我可以同时进行肉毒杆菌注射和超声刀Ulthera或Xtherma治疗吗?应该先做哪一个?

ฉีดโบท็อกแล้วทำอัลเทอร่าได้ไหม และต้องห่างกันนานเท่าไร เป็นคำถามที่พบบ่อยจากคนที่มีทั้งริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อและความหย่อนของกรอบหน้า บทความนี้สรุปงานวิจัยที่เปิดอ่านได้เรื่องการทำ Ulthera Prime หลังโบท็อกซ์และเรื่องการทำร่วมกับฟิลเลอร์ ลำดับก่อนหลังที่หลักฐานรองรับ รวมถึงส่วนที่ยังไม่มีตัวเลขยืนยัน เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

要点总结

  • ฉีดโบท็อกแล้วทำ Ulthera ได้ในแผนเดียวกัน แต่ไม่ควรทำติดกัน การทดลองแบบสุ่มของรามาธิบดี (15 คน ตีพิมพ์ปี 2025) พบว่า MFU-V หัว 1.5 mm ที่ทำทันที วันที่ 7 หรือวันที่ 14 หลังฉีดโบท็อกซ์ที่หน้าผากลดผลของโบท็อกซ์ลง และผู้วิจัยแนะนำให้เว้นอย่างน้อย 14 วัน
  • กับฟิลเลอร์ HA งานนำร่อง 14 คน (ฉีดที่หน้าท้อง ไม่ใช่ใบหน้า) พบว่า HA ลดลงเมื่อทำ MFU 1.5 mm ที่ 60 นาทีและ 14 วันหลังฉีด ส่วนที่ 28 วันความต่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งสองงานได้รับการสนับสนุนจาก Merz ผู้ผลิต และมีตัวอย่างน้อยมาก
  • ทำอันไหนก่อน: สองงานที่พบผลกระทบศึกษาลำดับ “ฉีดก่อน แล้วทำ Ulthera ทีหลัง” ส่วนลำดับ “ทำ Ulthera ก่อน แล้วค่อยฉีด” มีฉันทามติผู้เชี่ยวชาญยกตัวอย่างไว้สำหรับใบหน้าส่วนบน แต่ยังไม่พบงานที่ระบุจำนวนวัน และงานด้านความปลอดภัย 101 คนไม่ได้วัดว่าผลของโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ยังอยู่เท่าเดิมหรือไม่
  • XTherma ยังไม่พบงานที่ศึกษาร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์โดยตรง และตัวเลขของ MFU ใช้แทนไม่ได้เพราะเป็นเทคโนโลยีคนละชนิด ช่วงห่างและลำดับจึงควรให้แพทย์กำหนดตามบริเวณ ชนิดหัว และประวัติการฉีดล่าสุดของแต่ละคน

ฉีดโบท็อกแล้วทำอัลเทอร่าได้ไหม สรุปคำตอบจากงานวิจัย

คำถาม “ฉีดโบท็อกแล้วทำอัลเทอร่าได้ไหม” หรือ can you do Ultherapy after Botox มีคำตอบสั้นว่า ทำได้ในแผนเดียวกัน แต่ไม่ควรนัดติดกัน เพราะงานวิจัยล่าสุดจากไทยพบว่าการทำ Ulthera (เทคโนโลยี MFU-V) ใกล้วันฉีดโบท็อกซ์ทำให้ผลของโบท็อกซ์ลดลง และอีกงานหนึ่งพบว่าการทำใกล้วันฉีดฟิลเลอร์ HA ทำให้ฟิลเลอร์ลดลงบางส่วน[10][11] ตารางด้านล่างแยกให้เห็นว่าแต่ละลำดับมีหลักฐานอะไร และยังขาดอะไร

ลำดับสิ่งที่งานวิจัยพบช่วงห่างที่ทดสอบข้อจำกัดสำคัญ
ฉีดโบท็อกซ์ แล้วทำ Ultheraการทดลองแบบสุ่ม 15 คน: MFU-V หัว 1.5 mm ทำให้พื้นที่ที่โบท็อกซ์ระงับเหงื่อเล็กลงทุกกลุ่มที่ทำ ผู้วิจัยแนะนำเว้นอย่างน้อย 14 วัน[10]ทันที, 7 วัน, 14 วัน (ยังไม่ได้ทดสอบเกิน 14 วัน)ฉีดตื้น 2 ยูนิตต่อจุดที่หน้าผาก วัดผลด้วยพื้นที่เหงื่อ ไม่ได้วัดริ้วรอย ใช้หัว 1.5 mm เท่านั้น
ทำ Ulthera แล้วฉีดโบท็อกซ์ฉันทามติผู้เชี่ยวชาญแบบ Pan-Asian ยกตัวอย่างใบหน้าส่วนบนว่าทำ MFU-V ก่อนแล้วใช้ toxin[5] งานทบทวนเวชระเบียน 101 คนไม่พบสัญญาณความปลอดภัยผิดปกติจากการทำร่วมกัน[12]ยังไม่พบงานที่ระบุจำนวนวันไม่มีงานที่วัดว่าผลโบท็อกซ์ลดหรือไม่ในลำดับนี้ ฉันทามติได้รับทุนจาก Merz Asia Pacific
ฉีดฟิลเลอร์ HA แล้วทำ Ultheraงานนำร่อง 14 คน: HA ลดลงเมื่อทำ MFU 1.5 mm ที่ 60 นาทีและ 14 วันหลังฉีด ส่วนที่ 28 วันความต่างไม่มีนัยสำคัญ (p = 0.073)[11]60 นาที, 14 วัน, 28 วันฉีดที่หน้าท้องแบบตื้น ไม่ใช่ใบหน้า วิเคราะห์ 13 คน ผลิตภัณฑ์เดียว สนับสนุนโดย Merz Asia Pacific
ทำ Ulthera แล้วฉีดฟิลเลอร์ผู้เขียนงานข้างต้นระบุว่าโดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด HA หลัง MFU หากต้องทำในครั้งเดียว[11] ส่วนงานความปลอดภัย 101 คนไม่พบสัญญาณผิดปกติ[12]ยังไม่พบงานที่ระบุจำนวนวันเป็นคำแนะนำทั่วไปที่ผู้เขียนอ้างถึง ไม่ใช่ผลที่วัดในงานนั้น
XTherma กับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ยังไม่พบงานที่ศึกษาโดยตรงไม่มีข้อมูลข้อมูลของ MFU ใช้แทนไม่ได้ เพราะ XTherma ใช้คลื่นวิทยุไม่ใช่อัลตราซาวด์

