Oligio X คืออะไร? ยกกระชับ กรอบหน้าชัด ผิวแน่นขึ้นด้วย Monopolar RF
เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าไม่ได้มีเพียงริ้วรอย แต่ยังรวมถึงผิวที่เริ่มสูญเสียความกระชับ แก้มล่างดูตกลง กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม หรือบริเวณใต้คางเริ่มดูไม่เรียบกระชับ แม้ว่าน้ำหนักตัวจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากก็ตาม
ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งคุณภาพผิว ปริมาณคอลลาเจน ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ ไขมัน และโครงสร้างในระดับลึก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกเครื่องยกกระชับไม่ควรดูเพียงว่าเครื่องไหนให้พลังงานสูงกว่า แต่ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะปัญหาของแต่ละคน
Oligio X เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar Radiofrequency หรือ Monopolar RF รุ่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio โดยมีจุดเด่นด้านการส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อ เพื่อช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิมและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
รุ่น Oligio X เพิ่มเทคโนโลยี GXG Dual Mode, กำลังขับสูงสุด 400W, ระบบตรวจวัด Impedance แบบ Real-time และระบบ Cooling ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้สามารถบริหารความร้อนในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มความสบายระหว่างทำ
จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหา ผิวหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด แก้มล่างไม่กระชับ และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด
สารบัญ
- Oligio X คืออะไร ?
- Oligio X ทำงานอย่างไร ?
- Oligio X ช่วยอะไรบ้าง ?
- Oligio X เหมาะกับใคร ?
- บริเวณที่นิยมทำ Oligio X
- Oligio X ต้องทำกี่ช็อต ?
- Oligio X เจ็บไหม ?
- Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่ ?
- Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร ?
- Oligio X กับ Ultraformer MPT ต่างกันอย่างไร ?
- Oligio X ราคาเท่าไหร่ ?
- ทำ Oligio X ที่ไหนดี ? ควรดูอะไรบ้างก่อนเลือกคลินิก
- Oligio X ที่ Fresh Code Clinic ดูแลโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยียกกระชับ
- ข้อควรรู้ก่อนทำ Oligio X
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio X
- สรุป Oligio X เหมาะกับใคร?
ไม่แน่ใจว่า Oligio X เหมาะกับปัญหาของคุณหรือไม่? สามารถส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเข้ามาประเมินเบื้องต้น เพื่อดูว่าปัญหาหลักเกี่ยวข้องกับผิวหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้างในระดับลึก ก่อนเลือกเครื่องและจำนวนช็อตที่เหมาะสม
Oligio X คืออะไร ?
Oligio X คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อ เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเส้นใยคอลลาเจนและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
เมื่อคอลลาเจนได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม เส้นใยคอลลาเจนเดิมจะเกิดการหดตัว ขณะเดียวกันร่างกายจะค่อย ๆ เข้าสู่กระบวนการ Collagen Remodeling ในระยะหลังทำ ทำให้ผิวสามารถค่อย ๆ ดูแน่น กระชับ และมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดเฉพาะทันทีหลังทำ แต่สามารถพัฒนาต่อเนื่องในช่วงหลายเดือน
Oligio X จึงไม่ใช่เครื่องที่มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนรูปหน้าให้แตกต่างจากเดิมอย่างมาก แต่เน้นการปรับความกระชับและคุณภาพผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Oligio X ทำงานอย่างไร ?
หัวใจสำคัญของ Oligio X คือการสร้างและบริหาร ความร้อนในเนื้อเยื่อ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน
ตัวเครื่องมีกำลังขับสูงสุด 400W และมีระบบ Real-time Impedance Feedback สำหรับตรวจวัดค่าความต้านทานของผิว เพื่อช่วยให้การส่งพลังงานในแต่ละช็อตมีความเหมาะสมมากขึ้น
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้คือ GXG Dual Mode ซึ่งรวมการทำงานของ G Mode และ X Mode เข้าด้วยกัน
GXG Dual Mode คืออะไร?
