เมนูหลัก
บริการของเรา
ติดต่อเรา
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนจะเริ่มสังเกตว่าหน้าไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่องริ้วรอย แต่แก้มอาจเริ่มตกลง กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม คิ้วดูต่ำลง หรือผิวบริเวณใต้คางและลำคอเริ่มไม่กระชับ แม้ว่าน้ำหนักตัวจะไม่ได้เปลี่ยนมากก็ตาม
จริง ๆ แล้วปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากผิวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกี่ยวข้องกับหลายโครงสร้าง ทั้ง ผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ เอ็นพยุงใบหน้า และเนื้อเยื่อในระดับลึกอย่างชั้น SMAS
เพราะฉะนั้น ถ้ากำลังมองหาเครื่องยกกระชับ สิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ว่าเครื่องไหน “แรงกว่า” แต่ควรดูด้วยว่าพลังงานสามารถลงไปดูแลเนื้อเยื่อระดับไหน และปัญหาที่เรากังวลจริง ๆ เกิดจากโครงสร้างใด
Ulthera Prime หรือ Ultherapy PRIME เป็นเทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V สามารถส่งพลังงานเป็นจุดลงไปในหลายระดับความลึก ตั้งแต่ชั้นผิวไปจนถึงระดับประมาณ 4.5 mm ซึ่งสัมพันธ์กับชั้น SMAS/Platysma ในบริเวณที่เหมาะสม
จุดเด่นอีกอย่างของ Ultherapy คือ Real-time Ultrasound Visualization ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวระหว่างทำ จึงช่วยวางแผนได้ว่าแต่ละบริเวณควรใช้ความลึกเท่าไร วางพลังงานตรงไหน และควรใช้จำนวนไลน์ประมาณเท่าไร
จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่เริ่มกังวลเรื่อง แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วตก ผิวใต้คางหรือลำคอเริ่มหย่อน และอยากยกกระชับในระดับลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าหน้าดูหย่อนจาก ผิว ไขมัน หรือเนื้อเยื่อในระดับลึก สามารถส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเข้ามาประเมินเบื้องต้นก่อนได้ เพื่อช่วยดูว่าเครื่องแบบไหนและจำนวนไลน์ประมาณไหนน่าจะเหมาะกับปัญหามากกว่า
Ulthera Prime คือเทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้ Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V ส่งพลังงาน Ultrasound ลงไปยังชั้นเนื้อเยื่อในระดับความลึกที่กำหนด
พลังงานจะรวมตัวเป็นจุดเล็ก ๆ ใต้ผิว ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย
หลังจากนั้นจะค่อย ๆ เกิดกระบวนการ Collagen Remodeling ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วงหลังทำ ไม่ได้เกิดผลลัพธ์ทั้งหมดทันทีในวันเดียว
จุดที่ทำให้ Ulthera Prime น่าสนใจสำหรับการยกกระชับคือ สามารถเลือกส่งพลังงานได้หลายระดับ ตั้งแต่บริเวณ Dermis ไปจนถึงระดับ 4.5 mm ซึ่งใช้สำหรับเข้าถึงเนื้อเยื่อในชั้น fibromuscular รวมถึง SMAS/Platysma ในบริเวณที่เหมาะสม
สิ่งที่อยากให้เข้าใจก่อนคือ Ulthera Prime ไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ทุกคนหน้าเล็กหรือหน้า V เหมือนกัน
เป้าหมายหลักคือช่วยดูแล ความหย่อนของผิวและเนื้อเยื่อในหลายระดับ ให้เหมาะกับ Anatomy และโครงหน้าเดิมของแต่ละคน
