ถุงใต้ตา vs Dolly Eye – ต่างกันอย่างไร? เข้าใจให้ชัดก่อนเลือกทำหรือรักษา

Dolly Eye ต่างจากถุงใต้ตาอย่างไร? ตามงานวิจัยที่เปิดอ่านได้ ถุงใต้ตา (steatoblepharon) เกี่ยวกับไขมันรอบเบ้าตาที่ยื่นออกมาที่เปลือกตาล่าง ส่วน Dolly Eye หรือที่ในงานวิชาการเรียกว่า pretarsal fullness หรือ aegyo-sal คือส่วนที่กล้ามเนื้อรอบดวงตา (orbicularis oculi) นูนเป็นแนวอยู่ใกล้แนวขนตาล่าง เห็นชัดเวลายิ้ม และบริเวณนี้มีไขมันใต้ผิวน้อยมากหรือไม่มี บทความนี้เทียบสองอย่างตามกายวิภาค พร้อมเงื่อนไขของคำว่า “ต่างกัน” และ “ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน” ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

Key Takeaways

  • ถุงใต้ตากับ Dolly Eye ต่างกันที่เนื้อเยื่อ ถุงใต้ตาเกี่ยวกับไขมันรอบเบ้าตาที่ยื่นออกมา ส่วน Dolly Eye คือแนวกล้ามเนื้อ orbicularis oculi ด้านหน้าแผ่นตา (tarsal plate) ที่นูนเป็นแนวใกล้แนวขนตาล่าง งานวิจัยระบุว่าบริเวณนี้มีไขมันใต้ผิวน้อยมากหรือไม่มีเลยทั้งเหนือและใต้กล้ามเนื้อ
  • สองอย่างนี้ไม่ได้แยกจากกันเด็ดขาด ผู้เขียนงานวิจัยแนะนำให้ประเมินไขมันใต้ตาที่ยื่นออกมาก่อนเสริม Dolly Eye และไม่แนะนำให้เสริมเมื่อไขมันใต้ตายื่นชัด ผิวหย่อนมาก หรือใต้ตาคล้ำมาก เพราะอาจทำให้ใต้ตาดูบวมขึ้นเวลายิ้ม
  • ฟิลเลอร์ Dolly Eye มีความเสี่ยงเฉพาะของบริเวณนี้ งานวิจัยระบุถึงรอยช้ำที่พบได้บ่อย ผิวไม่เรียบ ดูไม่เป็นธรรมชาติเมื่อเติมมากเกินไป สีออกฟ้า (Tyndall) และเส้นเลือดใต้กล้ามเนื้อที่เชื่อมกับหลอดเลือดของดวงตา คำว่า “ไม่เป็นก้อน” จึงขึ้นกับชั้นที่ฉีด ปริมาณ และเทคนิค ไม่ใช่การรับประกัน
  • งานที่เปิดอ่านได้ไม่ได้กล่าวถึงการใช้ HIFU หรือเลเซอร์กับถุงใต้ตา ตัวเลือกที่งานทบทวนที่อ่านได้กล่าวถึงสำหรับไขมันที่ยื่นออกคือการผ่าตัดเปลือกตาล่าง ซึ่งต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

ถุงใต้ตา vs Dolly Eye ต่างกันอย่างไร คำตอบสั้น ๆ ตามกายวิภาค

บทความเดิมของคลินิกอธิบายว่าถุงใต้ตาคือไขมันใต้ตาที่เคลื่อนหรือหย่อนลง ส่วน Dolly Eye หรือ “ถุงใต้ตาเกาหลี” (Aegyo Sal) คือกล้ามเนื้อ orbicularis oculi ที่ติดขอบตาล่าง และสรุปว่าสองอย่างนี้ต่างกัน[1] เมื่อตรวจกับงานวิจัยที่เปิดอ่านได้ พบว่าความต่างหลักที่ยืนยันได้คือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้อง ไขมันที่ยื่นออกมา กับ แนวกล้ามเนื้อที่นูน แต่คำว่า “ต่างกันโดยสิ้นเชิง” ต้องมีเงื่อนไข เพราะสองอย่างอยู่ใกล้กันและมีผลต่อกัน