GXG Dual Mode เป็นรูปแบบการส่งพลังงาน 3 ขั้นตอน
G Mode → X Mode → G Mode
แนวคิดของการทำงานคือเริ่มจากการเตรียมเนื้อเยื่อด้วยความร้อนระดับตื้น จากนั้นส่งความร้อนไปยังผิวในระดับที่ลึกขึ้น และกลับมาใช้ G Mode เพื่อช่วยคงความร้อนในเนื้อเยื่อและกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง
G Mode
G Mode เน้นการให้ความร้อนกับผิวในระดับที่ตื้นกว่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีหน้าที่ช่วยเตรียมเนื้อเยื่อก่อนเข้าสู่การส่งพลังงานที่ลึกขึ้น
นอกจากการ Pre-heating แล้ว ความร้อนในระดับนี้ยังเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณผิวชั้นบนอีกด้วย
X Mode
X Mode ถูกออกแบบให้ส่งความร้อนไปยังผิวในระดับที่ลึกกว่า G Mode และช่วยให้ความร้อนอยู่ในเนื้อเยื่อได้นานขึ้น
จึงสามารถนำมาใช้กับบริเวณที่ต้องการเน้นความกระชับ เช่น
- แก้มล่าง
- กรอบหน้า
- Jawline
- บริเวณใต้คาง
หลังจาก X Mode จะกลับเข้าสู่ G Mode อีกครั้งตามรูปแบบ GXG เพื่อช่วยรักษาสภาวะความร้อนในเนื้อเยื่อ
ระบบ Cooling ของ Oligio X ช่วยอะไร?
Oligio X ช่วยอะไรบ้าง ?
หนึ่งในคำถามที่พบมากที่สุดคือ Oligio X ช่วยอะไร?
โดยทั่วไป Oligio X สามารถนำมาพิจารณาสำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความหย่อนและคุณภาพผิว เช่น
- ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
- แก้มล่างไม่กระชับ
- กรอบหน้าไม่ชัด
- Jawline เริ่มไม่คม
- บริเวณใต้คางดูไม่กระชับ
- ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
- ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน
- ต้องการให้ผิวดูแน่นและเรียบขึ้น
- ต้องการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด
- ต้องการดูแล Anti-aging ตั้งแต่ความหย่อนยังไม่มาก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ภายนอกดูคล้ายกันอาจเกิดจากโครงสร้างที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกโปรแกรมจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว
กรอบหน้าไม่ชัดจากผิวหย่อน
หากปัญหาหลักมาจากความหย่อน การเพิ่มความกระชับบริเวณ Lower Face สามารถช่วยให้กรอบหน้าดูเป็นสัดส่วนขึ้นได้
กรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันหรือเหนียง
ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นว่าเป็น “เหนียง” อาจเกิดจาก
- ไขมัน
- ผิวหย่อน
- หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน
Oligio X เหมาะกับใคร ?
ตัวอย่างปัญหาที่สามารถพิจารณา Oligio X ได้แก่
- แก้มล่างเริ่มไม่กระชับ
- กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม
- ผิวเริ่มไม่แน่น
- ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน
- ต้องการดูแลความหย่อนก่อนที่ปัญหาจะมากขึ้น
- ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาและดูเป็นธรรมชาติ
บริเวณที่นิยมทำ Oligio X
Oligio X บริเวณแก้มและแก้มล่าง
Oligio X สามารถนำมาใช้เพื่อเน้นเรื่องความแน่นและความกระชับของบริเวณ Lower Face ได้
Oligio X บริเวณกรอบหน้าและ Jawline
เป้าหมายของ Treatment จึงไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนมีใบหน้า V Shape เหมือนกัน แต่เป็นการช่วยให้กรอบหน้าตามโครงสร้างเดิมดูชัดและกระชับขึ้น
Oligio X บริเวณใต้คาง
ในกรณีที่ใต้คางมีไขมันสะสมค่อนข้างมาก อาจต้องพิจารณาวิธีดูแลไขมันร่วมกับการยกกระชับ เพื่อให้ตรงกับสาเหตุของปัญหามากขึ้น
Oligio X บริเวณลำคอ
จำนวนช็อตและพลังงานควรเลือกตามขนาดพื้นที่และลักษณะผิวของแต่ละคน
Oligio X ต้องทำกี่ช็อต ?