จุดที่ควรแยกให้ออกคือ “ความปลอดภัย” กับ “ผลที่ยังอยู่” งานทบทวนเวชระเบียน 101 คนดูเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และไม่ได้วัดว่าโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ยังออกฤทธิ์เท่าเดิมหรือไม่[12] ส่วนงานของรามาธิบดีสองชิ้นวัดผลที่ยังอยู่โดยตรง และพบว่าถ้าทำ Ulthera ใกล้วันฉีดเกินไป ผลของผลิตภัณฑ์ที่ฉีดลดลง[10][11] รีวิวเล่าเรื่องปี 2025 ก็อ้างสองงานนี้เพื่อชี้ว่า การวางลำดับที่เหมาะสมสำคัญต่อประสิทธิผลของแผนที่ทำหลายหัตถการ[14]

เมื่อสองงานนี้ยังเป็นงานนำร่องที่ทดสอบหัวตื้นที่สุดของ Ulthera ตัวเลขทั้งหมดจึงเป็น “ขั้นต่ำที่งานวิจัยเสนอ” ไม่ใช่ช่วงที่ปลอดภัยแน่นอน ช่วงห่างที่ใช้จริงควรให้แพทย์กำหนดตามบริเวณที่ฉีด ชนิดหัว และประวัติการฉีดล่าสุด

Botox、Ulthera Prime 和 XTherma 之间有什么区别?

หลายคนสนใจยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด แต่ไม่ได้กังวลเรื่องผิวหย่อนอย่างเดียว ยังมีริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ กรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อนเล็กน้อย หรือผิวไม่เฟิร์มเหมือนเดิม จึงเกิดคำถามว่า ถ้าฉีดโบท็อกอยู่แล้วหรือกำลังจะฉีด ทำคู่กับ Ulthera Prime หรือ XTherma ได้ไหม ก่อนตอบเรื่องลำดับ ต้องเข้าใจก่อนว่าทั้งสามอย่างไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกัน

โปรแกรม ID Code Botox ที่ Fresh Code Clinic

肉毒杆菌

Botox คือ botulinum toxin type A ซึ่งรบกวนสัญญาณประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดขยับน้อยลงชั่วคราว[4] หน้าบริการของคลินิกระบุว่าใช้ลดริ้วรอยขณะแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา และรอยย่นจมูก รวมถึงกล้ามเนื้อกราม และการลิฟกรอบหน้า[1] Mayo Clinic ระบุว่าผลมักเริ่มภายใน 1-3 วัน เต็มที่ภายในราว 1 สัปดาห์หรือมากกว่า และอยู่ราว 3-4 เดือน[4]

โปรแกรม Ulthera Prime ที่ Fresh Code Clinic

乌尔瑟拉主星

Ulthera Prime ใช้ Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ส่งพลังงานเป็นจุดที่ความลึก 1.5 mm, 3.0 mm และ 4.5 mm (ระดับ SMAS / Platysma) พร้อมภาพเรียลไทม์ให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อ[2] เป็นการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด

โปรแกรม XTherma ที่ Fresh Code Clinic

XTherma

XTherma ใช้ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz พร้อมระบบ Cooling ให้ความร้อนลึกใต้ผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการ Collagen Remodeling[3] คลินิกระบุว่าเหมาะกับการพิจารณาในผู้ที่ผิวและเนื้อเยื่อไม่แน่นเหมือนเดิมโดยไม่ต้องการผ่าตัด[3]

程序ทำงานกับอะไรช่วงเวลาที่ระบุไว้
肉毒杆菌การขยับของกล้ามเนื้อ ซึ่งเกี่ยวกับริ้วรอยขณะแสดงสีหน้า[1][4]เริ่มเห็นผลภายใน 1-3 วัน อยู่ราว 3-4 เดือน[4]
乌尔瑟拉主星ความหย่อนของเนื้อเยื่อ ผ่านอัลตราซาวด์ที่ความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 mm[2]ติดตามผลราว 1 เดือน และราว 2-3 เดือน[2]
XThermaความแน่นของผิวและเนื้อเยื่อ ผ่านความร้อนจาก Monopolar RF[3]ติดตามผลราว 1 เดือน และราว 2-3 เดือน[3]