ถ้าอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ Ulthera Prime จะส่งคลื่น Ultrasound ผ่านผิวด้านบนลงไป แล้วรวมพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ในระดับความลึกที่เลือกไว้ จุดพลังงานเหล่านี้เรียกว่า Thermal Coagulation Points เมื่อเนื้อเยื่อได้รับพลังงานในระดับที่เหมาะสม จะเกิดการหดตัวของ Collagen บางส่วน และร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซม รวมถึง Collagen Remodeling ต่อเนื่องในช่วงหลังทำ
จุดสำคัญคือ พลังงานไม่ได้ถูกยิงในความลึกเดียวกันทั่วทั้งหน้า เพราะแต่ละตำแหน่งมี Anatomy และความหนาของเนื้อเยื่อแตกต่างกัน Ultherapy PRIME มี Transducer ที่ใช้ Treatment หลักใน 3 ระดับ
เป็นระดับที่ค่อนข้างตื้น เหมาะกับการดูแลเนื้อเยื่อบริเวณชั้นผิวตามความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่ง
ลงลึกขึ้นมาอีกระดับ สามารถใช้ดูแลเนื้อเยื่อในชั้น Dermis ที่ลึกขึ้นและช่วยเรื่อง Collagen Remodeling
เป็นระดับลึกที่ใช้ส่งพลังงานไปยังชั้น fibromuscular ซึ่งในบริเวณใบหน้าและลำคอที่เหมาะสมจะสัมพันธ์กับ SMAS หรือ Platysma นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Ultherapy ถูกนำมาใช้กับเป้าหมายด้าน Lifting ไม่ได้เน้นเฉพาะความแน่นของผิวด้านบนเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า 4.5 mm จะต้องถูกใช้ทุกจุด หรือยิ่งยิงระดับ 4.5 mm มากยิ่งดี สิ่งสำคัญกว่าคือแต่ละตำแหน่งมีชั้นเป้าหมายอยู่ที่ไหน และควรเลือกความลึกให้สัมพันธ์กับ Anatomy จริง
คำว่า SMAS มักถูกพูดถึงเวลาเลือกเครื่องยกกระชับ แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วคืออะไร
SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculoaponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดและกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกกว่าชั้นไขมันใต้ผิว และมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของเนื้อเยื่อใบหน้า ถ้าอธิบายง่าย ๆ ชั้น SMAS เป็นหนึ่งในโครงสร้างระดับลึกที่มีบทบาทกับการพยุงเนื้อเยื่อของใบหน้า เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดแค่คอลลาเจนในผิวลดลง แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงของไขมัน เอ็นพยุงใบหน้า กล้ามเนื้อ กระดูก รวมถึงเนื้อเยื่อในระดับลึกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่การแก้ปัญหาความหย่อนบางแบบอาจต้องมองลึกกว่าการดูแลผิวชั้นบนเพียงอย่างเดียว
Ultherapy PRIME มี Transducer ระดับ 4.5 mm ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้น fibromuscular ที่รวมถึง SMAS/Platysma ในบริเวณที่เหมาะสม แต่มีเรื่องสำคัญที่ควรเข้าใจก่อนว่า SMAS ไม่ได้อยู่ที่ความลึก 4.5 mm เท่ากันทุกจุดของใบหน้า ใบหน้าแต่ละคนและแต่ละบริเวณมีความหนาของผิว ไขมัน และตำแหน่งของโครงสร้างแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น การมีหัว 4.5 mm ไม่ได้หมายความว่าควรยิง 4.5 mm เหมือนกันทั่วทั้งหน้า นี่คือจุดที่ระบบ Real-time Ultrasound Visualization เข้ามามีบทบาท เพราะช่วยให้เห็นเนื้อเยื่อจริงก่อนเลือกความลึกและปล่อยพลังงาน
เพราะความหย่อนของใบหน้าไม่ได้เกิดอยู่แค่ที่ผิวด้านบน การส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อระดับลึกในบริเวณที่เหมาะสม ช่วยให้สามารถวาง Treatment สำหรับเป้าหมายด้าน Lifting ได้อีกระดับหนึ่ง ขณะที่หัว 1.5 และ 3.0 mm สามารถใช้ดูแลเนื้อเยื่อที่ตื้นขึ้น ดังนั้นจุดเด่นของ Ulthera Prime ไม่ใช่เพียงว่า “ยิงได้ถึง SMAS” แต่คือสามารถเลือก Treatment ได้หลายระดับ 1.5 mm + 3.0 mm + 4.5 mm และวางแต่ละระดับให้เหมาะกับ Anatomy ของแต่ละบริเวณ
