OMG Light บำบัดผิวด้วยแสง LED 4 สี
OMG Light (Omega Light) คือบริการบำบัดผิวด้วยแสง LED 4 สีของ Fresh Code Clinic หน้านี้สรุปว่าคลินิกระบุอะไร หลักฐานที่ตรวจได้รองรับแค่ไหนในแต่ละสี และสิ่งที่ควรถามก่อนเริ่ม
Key Takeaway
- ตามที่คลินิกระบุ OMG Light คือแสง LED 4 สี (เหลือง เขียว ฟ้า แดง) คลินิกไม่ได้ระบุผู้ผลิต รุ่น ความยาวคลื่น และยังไม่พบเลขทะเบียน อย. ไทย
- สิวมีหลักฐานระดับ B จากการทบทวน RCT 31 งาน[1] ริ้วรอยมี RCT 136 คนที่ใช้แสงแดงขนาดใหญ่[2] ฝ้ามีเพียงการศึกษานำร่อง 10 คน[3] ทั้งหมดไม่ใช่เครื่อง Omega Light โดยตรง
- แสงสีเขียวสำหรับผิวแพ้ง่าย ผื่นแพ้ ระบบน้ำเหลือง เส้นผม และการเสริมฤทธิ์วิตามิน ไม่พบหลักฐานในแหล่งที่อ่าน
- เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ของ LED รายงานว่าพบน้อย[1] แต่คำว่า “ไม่เจ็บ ไม่ระคายเคือง ปลอดภัยทุกสภาพผิว” ยังไม่มีหลักฐานรองรับ
- ควรถามผู้ผลิต รุ่น เลขทะเบียน อย. ความยาวคลื่นของแต่ละสี จำนวนครั้ง และผลที่คงอยู่ก่อนเริ่ม
OMG Light (Omega Light) คืออะไร
ตามที่คลินิกระบุ OMG Light หรือ Omega Light คือการบำบัดผิวด้วยแสง LED ที่มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ เหลือง เขียว ฟ้า และแดง โดยปรับระดับความยาวคลื่นตามปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ คลินิกระบุว่าใช้ดูแลสิว รอยแดง ฝ้า ผิวคล้ำ ผิวแพ้ง่าย และริ้วรอย
คลินิกไม่ได้ระบุผู้ผลิต รุ่นเครื่อง ความยาวคลื่น (nm) ปริมาณพลังงาน หรือจำนวนครั้งที่ต้องทำ จึงยังเทียบเครื่องนี้กับงานวิจัยโดยตรงไม่ได้
ภาพรวมของ LED ในโรคผิวหนัง: การทบทวนอย่างเป็นระบบของ RCT 31 งาน ให้ระดับคำแนะนำ B กับสิว เริมและงูสวัด (herpes simplex/zoster) และการสมานแผลเฉียบพลัน ส่วนภาวะผิวอื่นได้ระดับ C หรือ D ซึ่งหมายถึงหลักฐานอ่อนกว่า ผู้เขียนระบุข้อจำกัดว่าหลายงานมีผู้เข้าร่วมน้อยกว่า 20 คน ไม่ปกปิด ไม่มีกลุ่มหลอก และตั้งค่าเครื่องต่างกัน[1]
แสง LED 4 สี หลักฐานที่ตรวจได้
| ผลที่คลินิกระบุ | หลักฐานที่ตรวจได้ |
|---|---|
| แสงสีฟ้า ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ลดการอักเสบ | สิวเป็นหนึ่งในสามภาวะที่ได้ระดับคำแนะนำ B จากการทบทวน RCT 31 งาน[1] บทคัดย่อไม่ได้แยกผลรายสีหรือรายความยาวคลื่น จึงยืนยันไม่ได้ว่าเป็นผลของแสงสีฟ้าอย่างเดียว และไม่ได้ตรวจเรื่องการฆ่าเชื้อในผิวจริง |