  • ถุงใต้ตา คือการยื่นหรือเคลื่อนของไขมันรอบเบ้าตาที่เปลือกตาล่าง ทางการแพทย์เรียกว่า steatoblepharon และมักทำให้ดูเหมือนมี “ถุง” ใต้ตา[4]
  • Dolly Eye ในงานวิชาการเรียกว่า pretarsal fullness, charming roll หรือ aegyo-sal เป็นส่วนที่กล้ามเนื้อ orbicularis oculi ด้านหน้าแผ่นตา (tarsal plate) นูนเป็นแนวคล้ายม้วน เห็นชัดเวลายิ้ม[3]

ข้อสังเกตด้านคำศัพท์ ในงานวิจัยที่อ่านได้ไม่พบคำว่า “Dolly Eye” โดยตรง งานวิจัยใช้คำว่า aegyo-sal หรือ charming roll ซึ่งตรงกับสิ่งที่บทความเดิมของคลินิกอธิบาย ส่วนคำว่า “ถุงใต้ตาเกาหลี” อาจทำให้เข้าใจผิดเพราะมีคำว่า “ถุง” ทั้งที่ตามงานวิจัยเป็นแนวกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมันที่ยื่นออกมา

บทความนี้โฟกัสการแยกว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนเรื่องเทคนิคฉีดฟิลเลอร์ร่องใต้ตาโดยละเอียด และคำถามเรื่องความเสี่ยงต่อดวงตา อ่านต่อได้ที่ ฟิลเลอร์ใต้ตา เทคนิคใหม่ แก้ร่องลึกและถุงใต้ตา และ ฟิลเลอร์ใต้ตาทำให้ตาบอดได้จริงไหม

ถุงใต้ตาคืออะไร ไขมันที่ยื่นออกมาและโครงสร้างที่หย่อนลง

งานทบทวนเรื่องการผ่าตัดเปลือกตาล่างในวารสาร Indian Journal of Ophthalmology ปี 2020 อธิบายว่าเปลือกตาที่แก่ขึ้นมีความหย่อนของผิว แผ่นกั้นเบ้าตา (orbital septum) เอ็นที่มุมตา และกล้ามเนื้อ orbicularis ร่วมกับไขมันรอบเบ้าตาที่ยื่นออกมา การยื่นหรือ herniation ของไขมันนี้เรียกว่า steatoblepharon และมักทำให้ดูเหมือนมีถุงใต้ตา[4] ซึ่งสอดคล้องกับที่บทความเดิมของคลินิกเขียนว่าถุงใต้ตาเกี่ยวกับการเสื่อมของโครงสร้างที่ยึดไขมัน[1]

งานทบทวนเดียวกันระบุว่าไขมันที่ยื่นออกมามีหลายกลุ่ม (สามกลุ่มที่ใช้ในการผ่าตัดปรับรูป) และแบ่งความชัดของไขมันเป็นระดับ ตั้งแต่ไขมันยื่นชัดมากไปจนถึงไม่มีไขมันเหลือและเกิดรอยบุ๋ม[4] ซึ่งแปลว่าลักษณะ “ใต้ตา” ของแต่ละคนอาจเป็นได้ทั้งนูน เรียบ หรือบุ๋ม ไม่ใช่ถุงใต้ตาทั้งหมด

ใต้ตามีร่องหรือรอยบุ๋ม ไม่ใช่ถุงเสมอไป

งานของ Lee และ Hong ในวารสาร Archives of Plastic Surgery ปี 2018 แยกร่องบริเวณใต้ตาเป็น nasojugal groove, tear trough deformity และ palpebromalar groove ตามลักษณะทางกายวิภาค และระบุสาเหตุของร่องว่ามาจากไขมันรอบเบ้าตาที่ยื่นออก การฝ่อของผิวและไขมันใต้ผิว การหดของกล้ามเนื้อ orbicularis oculi ส่วนเบ้าตา หรือการหยีตา และการละลายของกระดูกโหนกแก้ม[5] ผู้เขียนระบุว่าการเลือกฟิลเลอร์และวิธีฉีดต้องเหมาะกับลักษณะนั้น ๆ ดังนั้นร่องใต้ตากับถุงใต้ตาอาจดูคล้ายกัน แต่แพทย์ประเมินต่างกัน