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Real-time Visualization แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันสำคัญกับการทำ Ulthera Prime อย่างไร จริง ๆ แล้วใบหน้าแต่ละคนมีความหนาของผิว ไขมัน และตำแหน่งของชั้นเนื้อเยื่อไม่เหมือนกัน แม้จะเป็นบริเวณเดียวกันก็ตาม โดยเฉพาะถ้าต้องการเลือกพลังงานในระดับลึก เช่น 4.5 mm การรู้ว่าเนื้อเยื่อเป้าหมายอยู่ตรงไหนยิ่งมีความสำคัญ ระบบ Ultrasound Visualization จึงช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวก่อนปล่อยพลังงาน ทำให้สามารถดูได้ว่า
เพราะฉะนั้น การทำ Ulthera Prime ไม่ควรมองเพียงว่าได้ “กี่ไลน์” แต่ควรดูด้วยว่า ไลน์เหล่านั้นถูกวางตรงไหน ใช้ความลึกเท่าไร และกำลังดูแลเนื้อเยื่อระดับไหน
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ Ulthera Prime ช่วยอะไร? โดยหลักแล้ว Ulthera Prime จะเหมาะกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความหย่อนของผิวและเนื้อเยื่อ เช่น
การที่ Ulthera Prime มีหัวพลังงานหลายระดับ ตั้งแต่ Dermis ไปจนถึงระดับ SMAS/Platysma ทำให้สามารถวาง Treatment ได้ทั้งในชั้นตื้นและชั้นลึกตามความเหมาะสม แต่ตรงนี้มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก คือปัญหาที่ภายนอกดูเหมือนกัน อาจเกิดจากสาเหตุคนละแบบ
ถ้าเมื่อก่อนกรอบหน้าดูชัด แต่ช่วงหลังเริ่มรู้สึกว่าแก้มลงมากองบริเวณ Lower Face มากขึ้น หรือแนวกรามดูไม่ชัดเหมือนเดิม สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการหย่อนของเนื้อเยื่อ ในกรณีนี้ การวางพลังงานทั้งในระดับผิวและระดับลึกตาม Anatomy อาจช่วยให้กรอบหน้าดูชัดและกระชับขึ้นตามโครงหน้าเดิม
อีกกลุ่มหนึ่งอาจดูเหมือนหน้าหย่อน แต่จริง ๆ มีไขมันบริเวณแก้มล่างหรือใต้คางค่อนข้างมาก ในเคสแบบนี้ การเพิ่มจำนวน Ulthera Prime อย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะ Ulthera Prime ไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดไขมัน จึงควรแยกก่อนว่า สิ่งที่เราเห็นว่าเป็น “เหนียง” หรือ “กรอบหน้าไม่ชัด” มาจาก ไขมัน ผิวหย่อน หรือมีทั้งสองอย่างร่วมกัน
บางคนมีคางสั้น แนวกรามไม่ชัด หรือ Bone Support น้อยมาตั้งแต่เดิม ถ้าปัญหาหลักมาจากโครงสร้าง การทำเครื่องยกกระชับเพียงอย่างเดียวก็อาจเปลี่ยนรูปหน้าได้ไม่มากเท่าที่คาดหวัง เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นว่าทุกคนที่กรอบหน้าไม่ชัดจะต้องใช้เครื่องเดียวกัน
Ulthera Prime สามารถนำมาพิจารณาในคนที่เริ่มมีความหย่อนของผิวและเนื้อเยื่อในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และอยากยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด ตัวอย่างเช่น
แต่ไม่ควรใช้ “อายุ” เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวว่าใครควรทำ หรือควรใช้กี่ไลน์ คนอายุเท่ากันสามารถมี
ดังนั้นคนอายุ 35 สองคน ก็อาจได้ Treatment Plan ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
