรอบปาก ชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ชั้นตื้น บริเวณที่มีหลอดเลือดหนาแน่น และบริเวณที่อักเสบหรือติดเชื้อ[2] ดังนั้นปัญหาอย่างใต้ตาลึกหรือริมฝีปากบางไม่ได้แปลว่า HArmonyCa เป็นตัวเลือก ควรให้แพทย์เลือกสารและเทคนิคที่เหมาะกับกายวิภาคของบริเวณนั้น

ใครอาจเหมาะ และข้อจำกัดของหลักฐาน

  • คลินิกอธิบายว่าก่อนเลือกสารฉีด ต้องแยกให้ได้ว่าใบหน้าที่ดูหย่อนเกิดจากการสูญเสียปริมาตร ความหย่อนของเนื้อเยื่อ การกระจายของไขมัน หรือโครงสร้างกระดูกเป็นหลัก และไม่ควรใช้อายุเป็นเกณฑ์ตัดสิน[2]
  • ถ้าปัญหาหลักคือความหย่อน คลินิกระบุว่าอาจต้องใช้เครื่องยกกระชับร่วมหรือแทน และถ้าส่วนล่างของใบหน้ามีไขมันมากอยู่แล้ว การเติมปริมาตรอาจไม่เหมาะ[2]
  • ผู้เข้าร่วมงาน 140 คนมีอายุ 30–78 ปี (กลาง 59 ปี) เป็นหญิงร้อยละ 87.1 เป็นคนผิวขาวร้อยละ 96.4 และผิวระดับ Fitzpatrick I–IV ทำที่ 2 แห่งในฝรั่งเศส จึงยังไม่แน่ใจว่าผลจะเหมือนกันในคนไทย[3]

HArmonyCa เห็นผลเมื่อไร และอยู่ได้นานแค่ไหน

คลินิกอธิบายว่า HA ให้ปริมาตรและแรงพยุงได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ภาพทันทีหลังฉีดไม่ควรถือเป็นผลสุดท้าย เพราะอาจมีอาการบวมจากการฉีดปนอยู่ ส่วนผลที่เกี่ยวกับคอลลาเจนค่อย ๆ พัฒนาในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน[2] ตัวเลขจากงาน 140 คนที่ติดตามที่เดือนที่ 1, 3, 6, 9 และ 12 เป็นดังนี้

เวลาหลังฉีดผู้ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ (ผู้ตรวจ)ผู้ตรวจประเมินว่าดีขึ้นหรือดีขึ้นมากผู้เข้าร่วมประเมินว่าดีขึ้นหรือดีขึ้นมาก
เดือนที่ 1ร้อยละ 82.8ร้อยละ 98.5ร้อยละ 91.8
เดือนที่ 3ร้อยละ 84.8ร้อยละ 98.5ร้อยละ 86.4
เดือนที่ 6ร้อยละ 82.7ร้อยละ 94.7ร้อยละ 81.2
เดือนที่ 9ร้อยละ 74.8ร้อยละ 87.8ร้อยละ 75.4
เดือนที่ 12ร้อยละ 65.9ร้อยละ 75.6ร้อยละ 72.6

ตัวเลขทั้งหมดมาจากงานเดียวกัน[3] ผู้เขียนสรุปว่าผลอยู่ได้ถึงประมาณ 1 ปี แต่สัดส่วนผู้ที่ดีขึ้นลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แปลว่าผลไม่คงที่เท่ากันตลอด และเป็นค่าระดับกลุ่มประชากร ไม่ใช่ระยะเวลาที่แต่ละคนจะได้ งานนี้ผู้ผลิตให้ทุนและมีส่วนร่วมในการออกแบบ ผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นพนักงานผู้ผลิต เป็นแบบเปิดเผยและไม่มีกลุ่มควบคุม ร้อยละ 62.9 ของผู้เข้าร่วมได้รับการเติมเพิ่มที่ 2 สัปดาห์ และร้อยละ 97.1 ติดตามจนครบ