| แสงสีฟ้า ลดการอักเสบของแผล ป้องกันการติดเชื้อ | การสมานแผลเฉียบพลันได้ระดับ B ในการทบทวนเดียวกัน[1] ไม่พบข้อมูลเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ |
| แสงสีแดง ลดริ้วรอย สร้างคอลลาเจน | RCT 136 คน (113 คนในกลุ่มรักษา 4 กลุ่ม และกลุ่มควบคุม 23 คน) ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวม 30 ครั้ง ด้วยแสงแดง 611–650 nm หรือแสงกว้าง 570–850 nm พบว่าผิวสัมผัส ความหยาบผิว และความหนาแน่นคอลลาเจนที่วัดด้วยอัลตราซาวนด์ดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม[2] แต่เป็นแหล่งกำเนิดแสงขนาดใหญ่ ไม่ใช่เครื่อง Omega Light และพลังงานกับเวลาต่างกันในแต่ละกลุ่ม |
| แสงสีแดง กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ช่วยให้วิตามินทำงานดีขึ้นเมื่อทำหลังทรีตเมนต์ | ในแหล่งที่อ่านไม่พบหลักฐานเรื่องเส้นผมหรือการเสริมฤทธิ์วิตามิน |
| แสงสีเหลือง ลดรอยแดง ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ | งานส่วนใหญ่เป็นการทดลองในเซลล์ร่วมกับการศึกษานำร่องในผู้ป่วยฝ้า 10 คน ใช้ LED สีเหลืองอำพัน 585 nm ทำสัปดาห์ละครั้ง 8 ครั้ง ผู้เขียนรายงานว่ารอยแดงบนใบหน้าและเม็ดสีดีขึ้นอย่างชัดเจน[3] จำนวนน้อย และเครื่องเป็นของผู้ผลิตอื่น |
| แสงสีเหลือง ลดผื่นแพ้ กระตุ้นระบบน้ำเหลือง | ในแหล่งที่อ่านไม่พบหลักฐาน |
| แสงสีเขียว เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวบอบบาง ปลอบประโลม เหมาะกับผิวแพ้ง่าย | ในแหล่งที่อ่านไม่พบหลักฐานของแสงสีเขียวในผิวแพ้ง่าย |
| รักษาสิว ฝ้า ผิวคล้ำ ให้ดีขึ้น | สิวมีหลักฐานระดับ B[1] ฝ้ามีเพียงการศึกษานำร่อง 10 คน[3] ส่วนผิวคล้ำโดยทั่วไป ไม่พบหลักฐานที่ตรวจได้ |
| ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ไม่เจ็บ ไม่ระคายเคือง แม้ผิวบอบบาง | การทบทวนระบุว่าพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์น้อย[1] แต่หลายงานมีผู้เข้าร่วมน้อยและไม่ปกปิด และบทคัดย่อไม่ได้ระบุผลในผิวแพ้ง่าย จึงยังพูดว่า “ไม่มี” ไม่ได้ |
| ฉายแสงตรงจุด รักษาลึกถึงใต้ชั้นผิว | ไม่ได้ตรวจความลึกของแสงของเครื่องนี้ เพราะไม่ทราบความยาวคลื่นและกำลังไฟ |
| ปรับสีและความยาวคลื่นตามปัญหาผิวของแต่ละคน | ในแหล่งที่อ่านไม่พบงานที่เปรียบเทียบการเลือกสีแสงรายบุคคลกับการใช้สีเดียว |
งานวิจัยที่พบได้ผลจากการทำต่อเนื่องหลายครั้ง (8 ครั้งในงานฝ้า 30 ครั้งในงานริ้วรอย) ไม่ได้ตรวจว่าผลคงอยู่นานเท่าไรหลังหยุด และการทำครั้งเดียวไม่มีข้อมูลที่ตรวจได้