สรุปง่ายๆ คือ Botox จัดการ “การขยับ” ส่วน Ulthera Prime และ XTherma จัดการ “ความหย่อนและความแน่น” ด้วยพลังงานความร้อนที่กระตุ้นคอลลาเจน[9] จึงไม่ได้เป็นการทำซ้ำกัน แต่เป็นการเติมกันคนละมิติของปัญหาใบหน้า และเพราะ Ulthera ใช้ความร้อนที่ตำแหน่งใกล้กับที่ฉีด จึงเกิดคำถามเรื่องช่วงห่างในหัวข้อต่อไป หากสงสัยว่า XTherma กับ Ulthera Prime ต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่ บทความเปรียบเทียบ XTherma กับ Ulthera Prime

หลังฉีดโบท็อกควรเว้นกี่วันถึงทำ Ulthera Prime

คำถามที่คนค้นหาบ่อยที่สุดคือ ฉีดโบท็อกแล้วทำอัลเทอร่าได้ไหม และต้องเว้นกี่วัน งานที่ตอบตรงที่สุดที่พบคือการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ตีพิมพ์ในวารสาร Toxins ปี 2025 โดยทดสอบการทำ MFU-V หลังฉีดโบท็อกซ์ที่ช่วงเวลาต่างกัน[10]

งานวิจัยนี้ทำอะไรและพบอะไร

  • ผู้เข้าร่วม 15 คน (หญิง 14 คน อายุเฉลี่ย 33.5 ปี) ฉีด incobotulinumtoxinA (Xeomin) แบบ intradermal จุดละ 2 ยูนิต ที่หน้าผากคนละ 4 จุด[10]
  • จุดหนึ่งเป็นกลุ่มควบคุมไม่ทำอะไรเพิ่ม อีกสามจุดทำ MFU-V หัว 1.5 mm ทันทีหลังฉีด (ภายใน 10 นาที) ที่วันที่ 7 และที่วันที่ 14 โดยสุ่มลำดับจุด[10]
  • วัดผลที่วันที่ 28 ด้วย iodine-starch test ว่าบริเวณที่โบท็อกซ์ทำให้เหงื่อไม่ออกกว้างเท่าไร โดยแพทย์ผู้ประเมินไม่ทราบว่าจุดไหนได้รับอะไร[10]

จุดควบคุมมีพื้นที่เหงื่อไม่ออกเฉลี่ยราว 1.10 ตร.ซม. ส่วนจุดที่ทำ MFU-V ทันทีเหลือราว 0.73 ตร.ซม. (p < 0.001) จุดที่ทำวันที่ 7 เหลือราว 0.89 ตร.ซม. (p = 0.005) และจุดที่ทำวันที่ 14 เหลือราว 0.93 ตร.ซม. (p = 0.021) คำนวณจากค่าเฉลี่ยเท่ากับพื้นที่ที่ลดลงราว 34%, 19% และ 15% ตามลำดับ และจุดที่ทำทันทีเล็กกว่าจุดวันที่ 7 และ 14 อย่างมีนัยสำคัญ[10] ผู้วิจัยจึงสรุปว่า MFU-V หัวตื้นลดผลของโบท็อกซ์ที่ฉีดแบบ intradermal โดยเฉพาะเมื่อทำภายใน 14 วัน และแนะนำให้เว้นอย่างน้อย 14 วันหลังฉีดโบท็อกซ์[10]

ผู้วิจัยเสนอกลไกว่า ความร้อนของ MFU-V (ราว 60-70 องศาเซลเซียส ตามที่รายงานในงาน) และการอักเสบหลังได้รับพลังงาน อาจทำให้โบท็อกซ์เสื่อมฤทธิ์หรือกระจายตัวน้อยลง แต่ข้อนี้เป็นคำอธิบายที่เสนอไว้ ไม่ได้ทดสอบโดยตรงในงานนั้น[10]

อ่านตัวเลขนี้อย่างไรให้ถูก

  • เป็นงานนำร่อง 15 คน และทดสอบช่วงห่างสูงสุดแค่ 14 วัน จึงบอกไม่ได้ว่า 15 วันหรือ 30 วันจะไม่กระทบเลย ตัวเลข 14 วันจึงเป็นขั้นต่ำที่ผู้วิจัยเสนอ[10]
  • โบท็อกซ์ในงานนี้ฉีดตื้นปริมาณน้อยเพื่อวัดเหงื่อ ต่างจากการฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยที่ใช้ปริมาณและความลึกต่างกัน งานนี้จึงไม่ได้วัดผลต่อริ้วรอย[10]
  • ทดสอบเฉพาะหัว 1.5 mm ซึ่งตื้นที่สุดของเครื่อง Ultherapy ไม่ได้ทดสอบหัว 3.0 mm หรือ 4.5 mm และในส่วนวิธีการไม่พบการระบุรุ่น Prime โดยเฉพาะ การนำมาใช้กับ Ulthera Prime จึงเป็นการอนุมานว่าหลักการเดียวกันน่าจะใช้ได้[2][10]
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานได้รับการสนับสนุนจาก Merz Aesthetics Thailand ผู้เขียนระบุว่าออกแบบและรายงานผลเองโดยอิสระ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน[10]

สิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์จริงจึงอาจต่างจากงานวิจัย แต่สัญญาณนี้ชัดพอที่ไม่ควรนัดโบท็อกซ์กับ Ulthera ติดกันโดยไม่คิดเรื่องช่วงห่าง โดยเฉพาะถ้าต้องการให้ผลของโบท็อกซ์อยู่ได้เต็มที่ ส่วนหลังฉีดโบท็อกซ์ Mayo Clinic แนะนำให้หลีกเลี่ยงการถูหรือนวดบริเวณที่ฉีดภายใน 24 ชั่วโมง และไม่นอนราบเป็นเวลา 2-4 ชั่วโมง[4]

ตัวอย่างผลลัพธ์ Botox + Ulthera Prime ที่คลินิกเผยแพร่

รีวิวผลลัพธ์ Botox + Ulthera Prime ภาพที่ 1
รีวิวผลลัพธ์ Botox + Ulthera Prime ภาพที่ 2
รีวิวผลลัพธ์ Botox + Ulthera Prime ภาพที่ 3

ภาพเป็นผลลัพธ์ของผู้รับบริการแต่ละราย ผลต่างกันตามบุคคล และภาพเหล่านี้ไม่ได้บอกช่วงห่างระหว่างหัตถการ จึงไม่ใช่หลักฐานเรื่องลำดับหรือระยะเวลา

ทำ Ulthera แล้วฉีดโบท็อกได้เมื่อไร และกรณี XTherma

ยังไม่มีตัวเลขจากการทดลองว่าต้องรอกี่วัน

ฝั่งกลับกันคือทำ Ulthera ก่อนแล้วจึงฉีดโบท็อกซ์ หรือคำถามที่ค้นกันว่า how long after Ultherapy can I get Botox ยังไม่พบงานที่ทดสอบโดยตรงว่าผลของโบท็อกซ์เปลี่ยนไปหรือไม่ และควรรอกี่วัน สิ่งที่มีอยู่เป็นข้อมูลเชิงลำดับและความปลอดภัยเท่านั้น

  • งาน expert consensus แบบ Pan-Asian ยกตัวอย่างลำดับสำหรับใบหน้าส่วนบนว่า ทำ MFU-V ก่อนเพื่อกระชับผิวและยกคิ้วที่ตก แล้วจึงใช้ botulinum toxin A ผ่อนกล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วลง งานนี้ไม่ได้ระบุว่าควรทำวันเดียวกันหรือแยกวัน และไม่ได้ระบุช่วงห่าง ทั้งยังได้รับทุนจาก Merz Asia Pacific ผู้จำหน่าย Ultherapy[5]
  • งานทบทวนเวชระเบียน 101 คน (หญิง 96 คน อายุ 25-70 ปี) ที่ได้ MFU-V ร่วมกับ incobotulinumtoxinA หรือฟิลเลอร์ภายใน 6 เดือน พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ 7 ราย (7%) ส่วนใหญ่เป็นรอยช้ำหรือบวม และมีเพียงเริมกำเริบ 1 รายที่ถือว่าเกี่ยวข้องกับการทำร่วมกัน[12] รายงานข่าวการประชุมระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับหัตถการร่วมกันภายใน 90 วันก่อนหรือหลัง MFU-V บางส่วนทำวันเดียวกัน ผู้นำเสนอสรุปว่าลำดับ “ดูไม่มีผล” ต่อสิ่งที่งานนั้นวัด ซึ่งคือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ โดยผู้นำเสนอเป็นที่ปรึกษา นักวิจัย และวิทยากรให้ Ulthera ซึ่งเป็นหน่วยของ Merz Aesthetics[13]
  • งานเรื่อง MFU-V ในผู้ชายเอเชียจากเกาหลีปี 2025 ระบุว่าหัตถการอื่นสามารถรวมในโปรโตคอลได้ และบางกรณีอาจต้อง touch-up ด้วยวิธีอื่น โดยไม่ระบุลำดับหรือช่วงห่าง[8]
  • case series ของ Ulthera Prime ในเอเชียแปซิฟิกปี 2025 (30 คน ที่สิงคโปร์ ได้รับทุนจาก Merz) ไม่รับผู้ที่ฉีด neurotoxin ที่ใบหน้าส่วนล่างหรือลำคอภายใน 6 เดือน และให้ผู้เข้าร่วมงดหัตถการเสริมความงามที่ใบหน้าและลำคอส่วนบน 90 วันหลังทำ เพื่อให้ประเมินผลของเครื่องได้ชัด[6]

ข้อสุดท้ายไม่ได้แปลว่าห้ามทำร่วมกัน แต่หมายความว่างานนั้นไม่มีข้อมูลในกลุ่มที่เพิ่งฉีดใบหน้าส่วนล่างหรือลำคอมาไม่นาน และเกณฑ์ 6 เดือนนั้นเป็นเงื่อนไขของงานวิจัยเพื่อวัดผลเครื่อง ไม่ใช่กฎทางคลินิก ส่วนงานความปลอดภัยด้านบนไม่ได้วัดว่าผลของโบท็อกซ์ที่ฉีดหลัง Ulthera ยังอยู่เท่าเดิมหรือไม่ จึงตอบเรื่องจำนวนวันไม่ได้ ช่วงที่ใช้จริงเป็นการตัดสินใจทางคลินิกของแพทย์ตามบริเวณและเป้าหมาย