คำถาม Oligio X กี่ช็อต? เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจทำ เพราะโปรโมชั่นของแต่ละแห่งมักกำหนดราคาตามจำนวนช็อต แต่จำนวนช็อตไม่ควรถูกพิจารณาแยกจากพื้นที่และ Treatment Plan
คำถามที่ควรถามควบคู่กันคือ “จำนวนช็อตนี้ครอบคลุมบริเวณไหน และถูกวางอย่างไร?” เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ตำแหน่งที่วางพลังงาน ระดับพลังงาน ขนาดพื้นที่ และ Anatomy ของใบหน้า
Oligio X 300 ช็อต เหมาะกับใคร ?
อย่างไรก็ตาม 300 ช็อตไม่ได้หมายความว่าจะครอบคลุม Full Face ได้เหมาะสมสำหรับทุกคน เพราะขนาดใบหน้าและปัญหาของแต่ละคนต่างกัน
Oligio X 450 ช็อต เหมาะกับใคร ?
สิ่งสำคัญคือการจัด Shot Distribution ให้สัมพันธ์กับบริเวณที่มีปัญหามากกว่าแบ่งจำนวนช็อตเท่ากันในทุกส่วนของใบหน้า
Oligio X 600 ช็อตขึ้นไป เหมาะกับใคร ?
Oligio X เจ็บไหม ?
อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนกังวลก่อนทำคือ Oligio X เจ็บไหม?
ระหว่างทำโดยทั่วไปจะรู้สึกถึงความอุ่นจากพลังงานใต้ผิว สลับกับความเย็นที่บริเวณผิวด้านบนจากระบบ Cooling
Oligio X ได้รับการพัฒนาระบบ Cooling ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจาก Oligio รุ่นเดิม และยังมีระบบ Vibration ที่ช่วยเพิ่มความสบายระหว่างทำ
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกของแต่ละคนแตกต่างกัน และบางบริเวณสามารถรู้สึกอุ่นกว่าบริเวณอื่น ขึ้นอยู่กับ
- Pain Sensitivity
- บริเวณที่ทำ
- ระดับพลังงาน
- ความหนาของผิว
- ลักษณะเนื้อเยื่อในแต่ละตำแหน่ง
จึงควรเลือกพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวและการตอบสนองของเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เน้นใช้พลังงานสูงที่สุดเพียงอย่างเดียว
Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่ ?
หลังทำ Oligio X บางคนสามารถรู้สึกถึงความตึงหรือความกระชับของผิวได้ตั้งแต่ช่วงแรก เนื่องจากการตอบสนองของเส้นใยคอลลาเจนต่อความร้อน
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ควรถูกประเมินจาก Immediately After เพียงอย่างเดียว
เนื่องจากหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ RF คือกระบวนการ Collagen Remodeling ซึ่งต้องใช้เวลา
ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าผลลัพธ์สามารถค่อย ๆ พัฒนาขึ้น และเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 3–6 เดือนหลังทำ
การติดตามผลจึงควรใช้ภาพที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน เช่น
- มุมเดียวกัน
- ระยะกล้องใกล้เคียงกัน
- แสงเดียวกัน
- Expression ใกล้เคียงกัน
เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์ได้ตรงมากขึ้น
Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า ผลลัพธ์ของ Oligio X สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปี
ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตาม
- อายุ
- สภาพผิว
- คุณภาพคอลลาเจน
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต
- การดูแลผิว
- กระบวนการ Aging ของแต่ละคน
จึงไม่ควรคาดหวังว่าผลลัพธ์หรือระยะเวลาจะเหมือนกันทุกคน
Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร ?