เครื่อง ผู้ผลิต และการขึ้นทะเบียน
ชื่อ Omega Light ปรากฏกับสินค้าเครื่อง LED หลายรายการที่จำหน่ายโดยผู้ขายต่างกัน (เช่นชื่อ O’melon และ Omega Dual) ในผลการค้นหา ยังไม่พบเอกสารที่ยืนยันได้ว่าเครื่องของคลินิกคือผลิตภัณฑ์ใด ผลิตโดยใคร และมีกี่สีหรือกี่ความยาวคลื่นจริง
เครื่อง LED ในสหรัฐอเมริกาผ่านการพิจารณา 510(k) ของ US FDA เป็นรายผลิตภัณฑ์และรายข้อบ่งใช้ เช่น ผลิตภัณฑ์หนึ่งสำหรับริ้วรอยและสิวที่ใช้เองที่บ้าน[4] ซึ่งเป็นเครื่องคนละรุ่นกับของคลินิก การอนุมัติของ US FDA ไม่เท่ากับทะเบียนของ อย. ไทย และชื่อ Omega Light ยังไม่ได้ตรวจในฐานข้อมูล 510(k) หรือฐานข้อมูล อย. ไทย เพราะยังไม่ทราบผู้ผลิตและรุ่น
จึงควรขอให้คลินิกระบุผู้ผลิต รุ่น ความยาวคลื่นของแต่ละสี และเลขทะเบียน อย. ไทยของเครื่อง ก่อนนำข้อมูลงานวิจัยของ LED รุ่นอื่นมาเทียบ
ข้อควรระวังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์
ผลข้างเคียงของ LED รายงานว่าพบน้อย[1] แต่ไม่ใช่ไม่มี และข้อมูลส่วนใหญ่มาจากงานขนาดเล็ก คำว่า “ปลอดภัยทุกสภาพผิว” หรือ “ไม่ระคายเคืองเลย” จึงยังไม่มีหลักฐานรองรับ
ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ: ยาหรือผลิตภัณฑ์ทาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง ประวัติแพ้แสงหรือโรคที่กำเริบเมื่อโดนแสง ผิวที่เป็นแผลเปิดหรือติดเชื้อ การตั้งครรภ์ ประวัติฝ้าหรือรอยดำ และโรคประจำตัว ข้อห้ามที่แท้จริงขึ้นกับคู่มือเครื่องและการประเมินของแพทย์ และควรถามว่ามีอุปกรณ์ป้องกันดวงตาระหว่างฉายแสงหรือไม่
สิ่งที่ควรถามก่อนเริ่ม
- ผู้ผลิต รุ่น เลขทะเบียน อย. ไทย และความยาวคลื่น (nm) ของแต่ละสีของเครื่อง
- แพทย์เลือกสีไหนสำหรับปัญหาผิวของผู้รับบริการ และเหตุผลที่เลือก
- ต้องทำกี่ครั้ง ห่างกันเท่าไร และคาดหวังผลอะไรได้บ้างในระยะเวลาใด
- ผลที่ได้คงอยู่นานแค่ไหนหลังหยุดทำ และต้องทำต่อเนื่องหรือไม่
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดและวิธีดูแลหลังทำ
- มีรูปก่อน-หลังของผู้รับบริการที่คลินิก (พร้อมความยินยอม) ที่ใช้เครื่องนี้หรือไม่
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ OMG Light
OMG Light คืออะไร และมีทะเบียน อย. หรือไม่?
แสงสีฟ้ารักษาสิวได้จริงไหม?
แสงสีแดงลดริ้วรอยและสร้างคอลลาเจนได้ไหม?
แสง LED รักษาฝ้าและผิวคล้ำได้ไหม?
แสง LED ปลอดภัย ไม่เจ็บ และทำได้ในผิวแพ้ง่ายจริงไหม?