ในงาน 15 คนที่ฉีดบริเวณหน้าหู ที่วันที่ 180 ปริมาตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกลางข้างละประมาณ 2.1 ซีซี (ฉีดข้างละ 1.25 มล.)[4] บริเวณและวิธีวัดต่างจากงานแรก จึงไม่ควรนำไปเทียบกันตรง ๆ

ในแหล่งที่เปิดอ่านได้ไม่พบตัวเลขระยะเวลาของการกระตุ้นคอลลาเจนแยกต่างหาก ข้อมูลที่มีคือผลโดยรวมที่ติดตามถึงประมาณ 12 เดือน และหน้าบริการของคลินิกระบุว่าไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน[2][3]

ผลข้างเคียง ความเสี่ยง และอาการที่ต้องรีบพบแพทย์

ผลข้างเคียงที่พบในงานวิจัย

ในงาน 140 คน ปฏิกิริยาที่จุดฉีดพบร้อยละ 95.7 หลังฉีดครั้งแรก และร้อยละ 84.7 หลังเติมเพิ่ม ที่พบบ่อยคือกดเจ็บ (ร้อยละ 87.0) เจ็บหลังฉีด (ร้อยละ 73.7) และรู้สึกแข็งตึง (ร้อยละ 71.0) หลังเติมเพิ่มมีบวมร้อยละ 48.2 ส่วนใหญ่น้อยถึงปานกลางและหายภายใน 2 สัปดาห์[3]

ผลข้างเคียงที่ผู้เขียนเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการรักษาและพบมากที่สุด ได้แก่ เจ็บที่จุดฉีด ร้อยละ 11.4 ก้อนที่จุดฉีด ร้อยละ 10.7 และปวดศีรษะ ร้อยละ 7.1 ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการรักษา แต่เมื่อสิ้นสุดงานยังมีผู้เข้าร่วม 6 คนที่มีอาการเล็กน้อยต่อเนื่อง 8 เหตุการณ์ ซึ่งเป็นก้อนที่จุดฉีด 7 เหตุการณ์ ความเจ็บขณะฉีดเฉลี่ย 4.4 จาก 10 หลังฉีดครั้งแรก โดยร้อยละ 35.7 ได้รับยาชามาก่อน[3]

ในงาน 15 คน ส่วนใหญ่มีผิวแดงและอักเสบเล็กน้อยที่หายภายใน 48 ชั่วโมง และไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง[4] คลินิกเองระบุว่าไม่ควรสื่อว่า “ไม่มีช่วงพักฟื้น” แบบสัมบูรณ์ และควรเผื่อเวลาก่อนงานสำคัญ เพราะอาจมีบวม แดง เจ็บ หรือช้ำในช่วงแรก[2]

ความเสี่ยงที่รุนแรง

ฟิลเลอร์ HA ซึ่ง HArmonyCa จัดอยู่ในกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงที่สารจะเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บและตายได้ งานทบทวนระบุว่าดูเหมือนพบน้อยมาก แต่ไม่ทราบอุบัติการณ์จริงเพราะมีการรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง[7] แนวทางสำหรับ HArmonyCa จากการประชุมที่ปรึกษาของแพทย์ยุโรป 13 คน มีขั้นตอนจัดการภาวะแทรกซ้อนทั้งแบบอักเสบและไม่อักเสบที่เกิดภายหลัง ภาวะหลอดเลือดเฉพาะที่ และภาวะหลอดเลือดจอประสาทตา และระบุว่าการจัดการคล้ายกับฟิลเลอร์ชนิดอื่น ผู้เขียนทั้ง 7 คนเป็นที่ปรึกษาของผู้ผลิต[6] คลินิกระบุว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ในยุโรปมีภาวะตาบอดอยู่ในกลุ่มเหตุการณ์ที่พบน้อยแต่ร้ายแรง[2]

อาการที่ควรติดต่อแพทย์ผู้ฉีดหรือไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการ ได้แก่