แก้มและ Lower Face เป็นบริเวณที่หลายคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อเนื้อเยื่อเริ่มเคลื่อนลง ใบหน้าช่วงล่างจะดูหนักขึ้น ร่องต่าง ๆ อาจชัดขึ้น และกรอบหน้าดูไม่เหมือนเดิม Ulthera Prime สามารถเลือกใช้หัวหลายระดับเพื่อวาง Treatment ให้สัมพันธ์กับเนื้อเยื่อทั้งระดับตื้นและลึกในบริเวณที่เหมาะสม
ถ้าเมื่อก่อนแนวกรามค่อนข้างชัด แต่ช่วงหลังเริ่มเห็นความไม่ต่อเนื่องของ Jawline มากขึ้น ปัจจัยหนึ่งอาจมาจากความหย่อนของเนื้อเยื่อ เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนหน้า V เหมือนกัน แต่เป็นการช่วยให้กรอบหน้าตามโครงสร้างเดิมดูชัดและกระชับขึ้น
บริเวณใต้คางสามารถมีทั้งปัญหา ผิวหย่อนและไขมัน อยู่พร้อมกัน ถ้าปัญหาหลักคือความหย่อน สามารถพิจารณาการวางพลังงานลงในระดับที่เหมาะสม รวมถึงระดับลึกบริเวณ Platysma ตาม Anatomy แต่ถ้ามีไขมันใต้คางค่อนข้างมาก อาจต้องดู Treatment ที่ช่วยจัดการเรื่องไขมันร่วมด้วย
บริเวณลำคอมีโครงสร้าง Platysma ซึ่งอยู่ในกลุ่ม fibromuscular layer ที่สามารถเป็นเป้าหมายของ Transducer ระดับ 4.5 mm ในบริเวณที่เหมาะสม ในคนที่ต้องการดูแลทั้งใบหน้าและลำคอ จึงสามารถวางแผน Face + Neck ร่วมกันได้
Ultherapy สามารถนำมาใช้ดูแลบริเวณคิ้วในคนที่เหมาะสม เพื่อช่วยเรื่องความหย่อนบริเวณแนวคิ้วและรอบดวงตา บริเวณนี้มี Anatomy ที่ละเอียด จึงต้องวางตำแหน่งและเลือกความลึกอย่างเหมาะสม
คำถาม Ulthera กี่ไลน์? เป็นหนึ่งในคำถามที่เจอบ่อยมาก เพราะหลายโปรโมชั่นมักแบ่งราคาเป็น 300, 400 หรือ 600 ไลน์ แต่ถ้าจะดูว่าคุ้มไหมหรือเพียงพอไหม ควรดูมากกว่าตัวเลขอย่างเดียว คำถามที่ควรถามควบคู่กันคือ “จำนวนไลน์นี้ทำตรงไหนบ้าง และใช้หัวความลึกอะไร?” เพราะ Ulthera Prime สามารถใช้ทั้ง 1.5, 3.0 และ 4.5 mm ได้ การมี 400 ไลน์เหมือนกันไม่ได้หมายความว่าจะเป็น Treatment Plan เดียวกัน ผลลัพธ์ยังเกี่ยวข้องกับ
Ulthera Prime 300 ไลน์ อาจเหมาะกับคนที่ต้องการเน้นเฉพาะบางบริเวณ หรือมีพื้นที่ที่ต้องการดูแลไม่กว้างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่า 300 ไลน์จะเพียงพอสำหรับ Full Face ของทุกคน
400 ไลน์สามารถเพิ่มพื้นที่ Coverage ได้มากขึ้น และสามารถกระจายไปยังหลายบริเวณตามปัญหาได้ แต่สิ่งที่ควรดูคือ Line Distribution และ Depth Distribution เช่น กี่ไลน์ใช้กับ 3.0 mm และกี่ไลน์ใช้กับระดับ 4.5 mm ควรขึ้นกับ Anatomy และ Treatment Goal ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกันกับทุกคน
Ulthera Prime 600 ไลน์ สามารถนำมาพิจารณาในคนที่ต้องการดูแลพื้นที่มากขึ้น เช่น Full Face หรือหลายบริเวณร่วมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า 600 ไลน์จะดีกว่า 400 ไลน์เสมอ จำนวนที่เหมาะสมควรสัมพันธ์กับพื้นที่ เนื้อเยื่อเป้าหมายและ Treatment Plan
ถ้าต้องการทำทั้งใบหน้าและลำคอ พื้นที่ที่ต้องใช้พลังงานจะกว้างขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้นจำนวนไลน์ควรดูจากทั้ง
มากกว่ากำหนดจากจำนวนมาตรฐานเดียว
อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนกังวลก่อนทำคือ Ulthera Prime เจ็บไหม? ต้องบอกตรง ๆ ว่า ระหว่างทำยังมีความรู้สึกอยู่ บางคนอาจรู้สึกเป็น
ความรู้สึกในระดับ 4.5 mm อาจต่างจากหัวที่ตื้นกว่า เนื่องจากพลังงานถูกส่งไปยังเนื้อเยื่อในระดับที่แตกต่างกัน แต่ระดับความรู้สึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และยังขึ้นอยู่กับ