Oligio X ยังคงใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เช่นเดียวกับ Oligio รุ่นเดิม แต่มีการพัฒนาระบบการส่งพลังงานและระบบ Cooling เพิ่มเติม
จุดสำคัญของรุ่น Oligio X ได้แก่
- GXG Dual Mode
- G Mode และ X Mode
- กำลังขับสูงสุด 400W
- Real-time Impedance Feedback
- More Powerful Deep Heating
- ความสามารถในการคงความร้อนในเนื้อเยื่อได้นานขึ้น
- Cooling Power ที่ผู้ผลิตระบุว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 2.25 เท่า
- Auto Mode ที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการ Treatment
ดังนั้น Oligio X ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อหรือดีไซน์เครื่อง แต่เป็นการพัฒนาวิธีบริหารพลังงานและความร้อนในเนื้อเยื่อจาก Oligio รุ่นก่อน
Oligio X กับ Ultraformer MPT ต่างกันอย่างไร ?
แม้ Oligio X และ Ultraformer MPT จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องยกกระชับเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละประเภทและมีรูปแบบการส่งพลังงานใต้ผิวที่แตกต่างกัน
Oligio X ใช้ Monopolar RF เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อเป็นพื้นที่ เน้น Skin Tightening และ Collagen Remodeling
ขณะที่ Ultraformer MPT อยู่ในกลุ่ม Focused Ultrasound ซึ่งสามารถส่งพลังงานเป็นจุดไปยังระดับความลึกที่กำหนดได้
RF กับ HIFU เลือกอะไรดี ?
แทนที่จะถามว่าเครื่องไหน “แรงกว่า” ควรพิจารณาว่า ปัญหาที่ต้องการดูแลอยู่ในระดับไหน
หากเป้าหมายสำคัญคือความแน่นของผิวและ Collagen Remodeling พลังงาน RF อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสม
ในขณะที่บางคนมีความหย่อนที่ต้องการการดูแลในโครงสร้างระดับลึก และอาจเหมาะกับ Focused Ultrasound มากกว่า
นอกจากนี้ ยังมีบางเคสที่สามารถนำเทคโนโลยีสองประเภทมาใช้ร่วมกัน เพื่อดูแลปัญหาที่อยู่คนละระดับของใบหน้า
จึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเดียวที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกคน
หากต้องการทำความเข้าใจเทคโนโลยียกกระชับในกลุ่ม Monopolar RF เพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลของ XTherma ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี RF ที่ Fresh Code Clinic มีให้บริการ
Oligio X ราคาเท่าไหร่ ?
ราคา Oligio X แตกต่างกันตามจำนวนช็อต พื้นที่ที่ทำ และโปรโมชั่นในแต่ละช่วง
ก่อนเปรียบเทียบราคา แนะนำให้ดูรายละเอียดอย่างน้อย 3 เรื่องร่วมกัน
1. จำนวนช็อต
Oligio X 300, 450 และ 600 ช็อตให้พื้นที่ Coverage ไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาที่ต่างกันอาจสะท้อนจำนวนพลังงานที่ได้รับด้วย
2. บริเวณที่ทำ
บางโปรแกรมอาจเน้นเฉพาะ Lower Face ขณะที่บางโปรแกรมครอบคลุม Full Face หรือเพิ่มใต้คางและลำคอ
จึงควรตรวจสอบ Treatment Area ก่อนนำราคามาเปรียบเทียบกัน
3. Shot Distribution และ Treatment Plan
จำนวนช็อตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Treatment
อีกสิ่งที่สำคัญคือ ช็อตเหล่านั้นถูกวางตรงไหน เพื่อแก้ปัญหาอะไร
ดังนั้นการเปรียบเทียบเพียง “ราคาต่อช็อต” อาจไม่เพียงพอในการตัดสินใจ
ทำ Oligio X ที่ไหนดี? ควรดูอะไรบ้างก่อนเลือกคลินิก
เมื่อค้นหา Oligio X ที่ไหนดี อาจพบหลายคลินิกที่ใช้เครื่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของ Treatment ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว
ก่อนเลือกสถานที่ทำ ควรพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกัน
- ใช้เครื่องและหัว Treatment จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
- มีการประเมินสภาพผิวและโครงหน้าก่อนทำ
- อธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกจำนวนช็อตดังกล่าว
- วาง Shot Distribution ตามปัญหาของแต่ละคน