ปรึกษา OMG Light
ปรึกษา OMG Light ที่ Fresh Code Clinic
ให้แพทย์ประเมินผิวรายบุคคล สอบถามรุ่นเครื่อง สีแสงที่เหมาะ และข้อควรระวัง ได้ที่ LINE @freshcodeclinic หรือที่ Fresh Code Clinic ก่อนตัดสินใจ
แอด LINE @freshcodeclinic ปรึกษาแพทย์
- ที่อยู่: 19 สุขุมวิท ซอย 5, BTS นานา ทางออก 1 (มีที่จอดรถ)
- โทรศัพท์: 083-626-4264
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 11:00–20:00
แหล่งอ้างอิง
- Jagdeo J, Austin E, Mamalis A, et al. Light-emitting diodes in dermatology: A systematic review of randomized controlled trials. Lasers Surg Med. 2018;50(6):613-628. (ทบทวนอย่างเป็นระบบ รวม RCT 31 งาน สืบค้นเมื่อ 13 กันยายน 2017 ผู้เขียนระบุข้อจำกัดว่างานจำนวนหนึ่งมีผู้เข้าร่วมน้อยกว่า 20 คน ไม่ปกปิด ไม่มีกลุ่มหลอก และตั้งค่าเครื่องต่างกัน อ่านจากบทคัดย่อ ไม่ได้ตรวจแหล่งทุน/COI และไม่ได้อ่านผลรายสีแสง) https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29356026/
- Wunsch A, Matuschka K. A controlled trial to determine the efficacy of red and near-infrared light treatment in patient satisfaction, reduction of fine lines, wrinkles, skin roughness, and intradermal collagen density increase. Photomed Laser Surg. 2014;32(2):93-100. (RCT มีกลุ่มควบคุม อาสาสมัคร 136 คน ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวม 30 ครั้ง ใช้แหล่งกำเนิดแสงแดง/อินฟราเรดใกล้ขนาดใหญ่ ไม่ใช่แผง LED ของคลินิก อ่านจากบทคัดย่อ ไม่ได้ตรวจแหล่งทุน/COI) https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24286286/
- Dai X, Jin S, Xuan Y, et al. 590 nm LED Irradiation Improved Erythema through Inhibiting Angiogenesis of Human Microvascular Endothelial Cells and Ameliorated Pigmentation in Melasma. Cells. 2022;11(24):3949. (ส่วนใหญ่เป็นการทดลองในเซลล์ มีการศึกษานำร่องในผู้ป่วยฝ้า 10 คน ทำสัปดาห์ละครั้ง 8 ครั้ง ด้วยเครื่อง LED สีเหลืองอำพัน 585 nm ของผู้ผลิตจีนที่บริจาคเครื่องให้ ทุนวิจัยจากหน่วยงานรัฐของจีน ผู้เขียนระบุว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน อ่านจากบทคัดย่อและส่วนวิธีการ ไม่ได้ตรวจว่ามีกลุ่มเปรียบเทียบหรือไม่) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9776419/
- US FDA. 510(k) Premarket Notification K223482: reVive Light Therapy Wrinkle and Acne LED Device (Led Technologies, Inc.). Product code OHS/OLP, regulation 878.4810, decision 21 ธันวาคม 2022 (SESE). (ฐานข้อมูล FDA ต้นทาง ใช้เป็นตัวอย่างว่าเครื่อง LED ผ่าน 510(k) เป็นรายผลิตภัณฑ์และรายข้อบ่งใช้ ไม่ใช่เครื่องของคลินิก และการอนุมัติของ US FDA ไม่เท่ากับทะเบียน อย. ไทย) https://www.accessdata.fda.gov/scripts/cdrh/cfdocs/cfPMN/pmn.cfm?ID=K223482
ข้อมูลที่ระบุว่า “ตามที่คลินิกระบุ” ยังไม่ได้ตรวจกับเอกสารของเครื่องรุ่นที่คลินิกใช้จริง
เนื้อหาในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลลัพธ์และความเหมาะสมของการรักษาต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