ดังนั้นไม่ควรคาดหวังว่า Ulthera Prime จะ “ไม่เจ็บเลย” สำหรับทุกคน
หลังทำ Ulthera Prime บางคนอาจรู้สึกว่าผิวหรือเนื้อเยื่อดูแน่นขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ช่วงแรก แต่สิ่งที่อยากให้เข้าใจคือ Immediately After ยังไม่ใช่ Final Result เพราะหนึ่งในกลไกสำคัญของ Ulthera คือกระบวนการ Collagen Remodeling ซึ่งต้องใช้เวลา โดยพลังงานที่วางในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ Dermis ไปจนถึงระดับ SMAS/Platysma จะกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อในระดับที่แตกต่างกันตาม Treatment Plan จึงควรมองผลลัพธ์เป็น Timeline มากกว่าดูเฉพาะวันแรกหลังทำ
อาจรู้สึกถึงความตึงหรือความแน่นของเนื้อเยื่อในบางบริเวณ แต่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ทั้งหมด
กระบวนการ Remodeling ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และบางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าความกระชับเปลี่ยนไปมากขึ้น
เป็นช่วงที่เหมาะกับการติดตามผลมากขึ้น เพราะการ Remodeling ของ Collagen และเนื้อเยื่อต้องใช้เวลา
ถ้าถามว่า Ulthera Prime อยู่ได้นานแค่ไหน? จริง ๆ แล้วไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขเดียวให้ทุกคนได้ เพราะหลังทำ Ulthera Prime แล้ว กระบวนการ Aging ก็ยังเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ระยะเวลาของผลลัพธ์สามารถแตกต่างกันจากหลายปัจจัย เช่น
จึงเหมาะกับการติดตามผลเป็นรายบุคคล และค่อยประเมินว่าเมื่อไรควรทำ Maintenance มากกว่ากำหนดว่าทุกคนต้องกลับมาทำในระยะเวลาเดียวกัน
หลายคนอาจสงสัยว่า Ulthera Prime ต่างจาก Ulthera รุ่นเดิมตรงไหน Ultherapy PRIME ยังคงใช้หลักการ Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V เช่นเดียวกับ Ultherapy รุ่นก่อน และยังคงสามารถ Treatment ในระดับหลัก 1.5, 3.0 และ 4.5 mm ได้ สิ่งที่เปลี่ยนหลัก ๆ คือการพัฒนา Platform และ Workflow ให้ใช้งานได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น จุดที่มีการพัฒนา เช่น
ดังนั้น Ulthera Prime ไม่ได้เปลี่ยนกลไกของ Ultherapy ไปทั้งหมด แต่เป็นการพัฒนา Platform ให้รองรับการประเมินและ Treatment Planning ได้สะดวกขึ้น
ถ้ากำลังเลือกระหว่าง Ulthera Prime กับ Ultraformer MPT อาจรู้สึกว่าสองเครื่องนี้ดูคล้ายกัน เพราะต่างก็อยู่ในกลุ่ม Focused Ultrasound สำหรับยกกระชับ ทั้งสองระบบสามารถมีหัวที่ส่งพลังงานลงไปในหลายระดับความลึก รวมถึงระดับลึกที่เกี่ยวข้องกับชั้น SMAS แต่ระบบตัวเครื่อง หัว Treatment, Visualization และ Treatment Protocol มีรายละเอียดแตกต่างกัน
จุดเด่นสำคัญของ Ulthera Prime คือ Real-time Ultrasound Visualization ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นเนื้อเยื่อจริงก่อนเลือกความลึกและปล่อยพลังงาน ดังนั้นแทนที่จะถามว่า “เครื่องไหนลงถึง SMAS มากกว่ากัน?” ควรถามว่า “เครื่องไหนเหมาะกับ Anatomy และปัญหาของเรามากกว่า?” เพราะการลงลึกถึง 4.5 mm เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ทั้งหมด
ถ้าให้ความสำคัญกับระบบ Real-time Visualization ที่สามารถเห็นชั้นเนื้อเยื่อระหว่างทำ จุดนี้เป็นหนึ่งในความแตกต่างของ Ultherapy แต่ไม่ได้แปลว่า Ultraformer MPT จะไม่เหมาะ สุดท้ายควรเลือกตาม