  • ปวดรุนแรงผิดปกติหลังฉีด[2]
  • ผิวซีดขาว เป็นลายร่างแห หรือสีเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเป็นสีน้ำเงินแดงคล้ำ เลือดมาเลี้ยงผิวช้าลง ต่อมาอาจเกิดตุ่มพองและผิวหลุดลอก[2][7]
  • การมองเห็นเปลี่ยนไป[2]

ข้อควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด

คลินิกระบุว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยมีข้อห้ามและข้อควรระวัง เช่น การติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด โรคผิวหนังบริเวณที่รักษา แนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน ภาวะที่ทำให้แผลหายผิดปกติ เลือดออกนาน ประวัติแพ้รุนแรง แพ้ลิโดเคนกลุ่ม amide โรคภูมิต้านทานตนเอง การตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงควรเว้นช่วงจากการรักษาด้วยอัลตราซาวด์ เลเซอร์ หรือการลอกผิวประมาณ 4 สัปดาห์[2] รายการนี้ไม่ครบทุกข้อและไม่ใช่ตัวแทนการปรึกษาแพทย์ ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และหัตถการที่เคยทำบนใบหน้าให้แพทย์ทราบทุกครั้ง

HArmonyCa ต่างจากฟิลเลอร์ HA, Sculptra และเครื่องยกกระชับอย่างไร

ข้อมูลในหัวข้อนี้เป็นการอธิบายของคลินิก เพราะแหล่งที่เปิดอ่านครั้งนี้ไม่มีงานเปรียบเทียบ HArmonyCa กับสารหรือเครื่องเหล่านี้โดยตรง[2]

  • ฟิลเลอร์ HA ทั่วไป มี HA เป็นองค์ประกอบหลัก ส่วน HArmonyCa เพิ่ม CaHA เข้ามา คลินิกระบุว่าไม่ควรถามว่าตัวไหนดีกว่า แต่ควรถามว่าปัญหาต้องการอะไร และหากต้องการแก้ร่องหรือเพิ่มความโด่งเฉพาะจุด บางตำแหน่งฟิลเลอร์ HA อาจตรงกว่า[2]
  • Sculptra ใช้ poly-L-lactic acid (PLLA) เน้นกระตุ้นคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วน HArmonyCa มี HA ที่ให้ปริมาตรในช่วงแรกชัดกว่า ดูหน้าบริการได้ที่ Sculptra[2]
  • เครื่องยกกระชับ เช่น Ulthera Prime ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ และ XTherma หรือ Oligio X ที่ใช้ Monopolar RF ทำงานต่างจากสารฉีด ถ้าปัญหาหลักคือการสูญเสียปริมาตร สารฉีดอาจมีบทบาทมากกว่า ถ้าเป็นความหย่อนโดยไม่ต้องการเติมปริมาตร เครื่องอาจเหมาะกว่า และบางคนอาจต้องใช้ร่วมกันโดยแพทย์วางลำดับ[2]
  • Profhilo เป็น HA สายสูงและสายต่ำที่ฉีดชั้นผิวเพื่อคุณภาพผิว ดูการเทียบข้อมูลโดยละเอียดที่ HArmonyCa กับ Profhilo ต่างกันอย่างไร

คลินิกยังมีโปรแกรม HArmony Shine ที่ใช้ HArmonyCa ร่วมกับ NCTF เพื่อดูแลทั้งโครงสร้างใบหน้าและคุณภาพผิวในแผนเดียว[2] ไม่พบงานวิจัยที่เปิดอ่านได้เกี่ยวกับการใช้สองอย่างนี้ร่วมกัน ผู้สนใจดูข้อมูล NCTF ได้ที่ หน้าบริการ NCTF และควรให้แพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องทำร่วมกันหรือไม่

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: HArmonyCa คืออะไร ?

HArmonyCa คือสารฉีดแบบผสมที่รวม HA ชนิดเชื่อมขวางกับไมโครสเฟียร์ CaHA ไว้ในหลอดเดียว ใช้เติมเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้า HA ให้ปริมาตรและแรงพยุงในช่วงแรก ส่วน CaHA เชื่อกันว่ากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลิตโดย Allergan Aesthetics บริษัทในเครือ AbbVie

Q: HArmonyCa เป็นฟิลเลอร์หรือ Biostimulator ?