วิธีรักษาที่หลักฐานที่อ่านได้กล่าวถึง

บทความเดิมระบุว่าถุงใต้ตาเล็กน้อยอาจใช้เลเซอร์ยกกระชับหรือ HIFU/Ulthera ส่วนถุงใหญ่อาจต้องผ่าตัด[1] แหล่งที่เปิดอ่านได้ไม่ได้กล่าวถึงเลเซอร์หรือ HIFU กับถุงใต้ตา ข้อนี้จึงไม่ถูกยกเป็นข้อสรุป ส่วนงานทบทวนการผ่าตัดระบุว่าแนวทางผ่าตัดมีหลายแบบ เช่น ผ่านเยื่อบุตา (transconjunctival) ซึ่งจำกัดอยู่กับผู้ป่วยอายุน้อยที่มีไขมันล่างยื่นเด่นและผิวส่วนเกินไม่มาก และผ่านผิวหนัง (transcutaneous) สำหรับผู้ที่ต้องตัดผิว โดยเทรนด์ปัจจุบันเน้นการรักษาไขมันไว้หรือย้ายตำแหน่งแทนการตัดทิ้ง เพราะการตัดไขมันทั้งสามกลุ่มทำให้เปลือกตาล่างดูกลวง[4] การเลือกวิธีขึ้นกับผิวส่วนเกิน ปริมาณไขมัน ความตึงของเปลือกตา และโครงสร้างโหนกแก้ม แพทย์เป็นผู้ประเมิน

สำหรับฟิลเลอร์ งานที่อ่านได้อธิบายการใช้กับร่องและรอยบุ๋มรอบเบ้าตา เช่น ฉีดเข้าไขมันใต้ผิวสำหรับรอยบุ๋มตื้น ๆ[5] ซึ่งเป็นการเติมในส่วนที่ขาด ไม่ใช่การลดไขมันที่ยื่นออกมา บทความเดิมของคลินิกเขียนว่าฟิลเลอร์ช่วยให้ถุงดูน้อยลง[1] จึงควรเข้าใจว่าผลคือการปรับเงาและความต่อเนื่องของร่อง ไม่ใช่การกำจัดไขมัน

Dolly Eye คืออะไร แนวกล้ามเนื้อรอบตาด้านหน้าแผ่นตาที่นูนเวลายิ้ม

งานทบทวนในวารสาร Life ปี 2025 อธิบายว่าขอบเปลือกตาล่างส่วน pretarsal ที่เป็นตำแหน่งของแผ่นตา (tarsal plate) หนาราว 2 มม. โดยด้านนอกที่มีขนตาจะกลมและหนากว่า ซึ่งมักเรียกว่า “charming roll” หรือ “aegyo-sal” ผู้เขียนอธิบายต่อว่า pretarsal fullness คือการนูนของกล้ามเนื้อ orbicularis oculi ที่อยู่ด้านหน้าแผ่นตา ทำให้เกิดลักษณะเป็นม้วนเหนือเส้นใต้แผ่นตา เห็นชัดเวลายิ้ม และบริเวณนี้มีไขมันใต้ผิวน้อยมากหรือไม่มีเลยทั้งเหนือและใต้กล้ามเนื้อ[3] ข้อมูลนี้ตรงกับที่บทความเดิมเขียนว่า Dolly Eye ไม่ใช่ไขมันพอง[1] และสอดคล้องกับจดหมายถึงบรรณาธิการอีกฉบับที่ระบุว่าผิวเปลือกตา ส่วนกล้ามเนื้อ และแผ่นตาในบริเวณนี้อยู่ชิดกันโดยมีเนื้อเยื่อใต้ผิวคั่นน้อย[6]