肉毒杆菌+热疗案例

สำหรับ XTherma เอกสารของ Fresh Code Clinic ระบุว่าทำร่วมกับ Botox ได้ในหลายกรณี และลำดับควรให้แพทย์ประเมิน[3] ส่วนในแหล่งวิจัยที่อ่านในครั้งนี้ ยังไม่พบงานที่ศึกษาการทำ XTherma ร่วมกับ Botox หรือฟิลเลอร์โดยตรง และไม่พบข้อมูลที่ยืนยันทั้งสองทางว่าความร้อนจาก RF ลดผลของโบท็อกซ์หรือไม่ ตัวเลข 14 วันและ 28 วันข้างต้นเป็นของ MFU ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคนละชนิด จึงนำมาใช้กับ XTherma ไม่ได้

หน้าบริการ XTherma ระบุให้แจ้งแพทย์ก่อนทำหากมีบาดแผลหรือการอักเสบบริเวณที่จะทำ มีโรคประจำตัว มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย ตั้งครรภ์ เพิ่งร้อยไหม หรือเคยผ่าตัดบริเวณใบหน้าหรือลำคอ[3] และควรแจ้งประวัติการฉีด Botox ล่าสุดด้วยทุกครั้ง

Ulthera Botox Filler ทำอันไหนก่อน และทำร่วมกับฟิลเลอร์ได้ไหม

Ulthera พร้อมฟิลเลอร์ ทำร่วมได้ไหม

ทำร่วมกันได้ในหลายแผน และงานทบทวนเวชระเบียน 101 คนที่กล่าวถึงข้างต้นมีผู้ที่ได้ฟิลเลอร์ (CPM HA และ/หรือ CaHA) ถึง 81% ภายใน 6 เดือนของการทำ MFU-V โดยไม่พบสัญญาณความปลอดภัยผิดปกติ[12] แต่นั่นเป็นคำตอบเรื่องความปลอดภัย ส่วนคำถามว่าฟิลเลอร์ยังอยู่ครบหรือไม่ มีงานรามาธิบดีอีกชิ้นที่ทดสอบโดยตรง

  • ผู้เข้าร่วม 14 คน (วิเคราะห์ได้ 13 คน) ฉีด HA ผลิตภัณฑ์เดียว (Belotero Balance) แบบ intradermal จุดละ 0.25 มล. ที่หน้าท้อง 4 จุด[11]
  • จุดหนึ่งเป็นกลุ่มควบคุม อีกสามจุดทำ MFU หัว 1.5 mm ที่ 60 นาที, วันที่ 14 และวันที่ 28 หลังฉีด แล้วตัดชิ้นเนื้อตรวจที่วันที่ 56 โดยพยาธิแพทย์ผู้ไม่ทราบกลุ่ม[11]
  • พบ HA ลดลงใน 7 คนที่จุด 60 นาที และ 6 คนที่จุดวันที่ 14 ค่าเฉลี่ยระดับ HA ลดจาก 3.7 เป็น 2.8 (p < 0.001) และ 3.0 (p = 0.001) ตามลำดับ ส่วนจุดวันที่ 28 ลดจาก 3.7 เป็น 3.3 ซึ่งไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.073) ไม่พบการอักเสบหรือก้อนแกรนูโลมาที่วันที่ 56[11]

ผู้เขียนสรุปว่าการทำ MFU หลังฉีด HA ดูปลอดภัย แต่พบ HA ลดลงบางส่วนถ้าทำภายใน 2 สัปดาห์[11] ข้อจำกัดคือกลุ่มตัวอย่างเล็ก ฉีดที่หน้าท้องไม่ใช่ใบหน้า ฉีดตื้นในผิวหนังชั้นหนังแท้ ไม่ได้วัดปริมาณ HA แบบตัวเลข และผู้เขียนเตือนว่าบริเวณที่ทำ (เช่น ใบหน้า) และกิจกรรมทางกายของผู้เข้าร่วมอาจให้ผลต่างออกไป ฟิลเลอร์ที่ฉีดลึกกว่านี้หรือชนิดอื่นจึงยังไม่มีข้อมูลจากงานนี้ ทั้งนี้งานดังกล่าวได้รับทุนจาก Merz Asia Pacific และผู้เขียนระบุว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน[11]

แล้วอย่างไหนควรทำก่อน

เมื่อรวมหลักฐานทั้งหมด จะเห็นภาพดังนี้ ซึ่งยังไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกบริเวณ

  • ลำดับ “ฉีดก่อน แล้วทำ Ulthera ทีหลัง” คือลำดับที่สองงานรามาธิบดีพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ฉีดลดลงถ้าเว้นช่วงสั้น จึงเป็นลำดับที่ต้องระวังช่วงห่างที่สุด[10][11]
  • ลำดับ “ทำ Ulthera ก่อน แล้วค่อยฉีด” ไม่ตรงกับสถานการณ์ที่สองงานนั้นทดสอบ ฉันทามติ Pan-Asian ยกตัวอย่างใบหน้าส่วนบนว่าทำ MFU-V ก่อน toxin และผู้เขียนงานฟิลเลอร์ระบุว่าโดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด HA หลัง MFU หากต้องทำในครั้งเดียว[5][11] แต่ยังไม่มีงานที่วัดผลที่ยังอยู่หรือระบุจำนวนวันในลำดับนี้
  • การทำวันเดียวกัน งานทบทวนปี 2016 ระบุว่าการใช้ MFU ร่วมกับหัตถการอื่นดูปลอดภัยแต่ควรระวังการทำในวันเดียวกัน[7] ขณะที่รายงานข่าวการประชุมระบุว่ามีผู้ป่วยบางส่วนที่ทำฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์วันเดียวกับ MFU-V[13]

ถ้ากำลังวางแผนทั้ง Ulthera, โบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ พร้อมกัน ลำดับและวันนัดจึงเป็นสิ่งที่แพทย์ควรกำหนดให้เป็นรายบริเวณ เช่น หน้าผากกับกรอบหน้าอาจไม่ต้องใช้ลำดับเดียวกัน ดูบริการฟิลเลอร์ของคลินิกเพิ่มเติมได้ที่ หน้าบริการฟิลเลอร์

เลือกแผนให้เหมาะกับเป้าหมาย และกรณีที่ควรให้แพทย์ประเมินก่อน

如果你担心额头皱纹,又想提升下颌线条,应该从哪里开始呢?

ถ้าปัญหาหลักคือริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา และในเวลาเดียวกันก็อยากให้กรอบหน้าชัดขึ้นหรือแก้มหย่อนดูดีขึ้น การทำ Botox ร่วมกับ Ulthera Prime หรือ XTherma ในแผนเดียวกันเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย เพราะแต่ละอย่างตอบโจทย์คนละ layer ของปัญหา

  • ถ้าปัญหาหลักคือการขยับของกล้ามเนื้อ Botox มักเป็นตัวหลักของจุดนั้น[1][4]
  • ถ้าปัญหาหลักคือความหย่อน ความกระชับ หรือคุณภาพผิว Ulthera Prime หรือ XTherma มีบทบาทมากกว่า[2][3]

如果主要关注点是下半张脸、下颌线和双下巴呢?

กรณีนี้ละเอียดกว่า เพราะ Ulthera Prime มีข้อมูลรองรับว่าใช้ปรับปรุงความหย่อนของกรอบหน้าและปริมาตรลำคอได้ในงานปี 2025 ที่ 90 วัน โดย 86.7% ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับในสเกลปริมาตรลำคอ และ 70% ดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับในสเกลกรอบหน้า แต่เป็นงานนำร่องขนาดเล็ก ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และผู้ประเมินคือแพทย์ที่ทำการรักษาเอง[6] ในงานเดียวกัน บริเวณใบหน้าส่วนล่างและลำคอเป็นบริเวณที่คัดออกผู้ที่เพิ่งฉีด neurotoxin ภายใน 6 เดือน[6] ส่วนหน้าบริการ Botox ของคลินิกระบุว่า Botox กรามไม่เหมาะกับคนที่มีแก้มตอบและใบหน้าหย่อนคล้อยมาก และ Botox ลิฟกรอบหน้าเหมาะกับคนที่ไม่ได้หย่อนมาก[1] ถ้าเคยฉีดบริเวณกรามหรือคอมาแล้วอยากทำ Ulthera Prime ต่อ ควรให้แพทย์ประเมินเคสจริง เพราะจุดนี้สำคัญทั้งเป้าหมายและจังหวะเวลา

XTherma ตามหน้าบริการของคลินิกเหมาะกับการพิจารณาในผู้ที่เริ่มหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และทำร่วมกับ Botox ได้ในหลายกรณี แต่ลำดับต้องให้แพทย์ประเมิน[3]

ใครเหมาะกับแผนไหน

สิ่งที่คุณเด่นชัดแนวคิดแผนที่แพทย์มักพิจารณา
ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา แต่ไม่กังวลเรื่องหย่อนมากBotox อาจเป็นจุดเริ่มหลัก และหากต้องการความแน่นหรือยกกระชับในบางบริเวณ อาจเติม Ulthera Prime หรือ XTherma ตามการประเมิน โดยเว้นช่วงห่างตามที่แพทย์กำหนด
ผิวหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด แก้มเริ่มตกUlthera Prime หรือ XTherma มักเป็นหัตถการหลัก และอาจเติม Botox หากมี dynamic lines หรือกล้ามเนื้อบางจุดที่อยากปรับ
มีทั้งริ้วรอยและความหย่อนพร้อมกันกลุ่มที่เหมาะกับการวางแผนแบบ combination แต่ลำดับและช่วงห่างควรขึ้นกับบริเวณและเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ใช้สูตรเดียวกันทุกคน
เพิ่งฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์มาไม่นาน และมีนัดทำเครื่องแจ้งวันที่ฉีด บริเวณ และผลิตภัณฑ์ให้แพทย์ก่อนนัด เพราะช่วงห่างระหว่างการฉีดกับการทำ Ulthera เป็นเรื่องที่งานวิจัยชี้ว่ามีผลต่อผลลัพธ์