มากกว่าเลือกจากคำว่า “ลงถึง SMAS” เพียงอย่างเดียว
อีกคู่ที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบคือ Ulthera Prime กับ XTherma แม้ทั้งสองเครื่องจะถูกใช้ในกลุ่มยกกระชับเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละประเภทและมีเป้าหมายในเนื้อเยื่อแตกต่างกัน Ulthera Prime ใช้ Microfocused Ultrasound ส่งพลังงานเป็น Focal Points ในระดับความลึกที่กำหนด ตั้งแต่ Dermis ไปจนถึงระดับ SMAS/Platysma ขณะที่ XTherma ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อสร้างและบริหารความร้อนในเนื้อเยื่อในลักษณะเป็นพื้นที่มากกว่า ถ้าอธิบายแบบง่าย ๆ
เหมาะกับการพิจารณาเมื่อเน้น
เหมาะกับการพิจารณาเมื่อเน้น
บางคนอาจเหมาะกับ Ultrasound มากกว่า บางคนอาจเหมาะกับ RF มากกว่า และบางคนสามารถวางแผนใช้ทั้งสองเทคโนโลยีร่วมกัน เพราะต้องการดูแลตั้งแต่ระดับลึกจนถึงคุณภาพและความแน่นของเนื้อเยื่อที่ตื้นขึ้น
ราคา Ulthera Prime มักแตกต่างกันตามจำนวนไลน์ พื้นที่ที่ทำ และโปรโมชั่นในแต่ละช่วง แต่ก่อนจะนำราคาแต่ละที่มาเปรียบเทียบกัน แนะนำให้ดูรายละเอียดร่วมกันอย่างน้อย 4 เรื่อง
Ulthera Prime 300, 400 และ 600 ไลน์ให้พื้นที่ Coverage ไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาที่ต่างกันอาจเกิดจากจำนวนไลน์ที่ได้รับต่างกันด้วย
บางโปรแกรมอาจเน้นเฉพาะ Lower Face หรือ Jawline ขณะที่บางโปรแกรมอาจครอบคลุม Full Face, Under Chin และ Neck ดังนั้นถ้าเห็นราคาต่างกันมาก อย่าเพิ่งดูแค่ตัวเลข ควรเช็กด้วยว่าครอบคลุมพื้นที่เดียวกันหรือไม่
จำนวนไลน์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Treatment สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ไลน์เหล่านั้นถูกวางตรงไหน ใช้ 1.5, 3.0 หรือ 4.5 mm และกำลังดูแลเนื้อเยื่อระดับไหน เพราะ 400 ไลน์ที่ถูกวางในหลายระดับตาม Anatomy ไม่ได้มีความหมายเหมือนการดูเพียงจำนวนไลน์รวม
ควรตรวจสอบว่าเป็นเครื่องและ Transducer จากแหล่งที่ตรวจสอบได้ รวมถึงมีการใช้ระบบ Visualization ตามรูปแบบของ Ultherapy
เมื่อค้นหา Ulthera ที่ไหนดี หรือ Ulthera Prime ที่ไหนดี จะพบว่ามีหลายคลินิกที่มีเครื่องรุ่นเดียวกัน แต่เครื่องเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่า Treatment Plan จะเหมือนกัน ก่อนเลือกสถานที่ทำ แนะนำให้ดูหลายเรื่องร่วมกัน เช่น
แม้จะใช้ Ulthera Prime รุ่นเดียวกัน แต่แต่ละคนไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนไลน์ ตำแหน่ง หรือความลึกเหมือนกัน เพราะสิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัดอาจมาจากหลายระดับ ก่อนวาง Treatment จึงควรดูภาพรวมว่าแต่ละคนมีปัญหาหลักจากอะไร
ถ้าปัญหาหลักมาจาก Tissue Laxity สามารถพิจารณาการใช้หลาย Depth รวมถึงระดับ 4.5 mm ที่สัมพันธ์กับ SMAS/Platysma ในบริเวณที่เหมาะสม
ถ้าไขมันเป็นปัจจัยหลัก การเพิ่มจำนวน Ulthera Prime หรือยิงลง SMAS มากขึ้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด
ถ้าปัญหาหลักมาจากโครงสร้าง เช่น คางสั้นหรือ Bone Support น้อย การยกกระชับอย่างเดียวอาจช่วยได้เพียงบางส่วน
บางคนอาจไม่ได้หย่อนมาก แต่รู้สึกว่าผิวเริ่มไม่แน่นหรือคุณภาพผิวเปลี่ยนไป ในกรณีนี้อาจเหมาะกับพลังงานกลุ่ม RF หรือ Treatment ที่เน้น Skin Quality ร่วมด้วยมากกว่า