ลักษณะที่งานวิจัยระบุ

  • เห็นชัดเมื่อยิ้ม และมักไม่ชัดเมื่อหน้านิ่ง[3]
  • ในวัฒนธรรมความงามของเอเชียตะวันออก แนวนี้สัมพันธ์กับภาพลักษณ์ที่อ่อนเยาว์และทำให้ตาดูโตขึ้น ส่วนความงามแบบตะวันตกมักนิยมขนาดและรูปร่างที่พอดีกว่า[3]
  • เมื่อสูงวัย ผิวใต้ตาหย่อนและกล้ามเนื้ออาจเสียแรงตึง ปริมาตรที่รองรับแนวนี้ลดลง ทำให้ดูแบนและเหนื่อยขึ้น[3]
  • ผู้ที่งานวิจัยมองว่าเข้าข่ายผู้สมัครที่เหมาะ คือผู้ที่กล้ามเนื้อเปลือกตาล่างเกิดแนวนี้เองเมื่อดันผิวใต้ตาขึ้นเบา ๆ ซึ่งสะท้อนผิวที่ยืดหยุ่นดีและหย่อนน้อย[3]

ข้อควรทราบ ผู้เขียนงานวิจัยบรรยายด้วยว่าการเสริมแนวนี้อาจช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาดูดีขึ้นและลดริ้วรอยเล็ก ๆ จากการที่ผิวถูกยืด[3] ข้อนี้เป็นความเห็นของผู้เขียนในงานทบทวน ไม่ใช่ผลจากการทดลองเปรียบเทียบ และผู้เขียนเองไม่แนะนำให้เสริมในผู้ที่ใต้ตาคล้ำมาก จึงไม่ควรมองว่าเป็นวิธีรักษารอยคล้ำ

คลินิกอธิบายการประเมินอย่างไร

คลินิกระบุว่าสิ่งสำคัญคือให้แพทย์ประเมินว่าเนื้อใต้ตาของแต่ละคนเป็นถุงใต้ตาจริงหรือเป็นโครงสร้าง Dolly Eye ที่เน้นให้เด่นขึ้นได้ โดยประเมินชั้นผิวและกล้ามเนื้อใต้ตา[1] ส่วนหน้าบริการฟิลเลอร์ของคลินิกอธิบายว่าคลินิกฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิดด้วยหลักการ MD Codes ที่วิเคราะห์ใบหน้าเป็นรายบุคคลก่อนฉีด[2] หน้าบริการนี้ไม่ได้กล่าวถึง Dolly Eye โดยเฉพาะ จึงควรสอบถามคลินิกเรื่องการเสริมบริเวณนี้โดยตรง

ตารางเปรียบเทียบถุงใต้ตา กับ Dolly Eye

ตารางสรุปข้อมูลจากงานวิจัยที่เปิดอ่านได้และบทความเดิมของคลินิก ช่องที่เขียนว่า “ไม่พบข้อมูล” คือไม่พบในแหล่งที่เปิดอ่าน ตารางเป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย

หัวข้อถุงใต้ตา (Steatoblepharon)Dolly Eye (Aegyo-sal / Pretarsal fullness)
เนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องไขมันรอบเบ้าตาที่ยื่นผ่านแผ่นกั้นเบ้าตา[4]กล้ามเนื้อ orbicularis oculi ด้านหน้าแผ่นตา ไขมันใต้ผิวน้อยหรือไม่มี[3]
ตำแหน่งเปลือกตาล่างและบริเวณใต้ตา[4]ติดแนวขนตาล่าง ห่างจากแนวขนตาราว 4–6 มม. ตามที่ผู้เขียนใช้เป็นแนวฉีดฟิลเลอร์[3]
เห็นชัดเมื่อใดงานที่อ่านไม่ได้ระบุ บทความเดิมระบุว่าชัดช่วงเช้าหรือเมื่อพักผ่อนไม่พอ[1]เวลายิ้ม มักไม่ชัดเมื่อหน้านิ่ง[3]
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องความหย่อนของผิว แผ่นกั้นเบ้าตา เอ็นมุมตา และกล้ามเนื้อ[4]รูปร่างกล้ามเนื้อเปลือกตาล่างตามธรรมชาติ ผิวที่ยืดหยุ่น และอายุ[3]
ภาพลักษณ์ที่งานอธิบายดูเหนื่อยหรือแก่ ตามที่บทความเดิมระบุ[1]ดูอ่อนเยาว์ ตาดูโต ในมุมมองความงามของเอเชียตะวันออก[3]
แนวทางที่งานที่อ่านได้กล่าวถึงการผ่าตัดเปลือกตาล่างหลายแบบ ฟิลเลอร์ใช้กับร่องและรอยบุ๋มที่เกี่ยวข้อง[4][5]ฟิลเลอร์ HA เนื้อนิ่มปริมาณน้อยในชั้นกล้ามเนื้อหรือใกล้เคียง โดยแพทย์ที่มีความชำนาญ[3]
ข้อควรระวังหลักการตัดไขมันทิ้งทั้งหมดทำให้ดูกลวง[4]รอยช้ำ ผิวไม่เรียบ ดูไม่เป็นธรรมชาติถ้าเติมเกิน สีออกฟ้า หลอดเลือดใต้กล้ามเนื้อ[3]