สิ่งที่ควรบอกแพทย์ก่อนวางลำดับ และสิ่งที่ไม่ควรทำ

  • วันที่ฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ครั้งล่าสุด บริเวณที่ฉีด และชื่อผลิตภัณฑ์ถ้าจำได้
  • บริเวณที่จะทำ Ulthera Prime หรือ XTherma และหัวที่แพทย์วางแผนใช้
  • ประวัติเริม เพราะงานทบทวนเวชระเบียน 101 คนรายงานเริมกำเริบ 1 รายที่ถือว่าเกี่ยวข้องกับการทำร่วมกัน[12]
  • การทำเครื่องพลังงานหรือการฉีดอื่นที่เพิ่งทำหรือกำลังจะทำในบริเวณเดียวกัน ซึ่งหน้าบริการ Ulthera Prime ระบุให้แจ้งแพทย์[2]

สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือ ดูรีวิวหรือตัวเลขที่เห็นในอินเทอร์เน็ตแล้วจัดลำดับเองโดยไม่ประเมินบริเวณรักษา โดยเฉพาะในคนที่เพิ่งฉีดใบหน้าส่วนล่างหรือลำคอ กำลังจะทำเครื่องพลังงานในบริเวณเดียวกัน มีหลายปัญหาซ้อนกัน หรือไม่แน่ใจว่าควรแก้เรื่องไหนก่อน หน้าบริการ Botox ของคลินิกยังเตือนให้หลีกเลี่ยงโบท็อกซ์ปลอม โบท็อกซ์หิ้ว และการฉีดที่ราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจดื้อยาหรือฉีดผิดตำแหน่ง[1] ซึ่งสอดคล้องกับที่ Mayo Clinic ระบุว่า Botox เป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตและมีความชำนาญ[4]

常见问题解答

Q: ฉีดโบท็อกแล้วทำอัลเทอร่าได้ไหม (Can you do Ultherapy after Botox) ?

ทำได้ในแผนเดียวกัน แต่ไม่ควรทำติดกัน การทดลองแบบสุ่มของรามาธิบดี (15 คน ตีพิมพ์ใน Toxins ปี 2025) พบว่า MFU-V หัว 1.5 mm ที่ทำทันที วันที่ 7 หรือวันที่ 14 หลังฉีดโบท็อกซ์ที่หน้าผากลดผลของโบท็อกซ์ลง ผู้วิจัยแนะนำให้เว้นอย่างน้อย 14 วัน เป็นงานขนาดเล็กที่ทดสอบหัวตื้นกับโบท็อกซ์แบบ intradermal จึงควรให้แพทย์กำหนดช่วงห่างตามบริเวณและหัวที่ใช้

Q: หลังฉีดโบท็อกต้องห่างกันนานเท่าไรถึงทำ Ulthera Prime ได้ ?

งานวิจัยข้างต้นทดสอบช่วงห่างสูงสุด 14 วัน และแนะนำให้เว้นอย่างน้อย 14 วัน จึงเป็นขั้นต่ำที่ผู้วิจัยเสนอ ไม่ใช่ช่วงที่การันตีว่าไม่กระทบเลย เพราะยังไม่ได้ทดสอบเกิน 14 วัน และทดสอบเฉพาะหัว 1.5 mm ช่วงที่ใช้จริงขึ้นกับแพทย์ บริเวณที่ฉีด และเป้าหมาย

Q: ทำ Ulthera แล้วฉีดโบท็อกได้เมื่อไร (How long after Ultherapy can I get Botox) ?

ยังไม่พบงานที่ระบุจำนวนวัน ฉันทามติผู้เชี่ยวชาญแบบ Pan-Asian ยกตัวอย่างใบหน้าส่วนบนว่าทำ MFU-V ก่อนแล้วจึงใช้โบท็อกซ์ และงานทบทวนเวชระเบียน 101 คนไม่พบสัญญาณความปลอดภัยผิดปกติจากการทำร่วมกัน แต่งานเหล่านี้ไม่ได้วัดว่าผลของโบท็อกซ์ลดลงหรือไม่ ช่วงห่างจึงเป็นการตัดสินใจของแพทย์ตามบริเวณที่ฉีด

Q: Ulthera พร้อมฟิลเลอร์ ทำร่วมได้ไหม ?

ทำร่วมกันได้ในหลายแผน งานทบทวนเวชระเบียน 101 คนไม่พบสัญญาณความปลอดภัยผิดปกติ แต่เรื่องผลที่ฟิลเลอร์ยังอยู่ งานนำร่อง 14 คนพบว่า HA ลดลงเมื่อทำ MFU 1.5 mm ที่ 60 นาทีและ 14 วันหลังฉีด ส่วนที่ 28 วันความต่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ งานนี้ฉีดที่หน้าท้องไม่ใช่ใบหน้า และใช้ฟิลเลอร์ HA ชนิดเดียว จึงควรให้แพทย์ประเมินช่วงห่างตามชนิดและตำแหน่งที่ฉีด

Q: Ulthera Botox Filler ทำอันไหนก่อน ?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกบริเวณ สองงานที่พบผลกระทบศึกษาลำดับ “ฉีดก่อนแล้วทำ Ulthera ทีหลัง” จึงเป็นลำดับที่ต้องระวังช่วงห่างที่สุด ส่วนลำดับ “ทำ Ulthera ก่อนแล้วค่อยฉีด” มีฉันทามติยกตัวอย่างสำหรับใบหน้าส่วนบน และผู้เขียนงานฟิลเลอร์ระบุว่าโดยทั่วไปแนะนำฉีด HA หลัง MFU หากต้องทำครั้งเดียว แต่ยังไม่มีงานที่วัดผลที่ยังอยู่หรือระบุจำนวนวันในลำดับนี้ ลำดับจริงให้แพทย์กำหนดเป็นรายบริเวณ

Q: ฉีดโบท็อกคู่กับ XTherma ได้ไหม และใช้ช่วงห่างเท่ากับ Ulthera ไหม ?