แนวทางของ Fresh Code Clinic จึงเน้น Case by Case Treatment ไม่ใช่การกำหนดว่าทุกคนต้องใช้หัว 4.5 mm จำนวนเท่ากัน หรือทุกคนที่กรอบหน้าไม่ชัดต้องทำเครื่องเดียวกัน
ถึง Ulthera Prime จะเป็น Treatment แบบไม่ผ่าตัด และโดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ยังเป็นหัตถการที่ใช้พลังงานในหลายระดับความลึก จึงควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติหัตถการก่อนทำทุกครั้ง โดยเฉพาะหาก
ควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้ก่อน เพื่อช่วยประเมินว่าเหมาะกับ Treatment หรือควรเว้นระยะก่อนทำหรือไม่
Ultherapy PRIME มี Transducer ระดับ 4.5 mm ที่ออกแบบให้ส่งพลังงานไปยังชั้น fibromuscular ซึ่งรวมถึง SMAS/Platysma ในบริเวณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ความลึกของ SMAS ไม่ได้เท่ากันทุกจุดของใบหน้า จึงควรเลือกตำแหน่งและความลึกตาม Anatomy มากกว่ายิง 4.5 mm เหมือนกันทั่วทั้งหน้า
SMAS หรือ Superficial Musculoaponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดและกล้ามเนื้อในระดับลึกของใบหน้า และเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการพยุงและการเคลื่อนไหวของเนื้อเยื่อใบหน้า
ไม่จำเป็น การยกกระชับที่เหมาะสมต้องอาศัยทั้งตำแหน่ง จำนวนไลน์ Vector และการใช้ความลึกหลายระดับ บางบริเวณอาจเหมาะกับ 3.0 mm ขณะที่บางบริเวณสามารถใช้ 4.5 mm ได้ การยิงระดับลึกมากขึ้นโดยไม่ดู Anatomy ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอ
Ulthera Prime เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูแลความหย่อนของใบหน้าและลำคอโดยไม่ผ่าตัด และมีจุดเด่นทั้งเรื่องการส่งพลังงานหลายระดับรวมถึงระดับ SMAS และ Real-time Visualization แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเครื่องที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกคน
หลายคนสามารถทำ Ulthera Prime เป็น Single Treatment ได้ แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดทั้งหมดทันที เพราะกระบวนการ Collagen Remodeling จะค่อย ๆ ดำเนินต่อในช่วงหลังทำ
บางคนอาจรู้สึกถึงความแน่นตั้งแต่ช่วงแรก แต่ควรประเมินผลในช่วงหลายสัปดาห์ถึงประมาณ 2–3 เดือนมากกว่า การดูแค่ Before–After ทันทีหลังทำอาจยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ทั้งหมด
ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพผิว ระดับความหย่อน จำนวนไลน์ Lifestyle และกระบวนการ Aging จึงไม่ควรคาดหวังว่าทุกคนจะอยู่ได้นานเท่ากัน
ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการทำและปัญหาหลัก สำหรับบางคน 400 ไลน์อาจเพียงพอกับบริเวณที่ต้องการเน้น แต่ถ้าต้องการ Full Face หรือ Face + Neck อาจต้องใช้พื้นที่ Coverage มากขึ้น
ไม่สามารถดูจากตัวเลขอย่างเดียวได้ 600 ไลน์อาจเหมาะกับบางคน แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน จำนวนไลน์ควรสัมพันธ์กับพื้นที่ ความหย่อน และ Line Distribution
ถ้าใต้คางดูไม่ชัดจาก ผิวหย่อน การเพิ่มความกระชับสามารถช่วยให้บริเวณนั้นดูดีขึ้นได้ แต่ถ้ามีไขมันใต้คางค่อนข้างมาก อาจต้องพิจารณา Treatment ที่ดูแลไขมันร่วมด้วย