เสริม Dolly Eye หรือแก้ถุงใต้ตา ต้องรู้อะไรก่อนตัดสินใจ

เมื่อมีทั้งถุงใต้ตาและอยากได้ Dolly Eye

ผู้เขียนงานวิจัยระบุว่าควรประเมินภาวะไขมันใต้ตาที่ยื่นออกมาก่อนเสริม เพราะไขมันที่ยื่นอาจทำให้เปลือกตาล่างและส่วนที่เสริมดูบวมมากเกินไปเวลายิ้ม และไม่แนะนำให้เสริมในหลายกรณี ได้แก่ กล้ามเนื้อเปลือกตาล่างไม่เด่น ช่องตากว้างหรือแคบเกินไป หางตายกสูงหรือตกมาก ตาลึกหรือโปนมาก ผิวเปลือกตาล่างหนา ใต้ตาคล้ำมาก ผิวหย่อนมาก หรือไขมันเปลือกตาล่างโป่งชัด รวมถึงผู้ที่เคยผ่าตัดเปลือกตาล่างซึ่งอาจได้ผลธรรมชาติยาก[3] พูดอีกอย่างคือผู้ที่เป็น “ถุงใต้ตาชัด” มักไม่ใช่ผู้สมัครที่เหมาะกับการเสริม Dolly Eye ตามเกณฑ์ของงานนี้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมการแยกสองอย่างจึงสำคัญ

คำว่า “ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน” มีเงื่อนไขอะไร

บทความเดิมของคลินิกใช้ถ้อยคำทำนองว่าการเสริม Dolly Eye ให้ผลธรรมชาติ ปลอดภัย และไม่เป็นก้อน[1] ตามงานวิจัยที่อ่านได้ ข้อความนี้ควรอ่านเป็นเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกัน เพราะผู้เขียนระบุว่าการเสริมบริเวณนี้อาจทำให้ไม่สบายมาก จึงแนะนำให้ทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ที่เส้นประสาทก่อนทำ และบริเวณนี้มีความท้าทาย ได้แก่ รอยช้ำที่พบได้บ่อย ผิวไม่เรียบ ดูไม่เป็นธรรมชาติถ้าเติมมากเกิน และแนวที่ดูขาดตอนเพราะต้องค่อย ๆ เติมทีละน้อย[3]

  • ชั้นที่ฉีด: ฉีดลึกเกินไปอาจได้แค่ความบวมโดยไม่ได้ความอวบ ฉีดตื้นเกินไปอาจเกิดผิวไม่เรียบหรือสีออกฟ้า (Tyndall) ซึ่งหากชัดอาจต้องสลายฟิลเลอร์[3]
  • ชนิดและปริมาณ: งานวิจัยแนะนำฟิลเลอร์ HA เนื้อนิ่มมากกว่าเนื้อแข็ง ใช้ปริมาณน้อยเป็นระยะ และแนะนำให้ฉีดใกล้ขอบเปลือกตาให้มากที่สุดโดยไม่เติมต่ำกว่าแนวที่เกิดเวลายิ้ม[3]
  • ความเสี่ยงต่อหลอดเลือด: ใต้กล้ามเนื้อบริเวณนี้มีหลอดเลือด (inferior palpebral arterial arch) ที่เชื่อมกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา หากฉีดเข้าหลอดเลือดอาจมีความเสี่ยงต่อการมองเห็น ผู้เขียนจึงเน้นการรักษาระดับความลึกให้สม่ำเสมอ[3]
  • เนื้อเยื่อบาง: จดหมายถึงบรรณาธิการระบุว่าผิวเปลือกตาบางมาก และชั้นผิว กล้ามเนื้อ และแผ่นตาอยู่ชิดกัน ทำให้ระบุได้ยากว่าสารอยู่ชั้นไหนจริง และงานเกี่ยวกับ PLLA บางงานเชื่อมโยงการวางในหรือผ่านกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวบริเวณใต้ตากับการนูนเกินหรือเป็นก้อน ซึ่งผู้เขียนระบุว่าเป็นข้อควรระวัง ไม่ใช่หลักฐานโดยตรงต่อฟิลเลอร์ชนิดอื่น[6]