- มีการบันทึกภาพ Before–After สำหรับติดตามผล
- มีข้อมูลเรื่องข้อจำกัดและผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมา
- สามารถแนะนำเทคโนโลยีอื่นได้ หาก Oligio X ไม่ใช่ตัวเลือกที่ตรงกับปัญหา
Fresh Code Clinic ให้ความสำคัญกับการเลือก Treatment จาก สภาพผิว โครงหน้า ระดับความหย่อน และปัญหาของแต่ละคน มากกว่าการใช้ Protocol เดียวกันในทุกเคส
เพราะคนที่กรอบหน้าไม่ชัดจาก “ผิวหย่อน” กับคนที่กรอบหน้าไม่ชัดจาก “ไขมัน” อาจดูคล้ายกัน แต่แนวทางในการดูแลสามารถแตกต่างกันได้
Oligio X ที่ Fresh Code Clinic ดูแลโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยียกกระชับ
แม้จะใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่การทำ Oligio X ในแต่ละเคสอาจให้ Treatment Plan ที่แตกต่างกัน เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การประเมินโครงหน้า การเลือกพื้นที่ การวาง Shot Distribution และการเลือกพลังงานให้เหมาะกับเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ
ที่ Fresh Code Clinic ทีมแพทย์ด้านการยกกระชับนำโดย นพ.กฤติมุข วิเศษธนากร (คุณหมอกฤติ) ซึ่งมีบทบาทเป็น KOL, Trainer และ Speaker ของเทคโนโลยี Oligio และ Oligio X รวมถึงมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยียกกระชับในกลุ่มพลังงาน RF
บทบาทของ Trainer และ KOL ไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้งานตัวเครื่อง แต่ยังเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคนิค การออกแบบ Treatment Protocol และการถ่ายทอดแนวทางการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน
Fresh Code Clinic จึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Case by Case Treatment โดยเริ่มจากการประเมินว่าแต่ละคนมีปัญหาหลักจาก
- ความหย่อนของผิว
- ปริมาณไขมันบริเวณแก้มและกรอบหน้า
- ความชัดของ Jawline
- สภาพและความหนาของผิว
- พื้นที่ที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ
ก่อนจึงค่อยวางจำนวนช็อตและเลือกพลังงานให้เหมาะสม แทนการใช้จำนวนช็อตหรือ Protocol แบบเดียวกันในทุกคน
แนวทางนี้ช่วยให้การทำ Oligio X ไม่ได้เป็นเพียงการ “ยิงครบตามจำนวนช็อต” แต่เป็นการวาง Treatment ให้สัมพันธ์กับโครงหน้าและเป้าหมายของแต่ละเคส
ข้อควรรู้ก่อนทำ Oligio X
แม้ Oligio X จะเป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัดและมี Downtime ค่อนข้างต่ำ แต่ยังเป็น Treatment ที่ใช้พลังงาน จึงควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติการทำหัตถการก่อนเริ่มทุกครั้ง
โดยเฉพาะผู้ที่
- มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- มีการติดเชื้อหรือปัญหาผิวบริเวณที่จะทำ
- มีโรคประจำตัวหรือภาวะที่อาจส่งผลต่อการรักษา
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีประวัติคีลอยด์
- มีการติดเชื้อเริมในบริเวณที่จะทำ
- เพิ่งทำหัตถการฉีดหรือ Treatment อื่นในบริเวณเดียวกัน
ควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้ก่อนรับบริการเพื่อประเมินความเหมาะสมและช่วงเวลาที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio X
Oligio X ดีไหม ?
Oligio X เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Monopolar RF โดยเฉพาะในกรณีที่มีความหย่อนระดับเริ่มต้นถึงปานกลางและไม่ต้องการ Downtime นาน แต่ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
Oligio X ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม ?
Oligio X สามารถทำเป็น Single Treatment ได้ในหลายเคส แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดทั้งหมดทันที เนื่องจากกระบวนการ Collagen Remodeling จะค่อย ๆ ดำเนินต่อหลังทำ และสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นในช่วงหลายเดือน
Oligio X อยู่ได้กี่เดือน ?
ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปี โดยระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การสร้างคอลลาเจน และพฤติกรรมของแต่ละคน
Oligio X 450 ช็อตพอไหม ?
ขึ้นอยู่กับพื้นที่และปัญหาที่ต้องการดูแล สำหรับบางคน 450 ช็อตสามารถครอบคลุมบริเวณสำคัญของใบหน้าได้ แต่หากต้องการทำ Full Face ร่วมกับใต้คางหรือลำคอ อาจต้องพิจารณาจำนวนช็อตเพิ่มเติม
Oligio X ช่วยลดเหนียงไหม ?
หากใต้คางดูไม่ชัดจากความหย่อนของผิว การเพิ่มความกระชับบริเวณดังกล่าวสามารถช่วยให้กรอบหน้าดูดีขึ้นได้ แต่หากมีไขมันสะสมมาก อาจต้องประเมินวิธีดูแลไขมันร่วมด้วย
Oligio X เจ็บไหม ?
ขณะทำโดยทั่วไปจะรู้สึกอุ่นจากพลังงานใต้ผิว สลับกับความเย็นจากระบบ Cooling แต่ระดับความรู้สึกจะแตกต่างกันตามบุคคล บริเวณที่ทำ และพลังงานที่ใช้
หลังทำ Oligio X ต้องพักหน้าหรือไม่ ?
Oligio X เป็น Treatment ที่มี Downtime ค่อนข้างต่ำ โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ และสังเกตความผิดปกติของผิวในช่วงแรก
Oligio X กับ HIFU แบบไหนดีกว่า ?
ไม่มีเทคโนโลยีใดเหมาะกับทุกคน เพราะ Monopolar RF และ Focused Ultrasound มีรูปแบบการส่งพลังงานและเป้าหมายแตกต่างกัน ควรเลือกตามระดับความหย่อน สภาพผิว ปริมาณเนื้อ และปัญหาที่ต้องการแก้
หลังทำ Oligio X มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
หลังทำอาจพบผิวแดง รู้สึกอุ่น ตึง หรือไวต่อการสัมผัสเล็กน้อยได้ในบางคน โดยอาการมักเป็นชั่วคราว หากมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกเพื่อประเมินเพิ่มเติม
สรุป Oligio X เหมาะกับใคร?
หากเริ่มมีปัญหา ผิวหย่อน แก้มล่างไม่กระชับ กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรืออยากกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด Oligio X เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถนำมาพิจารณาได้
Oligio X ใช้ Monopolar RF 6.78 MHz ร่วมกับ GXG Dual Mode, กำลังขับสูงสุด 400W, ระบบ Real-time Impedance Feedback และ Cooling System ที่พัฒนาขึ้น เพื่อบริหารพลังงานความร้อนในเนื้อเยื่อสำหรับ Skin Tightening และ Collagen Remodeling
อย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องไม่ควรเริ่มจากชื่อ Treatment เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการแยกก่อนว่าปัญหาที่เห็นบนใบหน้าเกิดจาก
ผิวหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้างในระดับลึก
บางคนอาจเหมาะกับ Oligio X
บางคนอาจเหมาะกับ HIFU
บางคนอาจต้องดูแลไขมันร่วมด้วย
และบางคนอาจเหมาะกับ Combination Treatment
การประเมินสภาพผิวและโครงหน้าก่อนทำจึงช่วยให้สามารถเลือกประเภทพลังงาน จำนวนช็อต และพื้นที่ Treatment ได้ตรงกับปัญหามากขึ้น
ยังไม่แน่ใจว่า Oligio X เหมาะกับใบหน้าของคุณหรือไม่?
สามารถส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างเพื่อประเมินเบื้องต้น หรือเข้ามาประเมินที่ Fresh Code Clinic ก่อนเลือกจำนวนช็อตและ Treatment Plan ที่เหมาะสม
💚Add LINE @freshcodeclinic
📍19 สุขุมวิท ซอย 5, BTS นานา ทางออก 1 (มีที่จอดรถ)
📞083-626-4264
🕝Open daily 11:00 AM – 08:00 PM