เอกสารของ Fresh Code Clinic ระบุว่าทำร่วมกันได้ในหลายกรณี และลำดับควรให้แพทย์ประเมิน ในแหล่งวิจัยที่อ่านยังไม่พบงานที่ศึกษา XTherma ร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์โดยตรง ตัวเลข 14 วันและ 28 วันเป็นของ MFU ซึ่งเป็นอัลตราซาวด์ จึงนำมาใช้กับ XTherma (Monopolar RF) ไม่ได้

总结

ฉีดโบท็อกแล้วทำอัลเทอร่าได้ไหม คำตอบคือทำได้ในแผนเดียวกัน แต่ช่วงห่างสำคัญ การทดลองแบบสุ่มของรามาธิบดี (15 คน) พบว่าการทำ Ulthera หัว 1.5 mm ภายใน 14 วันหลังฉีดโบท็อกซ์แบบ intradermal ลดผลของโบท็อกซ์ และงานนำร่องอีกชิ้น (14 คน) พบว่า HA ลดลงเมื่อทำ MFU ภายใน 14 วันหลังฉีด ส่วนที่ 28 วันความต่างไม่มีนัยสำคัญ ทั้งสองงานเล็ก ทดสอบหัวตื้น และได้รับการสนับสนุนจาก Merz ลำดับ “ทำ Ulthera ก่อน แล้วค่อยฉีด” ยังไม่มีตัวเลขช่วงห่าง ส่วน XTherma ยังไม่พบงานที่ศึกษาร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์โดยตรง

ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ประเมินแบบ case by case เพราะการยกกระชับที่ดีไม่ใช่แค่เลือกเครื่องหรือเลือกฉีด แต่คือการจัดลำดับและช่วงห่างให้เหมาะกับโครงหน้า เป้าหมาย และประวัติการฉีดของแต่ละคน หากกำลังค้นหา facial treatment Bangkok near me ที่แพทย์ช่วยวางลำดับ Botox, ฟิลเลอร์ และเครื่องยกกระชับให้ ติดต่อคลินิกย่านสุขุมวิท 5 ใกล้ BTS นานา ได้ตามช่องทางด้านล่าง ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน

Fresh Code Clinic 团队

Fresh Code Clinic是一家位于素坤逸路5巷(靠近BTS Nana站)的美容生活方式诊所。诊所提供皮肤护理、痤疮治疗、激光治疗、皮肤紧致、填充剂和肉毒杆菌注射等服务,所有服务均由专家医生团队提供,并根据每位顾客的皮肤状况量身定制个性化护理。

地址:素坤逸路5巷19号,靠近BTS Nana站1号出口。提供停车位。营业时间:每日上午11:00至晚上8:00。电话:02-253-2236,083-626-4264

参考

  1. ID Code Botox — Fresh Code Clinic
  2. Ulthera Prime:非手术面部提升——Fresh Code诊所
  3. XTherma是什么?费用是多少?包含多少针?有哪些益处?——Fresh Code诊所
  4. 肉毒杆菌注射——梅奥诊所
  5. Customized Treatment Using Microfocused Ultrasound with Visualization for Optimized Patient Outcomes: A Review of Skin-tightening Energy Technologies and a Pan-Asian Adaptation of the Expert Panel’s Gold Standard Consensus — Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology
  6. Early Experience With Ultherapy Prime in Asia Pacific: A Pilot Case Series — Plastic and Reconstructive Surgery Global Open
  7. 微聚焦超声在面部光子嫩肤中的应用:综述——面部整形外科
  8. Customizing Microfocused Ultrasound With Visualization Treatment for Facial Lifting in Asian Men: Experience and Practical Insights From Korea — Journal of Cosmetic Dermatology
  9. 皮肤紧致技术——面部整形手术
  10. The Effect of Micro-Focused Ultrasound Treatment on Intradermal Botulinum Toxin Type A Injection — Toxins (Basel) 2025
  11. The effect of combined of hyaluronic acid dermal filler and microfocused ultrasound treatment: A clinicopathological study — Journal of Cosmetic Dermatology 2023
  12. Combining Microfocused Ultrasound With Botulinum Toxin and Temporary and Semi-Permanent Dermal Fillers: Safety and Current Use — Dermatologic Surgery 2016
  13. OK to mix energy and dermal fillers on the face — MDedge Dermatology News (รายงานข่าวการประชุม)
  14. Microfocused Ultrasound With Visualization in Skin Quality: A Narrative Review — Journal of Cosmetic Dermatology 2025