คลินิกระบุว่าใช้ HarmonyCa ของแท้และเทคนิคฉีดที่ปลอดภัยสำหรับบริเวณนี้[1] ในแหล่งที่เปิดอ่านได้ ไม่พบงานที่ตรวจข้อนี้หรือเทียบ HarmonyCa กับฟิลเลอร์ชนิดอื่นสำหรับ Dolly Eye จึงไม่ยกเป็นข้อสรุป หากสนใจควรสอบถามแพทย์ว่าผลิตภัณฑ์ที่จะใช้คืออะไร และเหตุผลที่เลือก

แยกเองได้ไหม และควรถามแพทย์อะไรก่อนเลือกทำ

การสังเกตด้วยตาเองให้ข้อมูลได้แค่เบื้องต้น เช่น ดูว่าส่วนที่นูนอยู่ติดแนวขนตาและเห็นชัดเวลายิ้ม หรืออยู่ต่ำลงมาและเห็นแม้หน้านิ่ง แต่ร่องใต้ตา รอยบุ๋ม ไขมันที่ยื่นออกมา และกล้ามเนื้อที่นูน อาจเกิดร่วมกันในคนเดียว[4][5] จึงควรให้แพทย์ประเมินทั้งสภาพผิว กล้ามเนื้อ ไขมัน และโครงสร้างโหนกแก้มก่อนเลือกวิธี[1][5] คำถามที่ควรเตรียมก่อนปรึกษา ได้แก่

  • สิ่งที่นูนใต้ตาของฉันเป็นไขมันที่ยื่นออกมา แนวกล้ามเนื้อ หรือทั้งสองอย่าง และแพทย์ดูจากอะไร[3][4]
  • ฉันเข้าข่ายผู้ที่ไม่แนะนำให้เสริม Dolly Eye หรือไม่ เช่น ไขมันใต้ตายื่นชัด ผิวหย่อนมาก หรือใต้ตาคล้ำมาก[3]
  • ฟิลเลอร์ที่จะใช้คืออะไร ฉีดชั้นไหน ใช้เข็มหรือเข็มทู่ และแผนรับมือหากเกิดรอยช้ำ ผิวไม่เรียบ หรือต้องสลายฟิลเลอร์[3]
  • ความเสี่ยงต่อหลอดเลือดและดวงตาในบริเวณนี้ และอาการที่ต้องรีบกลับมาพบแพทย์[3]
  • มีทางเลือกอื่นสำหรับถุงใต้ตาที่ยื่นชัดหรือไม่ เช่น การผ่าตัดเปลือกตาล่าง และข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร[4]

อ่านรายละเอียดบริการฟิลเลอร์ของคลินิก หรือดูบริการทั้งหมดในกลุ่มฟิลเลอร์และยกกระชับ ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: Dolly Eye กับถุงใต้ตาต่างกันอย่างไร ?

ตามงานวิจัยที่เปิดอ่านได้ ถุงใต้ตาเกี่ยวกับไขมันรอบเบ้าตาที่ยื่นออกมาที่เปลือกตาล่าง ส่วน Dolly Eye (aegyo-sal หรือ pretarsal fullness) คือแนวกล้ามเนื้อ orbicularis oculi ด้านหน้าแผ่นตาที่นูนใกล้แนวขนตาล่าง เห็นชัดเวลายิ้ม และมีไขมันใต้ผิวน้อยหรือไม่มี สองอย่างอยู่ใกล้กันและอาจเกิดร่วมกัน จึงควรให้แพทย์ประเมิน

Q: Dolly Eye คือไขมันหรือกล้ามเนื้อ ?