Ulthera Prime ไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดไขมัน แต่ในคนที่ใบหน้าผอม มี Volume น้อย หรือมีเนื้อเยื่อบางอยู่แล้ว ควรประเมิน Anatomy และวาง Treatment อย่างระมัดระวัง จึงไม่ควรใช้จำนวนไลน์หรือ Protocol เดียวกับคนที่มีเนื้อใบหน้ามากกว่า
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น จี๊ด หรือตึงลึกใต้ผิว ระดับความรู้สึกแตกต่างกันตามบุคคล บริเวณ ความลึก และพลังงานที่ใช้
โดยทั่วไป Ulthera Prime เป็น Non-invasive Treatment และไม่ต้องพักฟื้นแบบการผ่าตัด แต่บางคนอาจมีอาการแดง บวม ระบม หรือไวต่อการสัมผัสในช่วงแรกได้
ไม่มีเครื่องไหนเหมาะที่สุดสำหรับทุกคน แม้จะเป็น Focused Ultrasound และสามารถลงถึงระดับลึกได้เหมือนกัน แต่ระบบ Visualization, Transducer และ Treatment Protocol แตกต่างกัน ควรเลือกตามปัญหา Anatomy Treatment Goal และ Budget มากกว่า
Ulthera Prime ใช้ Microfocused Ultrasound และสามารถเลือกส่งพลังงานเป็นจุดได้หลายความลึก ตั้งแต่ Dermis ไปจนถึงระดับ SMAS/Platysma ขณะที่ Thermage อยู่ในกลุ่ม Monopolar RF ซึ่งให้ความร้อนในเนื้อเยื่อด้วยรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้นไม่ควรตัดสินจากคำถามว่า “เครื่องไหนลงลึกกว่า” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าปัญหาของเราเหมาะกับพลังงานแบบไหน
ถ้าเริ่มรู้สึกว่า แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วเริ่มตก หรือผิวใต้คางและลำคอไม่กระชับเหมือนเดิม และยังไม่อยากผ่าตัด Ulthera Prime เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถนำมาพิจารณาได้ Ulthera Prime ใช้ Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปในหลายระดับ ได้แก่
1.5 mm — Superficial Dermis
3.0 mm — Deep Dermis
4.5 mm — SMAS / Platysma Level
ทำให้สามารถวาง Treatment ตั้งแต่ระดับผิวไปจนถึงเนื้อเยื่อในระดับลึกที่เกี่ยวข้องกับการยกกระชับ พร้อมกับมี Real-time Ultrasound Visualization ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อก่อนเลือกความลึกและปล่อยพลังงาน แต่ก่อนตัดสินใจว่า “ต้องทำกี่ไลน์?” หรือ “ต้องยิงถึง SMAS เยอะแค่ไหน?” สิ่งที่ควรดูให้ชัดก่อนคือ ใบหน้าที่รู้สึกว่าหย่อนนั้นเกิดจากอะไร ผิวและเนื้อเยื่อหย่อน ไขมัน กล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างใบหน้า บางคนอาจเหมาะกับ Ulthera Prime บางคนอาจเหมาะกับ Ultraformer MPT บางคนอาจเหมาะกับ Monopolar RF อย่าง XTherma หรือ Oligio X และบางคนอาจเหมาะกับ Combination Treatment มากกว่าใช้เครื่องเดียว
ดังนั้นการเลือกเครื่องไม่จำเป็นต้องเริ่มจากว่า เครื่องไหนลงถึง SMAS หรือแรงที่สุด แต่ควรเริ่มจาก “ปัญหาของเราอยู่ที่ชั้นไหน และควรใช้พลังงานระดับไหนถึงจะตรงกับปัญหามากที่สุด”
ถ้ายังลังเลว่าควรเลือก Ulthera Prime, Ultraformer MPT หรือเครื่อง RF สามารถเริ่มจากการส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเพื่อประเมินเบื้องต้น หรือเข้ามาประเมินที่ Fresh Code Clinic ก่อนได้ เมื่อรู้ก่อนว่าปัญหาหลักมาจากส่วนไหน ก็จะเลือกจำนวนไลน์และ Treatment Plan ได้ตรงกับใบหน้ามากขึ้น
💚Add LINE @freshcodeclinic
📍19 สุขุมวิท ซอย 5, BTS นานา ทางออก 1 (มีที่จอดรถ)
📞083-626-4264
🕝Open daily 11:00 AM – 08:00 PM