ทั้งสองอย่างบางส่วน หน้าบริการและงานวิจัยจัดเป็นสารฉีดแบบผสมหรือฟิลเลอร์ที่มี HA ให้ปริมาตรทันที และมี CaHA ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนอยู่ด้วย จึงมีคนเรียกว่า biostimulator เช่นกัน

Q: HArmonyCa กระตุ้นคอลลาเจนจริงไหม ?

มีสัญญาณในงานขนาดเล็ก 15 คนที่พบเส้นใยคอลลาเจนเพิ่มจากวันที่ 60 และสูงสุดช่วงวันที่ 90–180 แต่ผู้เขียนใช้คำว่า “อาจบ่งชี้” และผู้เขียนงานอีกชิ้นระบุว่ายังต้องมีข้อมูลจากชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน จึงยังสรุปได้เพียงว่ามีสัญญาณเบื้องต้น

Q: HArmonyCa อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน งาน 140 คนที่แก้มกลางใบหน้าพบผู้ที่ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับร้อยละ 65.9 ที่เดือนที่ 12 ผู้เขียนสรุปว่าผลอยู่ได้ถึงประมาณ 1 ปี แต่เป็นค่าระดับกลุ่มและผู้ผลิตให้ทุน

Q: ฉีด HArmonyCa เจ็บ บวม หรือต้องพักฟื้นไหม ?

อาจรู้สึกเจ็บ กดเจ็บ แข็งตึง บวม แดง หรือช้ำในช่วงแรก ในงาน 140 คนพบปฏิกิริยาที่จุดฉีดร้อยละ 95.7 ส่วนใหญ่น้อยถึงปานกลางและหายภายใน 2 สัปดาห์ จึงไม่ควรคิดว่าไม่มีอาการหลังฉีดเลย ควรเผื่อเวลาก่อนงานสำคัญ

Q: ฉีด HArmonyCa ที่ใต้ตาหรือริมฝีปากได้ไหม ?

คลินิกระบุว่าข้อมูลผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก และรอบปาก หากมีปัญหาบริเวณเหล่านี้ ควรให้แพทย์ประเมินและเลือกสารที่เหมาะกับบริเวณนั้น

สรุป

HArmonyCa คือสารฉีดแบบผสมที่รวม HA ชนิดเชื่อมขวางกับไมโครสเฟียร์ CaHA เพื่อเพิ่มปริมาตรและพยุงเนื้อเยื่อ โดย HA ให้ผลในช่วงแรกและ CaHA เชื่อกันว่ากระตุ้นคอลลาเจน งานที่ใหญ่ที่สุดที่อ่านได้พบว่าผู้ที่แก้มดีขึ้นยังมีสัดส่วนสูงจนถึงประมาณ 1 ปี แต่ผู้ผลิตให้ทุน ไม่มีกลุ่มควบคุม และหลักฐานเรื่องคอลลาเจนในคนยังเป็นงานเล็ก ขณะที่ผลข้างเคียงที่จุดฉีดพบบ่อย ก้อนที่จุดฉีดพบราวหนึ่งในสิบ และมีความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตันที่ต้องรู้อาการเตือน

ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ประเมินสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้า ว่าเป็นเรื่องปริมาตร ความหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้าง ก่อนเลือกว่าสารฉีดหรือเครื่องแบบไหนเหมาะกับแต่ละคน ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน

ทีม Fresh Code Clinic

Fresh Code Clinic เป็น Beauty Lifestyle Clinic ย่านสุขุมวิท 5 ใกล้ BTS นานา ให้บริการดูแลผิว รักษาสิว เลเซอร์ ยกกระชับ ฟิลเลอร์ และโบท็อกซ์ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดูแลแบบเฉพาะบุคคลตามสภาพผิวของแต่ละคน

19 สุขุมวิท ซอย 5 ใกล้ BTS นานา ทางออก 1 มีที่จอดรถ · เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. · โทร 02-253-2236, 083-626-4264

แหล่งอ้างอิง