ตามงานวิจัยที่อ่านได้ Dolly Eye หรือ aegyo-sal คือการนูนของกล้ามเนื้อ orbicularis oculi ในบริเวณด้านหน้าแผ่นตา ไม่ใช่ถุงไขมัน และบริเวณนี้มีไขมันใต้ผิวน้อยมากหรือไม่มี

Q: คนที่เป็นถุงใต้ตาเสริม Dolly Eye ได้ไหม ?

ผู้เขียนงานวิจัยแนะนำให้ประเมินไขมันใต้ตาที่ยื่นออกมาก่อน และไม่แนะนำให้เสริมเมื่อไขมันเปลือกตาล่างโป่งชัด ผิวหย่อนมาก หรือใต้ตาคล้ำมาก เพราะอาจทำให้ใต้ตาดูบวมขึ้นเวลายิ้ม กรณีที่ถุงไม่ชัดอาจพิจารณาได้ ขึ้นกับแพทย์ประเมิน

Q: เสริม Dolly Eye ปลอดภัยและไม่เป็นก้อนจริงไหม ?

ไม่มีการรับประกัน งานวิจัยระบุถึงรอยช้ำที่พบได้บ่อย ผิวไม่เรียบ ดูไม่เป็นธรรมชาติถ้าเติมเกิน สีออกฟ้า และหลอดเลือดใต้กล้ามเนื้อที่เชื่อมกับหลอดเลือดของดวงตา ผลและความเสี่ยงขึ้นกับชั้นที่ฉีด ปริมาณ ชนิดฟิลเลอร์ และความชำนาญของแพทย์

Q: ถุงใต้ตารักษาด้วยเลเซอร์หรือ HIFU ได้ไหม ?

บทความเดิมของคลินิกเสนอว่าเลเซอร์หรือ HIFU อาจใช้กับถุงใต้ตาที่ไม่รุนแรง แต่แหล่งที่เปิดอ่านได้ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ งานทบทวนที่อ่านได้กล่าวถึงการผ่าตัดเปลือกตาล่างสำหรับไขมันที่ยื่นออกมา ควรให้แพทย์ประเมินทางเลือกเป็นรายบุคคล

สรุป

ถุงใต้ตากับ Dolly Eye ต่างกันที่เนื้อเยื่อเป็นหลัก ถุงใต้ตาเกี่ยวกับไขมันรอบเบ้าตาที่ยื่นออกมา ส่วน Dolly Eye คือแนวกล้ามเนื้อ orbicularis oculi ด้านหน้าแผ่นตาที่นูนเวลายิ้ม แต่สองอย่างอยู่ใกล้กัน เกิดร่วมกันได้ และไขมันที่ยื่นชัดเป็นเหตุผลหนึ่งที่งานวิจัยไม่แนะนำให้เสริม Dolly Eye ส่วนคำว่า “ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน” ขึ้นกับชั้นที่ฉีด ปริมาณ ชนิดฟิลเลอร์ และความชำนาญของแพทย์ ไม่ใช่การรับประกัน

ที่ Fresh Code Clinic แพทย์ประเมินโครงสร้างใต้ตา ผิว และกล้ามเนื้อของแต่ละคนก่อนแนะนำแผนที่เหมาะ ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับประกันผลลัพธ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน

ทีม Fresh Code Clinic

Fresh Code Clinic เป็น Beauty Lifestyle Clinic ย่านสุขุมวิท 5 ใกล้ BTS นานา ให้บริการดูแลผิว รักษาสิว เลเซอร์ ยกกระชับ ฟิลเลอร์ และโบท็อกซ์ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดูแลแบบเฉพาะบุคคลตามสภาพผิวของแต่ละคน

19 สุขุมวิท ซอย 5 ใกล้ BTS นานา ทางออก 1 มีที่จอดรถ · เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. · โทร 02-253-2236, 083-626-4264

แหล่งอ้างอิง